บทที่ 10 EP. 10
จากสามีที่เป็นคนหยิบยื่นให้
เมื่อไม่รู้จะจัดการกับคนของตัวเองยังไง สิ่งที่ทำได้ก็คือจัดการกับคนต้นเหตุต้นปัญหา ที่นับตั้งแต่มาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน จันทภายิ่งรู้สึกว่า พิรุณญาจะนำแต่เรื่องร้อนอกร้อนใจมาให้ไม่เคยว่างเว้น ตอนเด็กก็ร้อนใจเพราะมีปัญหากับลูกสาวไม่ว่างเว้น พอเป็นสาวก็ใกล้ชิดกับผู้เป็นสามีอย่างไม่หวงเนื้อหวงตัว
ยิ่งในวันรุ่งขึ้นเมื่อสามีเรียกพิรุณญาเข้าไปช่วยในห้องทำงานด้วยแล้ว จันทภายิ่งร้อนรนจิตใจอย่างบอกไม่ถูก จะเปิดประตูเข้าไปดูก็เกรงว่าจะไม่เหมาะสม เพราะรู้ดีว่าสามีไม่ชอบให้ใครไปกวนเวลาทำงาน จะหันหน้าไปหาลูกสาวก็ออกไปเที่ยวกับอาพริ้มแล้ว
มีเพียงคนเดียวที่จันทภาพอจะระบายความอัดอั้นตันใจได้ นั่นก็คือลูกชายที่อยู่อีกซีกโลก และเมื่อได้ระบายออกมาบ้าง ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะโล่งขึ้นมาหน่อยนั่นเอง
“อีกกี่ปีจะจบนะฝน แล้วคิดไว้หรือยังว่าจะทำงานที่ไหน”
จันทภาเอ่ยถามเมื่อนั่งกินมื้อเที่ยงด้วยกันพร้อมกับสามี คนถูกถามเงยขึ้นไปมองแล้วยิ้มด้วยความอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยออกไป แต่ก็ยังช้ากว่าพร้อมพงษ์อยู่มากที่ชิงตอบไปก่อน
“ผมคงจะให้ฝนไปช่วยงานออฟฟิศ ไม่ให้ไปทำงานที่ไหนหรอก จะได้คอยแบ่งเบางานบ้าง เห็นมั้ยล่ะบอกให้เรียนบริหารก็ไม่เอา สุดท้ายก็ต้องมาช่วยงานฉันอยู่ดี แต่ไม่เป็นไรหรอก ตอนต่อโทก็ลงบริหารแล้วกันนะฝน อ้อ! แล้วคืนนี้ก็นอนที่นี่เลยนะ พรุ่งนี้จะได้ทำงานที่ค้างอยู่เลย ฉันนัดลูกค้าไว้ที่โรงแรมกว่าจะกลับก็คงจะเย็นๆ”
“ค่ะคุณท่าน”
พิรุณญามักจะมีโอกาสได้เอ่ยคำนี้ออกมาเท่านั้น นับตั้งแต่เข้ามาอยู่ใต้ชายคาบ้านฉัตรมงคลกุล รอยยิ้มหรือคำพูดอื่นๆ นั้นมีน้อยครั้งเต็มทีที่จะเล็ดลอดออกมาจากปาก ยกเว้นเวลาที่ได้เข้าครัวทำอาหารกับเพ็ญ
ที่จะยิ้มบ้างแต่ก็ไม่บ่อยนัก ก่อนเที่ยงของวันถัดมาพร้อมพงษ์โผล่เข้ามานั่งทำงานในห้องแล้วก็รีบออกไป เพราะใกล้จะถึงเวลานัดกับลูกค้าแล้ว พิรุณญาจึงทำงานอยู่เงียบๆ คนเดียว
บ่ายโมงนิดๆ เพ็ญจึงเดินมาเคาะประตูห้องให้ออกไปกินข้าว ยังไม่ทันจะได้ตักอาหารเข้าปาก พร้อมพงษ์ก็โทรมาบอกให้เอาเอกสารที่ลืมไว้ไปให้ที่โรงแรมด่วน มิตรขับรถพาจันทภาไปข้างนอก ส่วนพลอยไพรินยังไม่ตื่น พิรุณญาจึงตัดสินใจเดินออกไปหน้าปากซอยเพื่อนั่งแท็กซี่ จันทภากลับเข้ามาในบ้านรู้เรื่องจากเพ็ญเพียงแค่
“คุณท่านโทรมาบอกให้คุณฝนไปหาที่โรงแรมค่ะ”
จันทภาแทบจะลมจับด้วยไม่รู้จะทำยังไง จึงรีบโทรไปหาพริ้มพราวและไปเคาะประตูห้องลูกสาวเสียงดังลั่นบ้าน
“อะไรนะคะคุณแม่! มันจะมากไปแล้วนะนังนี่ เดี๋ยวพลอยจะพาไปจัดการมันเองค่ะ ขออาบน้ำแป๊บเดียว ระหว่างนี้คุณแม่ก็พยัยามหาข้อมูลไว้ว่าคุณพ่อไปโรงแรมไหนเราจะได้ตามไปจัดการมันถูก”
สิ้นคำพลอยไพรินก็กลับเข้าห้อง จันทภาไม่รู้จะทำยังไงเพราะใจมันสั่นไปหมด พริ้มพราวคือคนที่จัดการเรื่องโรงแรมให้ด้วยการแกล้งโทรไปถามพี่ชายว่าอยู่แถวไหน และเมื่อได้พิกัดที่แน่นอนแล้วทั้งสามจึงรีบรุดไปจุดหมายทันที
“พริ้มรู้แค่โรงแรมนะคะพี่ภา ไม่กล้าถามเบอร์ห้องกับพี่พงษ์หรอกค่ะ แต่ไม่เป็นไรเราไปถามฟร้อนท์เองก็ได้ ถ้าพี่พงษ์เช็คอินชื่อตัวเองนะคะ”
พริ้มพราวรีบออกตัวเมื่อรถจอดกึกลง ทั้งสามรีบตรงไปสอบถามเจ้าหน้าที่ฟร้อนท์ทันที แต่ตรวจดูหลายรอบก็ไม่ปรากฏชื่อของพร้อมพงษ์เช็คอิน ชื่อพิรุณญาก็ไม่มี ทั้งสามยืนหน้าซีดอยู่ตรงนั้นเพราะไม่รู้จะทำยังไงดี
พริ้มพราวไม่รอช้ารีบกดมือถือไปหาพี่ชายในทันที ไม่นานพร้อมพงษ์ก็เดินออกมาจากห้องอาหาร พร้อมแขกชาวต่างชาติอีกสี่คน ขณะคุยโทรศัพท์กับน้องอยู่ ก็เห็นลูกเมียและน้องยืนอยู่แถวนั้นพอดี
“เออ! พริ้มพาพี่ภากับยัยพลอยมากินอาหารจีนค่ะที่นี่ค่ะ เพื่อนไปโม้ว่าอร่อยมาก” พริ้มพราวตั้งสติได้ก่อนใครเพื่อน เมื่อพี่ชายเอ่ยถามจึงรีบตอบออกไปโดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง
“แล้วนึกยังไงถึงได้พากันมากินถึงนี่ล่ะ จะบ่ายสามแล้วนะ หรือว่ายัยพลอยเพิ่งจะตื่นกันล่ะเรา ดูแลกันเองนะพี่ไปล่ะลูกค้ารอ” สิ้นคำพร้อมพงษ์ก็ผละจากไป ทิ้งให้ทั้งสามคนหันไปมองหน้ากันด้วยความงวยงง จันทภาโทรกลับไปที่บ้านถามเพ็ญ ก็รู้ว่าพิรุณญานั่งทำงานอยู่ในห้องได้สักพักแล้ว จึงโล่งใจขึ้นมาในทันที
“อะไรกันคะคุณแม่ ทีหลังก็ถามพี่เพ็ญให้ดีๆ ก่อนสิคะ ดีนะที่คุณพ่อไม่สงสัยเรา กลับกันเถอะค่ะพลอยจะไปส่ง แล้วจะออกไปหาเพื่อน” แล้วทั้งหมดก็เดินหน้าจ๋อยกลับไปหารถ จากนั้นก็หัวเราะออกมาด้วยความขำกับเหตุการณ์เมื่อครู่
“เฮ้อ! คิดว่าจะได้ตบนังฝนฉาดสองฉาดซักหน่อยเกลียดขี้หน้ามันมานานแล้ว” พริ้มพราวบ่นด้วยความเสียดาย ทำเอาพี่สะใภ้หันไปทำตาเขียวใส่
“ไม่ได้ตบก็ไม่ดีหรือไงจ้ะน้องพริ้ม เพราะถ้าได้ตบก็แปลว่าคุณพงษ์กับยัยฝนมีอะไรกันน่ะสิ คนที่แย่ล่ะจะเป็นพี่นะจ้ะ เอ๊ะ! หรือว่าเรื่องระหว่างสองคนนี้จะไม่มีอะไรแต่พวกเราเข้าใจผิดกันไปเอง หรือว่าไงล่ะยัยพลอย”
คนถูกถามหันมาหาแม่ด้วยอาการครุ่นคิด เพราะไม่แน่ใจนัก ครั้นจะไม่ปักใจเชื่อตัวเองก็เคยเห็นพ่อกับคู่ปรับนัดเจอกันหน้ามหาวิทยาลัยอยู่หลายครั้ง และจากคำบอกเล่าของเพื่อนสองสามคนที่บังเอิญไปเจอตามร้านอาหารอีก ไหนจะเรื่องที่ปันนิตาที่มักจะโทรมาฟ้องผู้แม่ว่าพชรมักจะนัดเจอน้องสาวต่างสายเลือดบ่อยๆ
