บทที่ 11 EP. 11

บ่อยๆ ในเวลาค่ำๆ มืด ทั้งหมดทั้งมวลล้วนแล้วแต่ชวนให้คิดทั้งนั้น

‘โคร้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม’

พร้อมพงษ์ยืนมองภรรยานอนไม่ได้สติ อยู่ในห้องไอซียูด้วยหัวใจล่องลอย และสับสนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนักหนา ทำไมเรื่องร้ายๆ ถึงได้ประดังเข้ามาหานัก ลูกสาวกับน้องสาวก็อยู่อีกห้องยังไม่ฟื้นขึ้นมาบอกอะไรเลย

พิรุณญาหันไปมองหน้าพี่ชายต่างสายเลือดกับพี่สะใภ้ที่ยืนอยู่ไม่ห่างด้วยสายตาเศร้าสร้อย เพราะไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นกับคนที่ตัวเองรู้จัก หลังจากที่แม่อันเป็นที่รักจากไปเมื่อแปดปีก่อน

แม้จะไม่ชอบพลอยไพรินหรือพริ้มพราวสักแค่ไหน หรือแม้กระทั่งไม่พอใจในตัวจันทภาบ้างในบางเรื่อง แต่เธอก็ไม่ปรารถนาให้ทั้งหมดต้องจากไป โดยเฉพาะจากไปอย่างกระทันหันและไม่ทันได้สั่งลาด้วยแล้ว นั่นยิ่งไม่ใช่สิ่งที่เธออยากให้เกิดขึ้นเลยสักนิด เพราะรู้หัวอกคนอยู่ข้างหลังดีว่าเป็นยังไง

“คุณน้าครับนี่ก็ดึกมากแล้ว ผมว่ากลับไปพักก่อนดีกว่านะครับ มีอะไรโรงพยาบาลจะติดต่อเราไปทันทีเลยครับ”

พชรเดินเข้ามาหาน้าแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พร้อมพงษ์รู้ดีว่าตอนนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ เขาถึงยอมกลับไปนอนพักเอาแรงตามคำหลาน วันรุ่งขึ้นพลอยไพรินกับพริ้มพราวฟื้นขึ้นมา

ก็พบว่าตัวเองขาแขนหักอย่างละข้างจนต้องเข้าเฝือก นอกนั้นไม่มีอะไรเสียหาย จันทภาฟื้นขึ้นในเที่ยงของวันถัดมา พร้อมกับการเป็นอัมพาตตั้งแต่ระดับเอวลงไป ก็เสียอกเสียใจจนช็อกไปอีกครั้ง

เพชรกล้าบินด่วนกลับมาดูอาการแม่ในอีกไม่กี่วัน ทุกคนในบ้านไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริง ว่าทำไมทั้งสามคนถึงประสบอุบัติเหตุนอกจากเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

“สงสารก็แต่พี่ภาเท่านั้น เพราะนังฝนคนเดียวที่เป็นต้นเหตุของเรื่อง ถ้าไม่ต้องไปคอยตามจับมันกับพี่พงษ์ อากับทุกคนก็คงไม่ต้องมารับเคราะห์อย่างนี้ ทำไมคนที่ประสบอุบัติเหตุถึงไม่ใช่มันนะ ทำไมต้องมาเป็นพวกเราด้วย”

พริ้มพราวโอดครวญทั้งน้ำตาต่อหน้าหลานชายพร้อมกับลูกผัว เมื่อเล่าทุกอย่างให้หลานฟังจนหมดสิ้นแล้ว เพชรกล้าไม่รู้จะพูดอะไรออกมาได้ นอกจากเก็บความโกรธและเกลียดชังที่มีต่อตัวต้นเหตุเอาไว้ภายใน

เพราะไม่อยากให้ทุกคนไม่สบายใจ โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ที่ตอนนี้กำลังเสียใจ กับการสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต จนแทบไม่อยากจะมีลมหายใจอีกต่อไปแล้ว


หนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ที่จันทภารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ก่อนหมอจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ พิรุณญาย้ายมานอนบ้านเพื่อช่วยเพ็ญดูแลทุกคนชั่วคราว ครอบครัวของหม่อมเจ้าเนื่อง ดิษยพร

ซึ่งประกอบไปด้วย หม่อมเพียงพร ผู้เป็นภรรยา หม่อมราชวงศ์ ตรัยคุณ หรือคุณชายเอื้อง ผู้เป็นลูกชาย และหม่อมราชวงศ์ดุรีย์พร หรือคุณหญิงอี๊ดผู้เป็นลูกสาว ที่สนิทสนมกับครอบครัวฉัตรมงคลกุลร่วมสิบปี

ต่างก็มารอรับจันทภาที่บ้านเพื่อเป็นกำลังใจ และแม้จะมีบุคคลพิเศษมาคอยต้อนรับสักแค่ไหน คนที่หัวใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอย่างจันทภาก็ไม่อาจจะฝืนยิ้มให้ได้ พร้อมพงษ์กับเพชรกล้าจึงต้องคอยต้อนรับแขกแทน

“ไม่ต้องคิดมากนะครับคุณภา ทำใจให้สบายคิดเสียว่าเป็นคราวเคราะห์ของเรา วันหลังผมจะส่งชายเอื้องกับหญิงอี๊ดมาคอยดูแลนะครับ เพราะอีกหน่อยเพชรก็ต้องกลับแล้วใช่มั้ยครับ”

หม่อมเจ้าเนื่องเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเตรียมตัวลากลับเมื่อเห็นว่ามาได้สักระยะแล้ว จึงไม่อยากอยู่รบกวนเจ้าของบ้านให้นานไปกว่านี้ เพชรกล้าเห็นแม่ยิ้มน้อยๆ เพียงเท่านั้น แต่ไม่ได้ตอบอะไรออกมา เขาจึงเป็นคนหันไปหาแขกเอง

“ผมคงจะอยู่อีกสักสิบกว่าวันครับท่านชาย แล้วต้องรีบกลับไปเรียนต่อ”

“ชายเอื้องก็มาพักอีกสักเดือน คงจะต้องกลับไปเรียนต่อเหมือนกัน แต่ระหว่างนี้ถ้าไม่มีธุระสำคัญที่ไหน ก็จะให้สองพี่น้องมาช่วยเพชรดูแลคุณภากับหนูพลอยดีกว่า เจ็บพร้อมๆ กันแบบนี้คนดูแลจะแย่เอา งั้นผมขอตัวก่อนก็แล้วกันนะครับ”

พร้อมพงษ์กับเพชรกล้าเดินออกมาส่งแขกจนถึงรถ ตามมารยาทที่ดีของเจ้าบ้าน และในวันต่อมาเพชรกล้าก็ต้องเดินมาต้อนรับแขกพิเศษของครอบครัวด้วยตัวเองอีกครั้ง เมื่อสองพี่น้องมีน้ำใจมาเยี่ยมไข้

พร้อมกับหอบหิ้วของฝากไม่ว่าจะเป็นอาหารหวานคาว หรือแม้แต่ของบำรุงจนแทบจะหอบเข้าบ้านไม่ไหว รถของพร้อมพงษ์ก็แล่นเข้ามาจอดในเวลาไล่เลี่ยกัน เพชรกล้าอดดีใจไม่หาย

ที่ในยามแม่เจ็บป่วยผู้พ่อก็รีบสะสางงานแล้วกลับเข้าบ้านเร็วกว่าปกติมาก ทว่าความดีใจของเขาต้องหดหายลงทันตา เมื่อมีอีกคนที่ยังคงอยู่ในชุดนักศึกษาก้าวออกมาจากรถพ่อ

“สวัสดีครับคุณหญิงคุณชาย พากันมาแต่หัววันเชียวแล้วหอบอะไรมาเยอะแยะครับ”

พร้อมพงษ์รับไหว้สองพี่น้องด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่ก็เหมือนแขกจะส่งสีหน้ามีคำถามมาหา เกี่ยวกับหญิงสาวในชุดนักศึกษา เขาจึงร้องเรียกพิรุณญาที่กำลังจะเดินอ้อมไปหลังบ้าน ให้กลับมาทำความรู้จักกับแขกก่อน

“ฝนเป็นลูกพี่พัณที่เสียไปเมื่อแปดปีก่อนที่ผมเคยเล่าให้ฟังไงครับ ผมก็เลยรับมาดูแลต่อตั้งแต่สิบกว่าขวบแล้ว ฝนเป็นเด็กเรียนดี สอบแอดมิชชั่นก็ติดท็อปเท็น แต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆ  ถึงมาบอกว่าอยากเรียนคหกรรม อาจะทักท้วงก็ไม่อยากก้าวก่ายเรื่องของเด็กก็เลยต้องปล่อย ตอนนี้ก็กำลังจะขึ้นปีสามแล้วครับ”

พร้อมพงษ์บอกกล่าวไปเท่าที่คนยุ่งกับงานอย่างเขาจะรู้เรื่องในครอบครัว พิรุณญายกมือไหว้สองพี่น้องที่มีบรรดาศักดิ์สูงส่งด้วยควานมนอบน้อม แล้วก็ผละไปทิศทางเดิมเพื่อเข้าครัว หม่อมราชวงศ์ดุรีย์พรไม่ใคร่จะได้ใส่ใจกับหญิงสาวนัก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป