บทที่ 12 EP. 12

เดินตามเพชรกล้าเข้าบ้านแล้วตรงขึ้นด้านบนไปเยี่ยมพลอยไพรินก่อน ส่วนหม่อมราชวงศ์ตรัยคุณสนใจใคร่อยากรู้จักหญิงสาวไม่น้อย แต่ไม่มีโอกาส เขาจึงเดินไปคุยกันไปกับพร้อมพงษ์ตามประสาผู้ชายด้วยกัน

เขามีโอกาสได้มองหญิงสาวในชุดนักศึกษาอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวยกเครื่องดื่มเย็นๆ มาให้เขากับเจ้าของบ้าน แล้วก็รีบผละออกไปอย่างคนรู้งานรู้กาละเทศะตามเดิม เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเด็กที่เรียนดีได้คะแนนสูงๆ ถึงได้หันเหชีวิตตัวเองเข้าครัวด้วยการเรียนคหกรรม ในเมื่อคณะอื่นที่จะส่งให้มีอาชีพการงานที่ดีกว่านี้มีอีกถมเถ

หรือว่าเจ้าตัวจะชอบด้านนี้ ถึงได้เมินหนทางที่โรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ แล้วคว้ากระทะกับตะหลิวแทน แต่เขาก็คิดเรื่องสาวสวยได้ไม่นานก็ต้องละทิ้งความคิดนี้ไว้ แล้วเดินตามเจ้าของบ้านขึ้นไปเยี่ยมจันทภา

“ลงไปนั่งกินอะไรข้างล่างดีกว่านะคุณ แขกมาเยี่ยมอย่านั่งหมกอยู่แต่ในห้องเลย จะได้สดชื่น”

พร้อมพงษ์คะยั้นคะยอผู้เป็นภรรยา แถมมีสายตาของแขกยืนมองอยู่อีกสองคู่ บวกกับลูกชายอีกหนึ่ง ทำให้จันทภาไม่อยากทำตัวเป็นปัญหาให้ทุกคนไม่สบายใจ จึงพยักหน้ารับคำสามี

และไม่กี่นาทีก็ถูกลูกชายอุ้มลงมานั่งรถเข็นข้างล่างแล้ว ส่วนพลอยไพรินที่ขากับแขนข้างขวาหักและต้องเข้าเฝือกไว้ ก็ได้น้ำใจจากหม่อมราชวงศ์ตรัยคุณช่วยแบ่งเบาภาระเพชรกล้าอุ้มลงมาเช่นกัน

พิรุณญากับเพ็ญต่างก็วุ่นอยู่ในครัวเพื่อเตรียมตั้งโต๊ะ มิตรที่ว่างจากการขับรถและทำสวนก็เข้ามาช่วยเพ็ญผู้เป็นภรรยา ที่เพิ่งจะตกร่องป่องชิ้นแต่งงานกันมาได้ไม่กี่เดือน โดยมีพร้อมพงษ์เป็นเถ้าแก่จัดการให้เกือบทั้งหมด

“พี่เพ็ญไปจัดโต๊ะเถอะค่ะเหลือแค่ผัดจานเดียว เดี๋ยวฝนทำต่อเองค่ะ”

พิรุณญาหันไปบอกแล้วหันกลับไปหากระทะที่กำลังหอมกลิ่นกระเทียมโชยไปทั่วครัว เมื่อเสร็จก็รีบจัดใส่จานแล้วยกออกไปวางบนโต๊ะที่มีแขกนั่งรอกันพร้อมหน้า แรกทีเดียวตั้งใจว่าจัดโต๊ะเสร็จแล้วจะกลับเข้าครัว

แต่พร้อมพงษ์ก็ออกคำสั่งให้เด็กสาวมานั่งร่วมโต๊ะด้วย แม้จะไม่อยากทำตามนักแต่ก็เห็นว่าไม่สมที่จะให้ผู้ใหญ่เอ่ยซ้ำ พิรุณญาจึงทำตามอย่างว่าง่าย แต่ก็ไม่วายเป็นกังวลกับสายตาของพลอยไพรินที่มองมาหาอย่างไม่ชอบใจนัก

จันทภาอีกคนที่คอยชำเลืองมาด้วยสายตาหมางเมินกว่าหลายๆ ครั้งที่เธอเคยเห็น แม้พยัยามจะคิดทบทวนว่าเผลอไปทำอะไรให้สองแม่ลูกไม่พอใจสักแค่ไหน แต่ก็คิดไม่ออก

“ได้พีเอชดีกลับมาแล้ว คุณชายจะทำอะไรต่อครับ”

พร้อมพงษ์หันไปหาแขกแล้วเริ่มบทสนทนา เพื่อไม่ให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบเหงา ทุกคนจึงได้เริ่มกินไปคุยไป เพชรกล้าเองก็เทคแคร์หม่อมราชวงศ์ดุรีย์พรที่นั่งติดกับ

เขาด้วยการตักอาหารให้อย่างสุภาพบุรุษและเขาก็มักจะได้รอยยิ้มอย่างเอียงอาย เป็นของแลกเปลี่ยนกลับมาด้วยแทบทุกครั้ง จันทภาถึงกับยิ้มน้อยๆ ออกมาเมื่อเห็นภาพนั้น

เพราะตัวเองและครอบครัวของหม่อมเจ้าเนื่องเคยเปรยๆ กันไว้เรื่องอยากเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน ไม่คู่ใดก็คู่หนึ่งเพราะทั้งสองครอบครัวต่างมีลูกสาวและลูกชายกันคนละคน

และอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของตัวเองในครั้งนี้ ก็ทำให้เพชรกล้ากลับมาเยี่ยมหลังจากที่ไปเรียนอเมริกาถึงแปดปีแล้ว โดยไม่คิดจะกลับบ้านเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่พอกลับมาแล้วก็ทำให้ความหวังของผู้ใหญ่

เริ่มจะก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาบ้างแล้ว ส่วนหม่อมราชวงศ์ตรัยคุณก็ทำให้จันทภามีสุขใจเพิ่มขึ้นอีกนิดิที่มีน้ำใจตักอาหารไปใส่จานให้พลอยไพรินิอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเพราะนั่งติดกัน

แต่ที่จันทภาไม่ชอบใจเอาเสียเลยก็เห็นจะเป็นตรงที่ ชายหนุ่มหันมาทำแบบเดียวกันกับพิรุณญา ซึ่งเป็นคนที่จันทภาปักใจคิดว่าเป็นต้นเหตุให้ตัวเองต้องกลายสภาพมานั่งบนวิลแชร์อย่างนี้เต็มร้อย

“แล้วจะกลับไปเรียนต่อกันอีกเมื่อไหร่ครับคุณชาย”

พร้อมพงษ์เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นอีก เมื่อภรรยาที่ปกติมักจะทำหน้าที่เอ็นเตอร์เทนแขกทุกครั้ง ไม่ประสงค์จะอ้าปากพูดคุยกับใครในตอนนี้ เขาจึงต้องทำหน้าที่แทนไปพลางๆ ก่อน และเชื่อว่าอีกไม่นานจิตใจของภรรยาคงจะกลับมาเป็นปกติในที่สุด

“อีกสามอาทิตย์ครับ เพราะต้องรอหอบน้องหญิงไปต่อโทด้วย พอผมได้พีเอชดีแล้วสงสัยคงจะต้องยกหน้าที่ดูแลยัยตัวยุ่ง ให้เพชรช่วยรับช่วงแต่แน่ๆ เลยครับ เบื่อเมืองนอกเต็มทีอยากกลับมาอยู่บ้านเราจะแย่”

เพราะหม่อมราชวงศ์ตรัยคุณกับเพชรกล้า เรียนอยู่ที่เดียวกันและคุ้นเคยกันตั้งแต่เขาไปอเมริกาใหม่ๆ แต่เขาเป็นรุ่นพี่อายุมากกว่าเพชรกล้าสองปี เลยจะจบก่อนและจะกลับมาก่อนโดยไม่คิดจะทำงานที่นั่น ไม่เหมือนเพชรกล้าที่เบื่อเมืองไทย

เบื่อบ้านหรือและเบื่อคนบางคนในบ้าน จนตั้งมั่นเอาไว้ว่าจะทำงานต่อหลังจากเรียนจบ แรกทีเดียวเขาคิดจะไม่กลับด้วยซ้ำ เพราะไม่อยากมาเห็นมารับรู้เรื่องราวของพ่อกับเด็กเหลือขอ ที่รวมหัวกันทำร้ายจิตใจแม่เขา แต่พอเห็นแม่เป็นแบบนี้ก็คงจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่แล้ว

“ไม่มีปัญหาครับคุณชาย ดีซะอีกผมจะได้มีเพื่อนเพิ่มมาอีกคน เจอแต่หน้าเดิมๆ มาหลายปีเบื่อจะแย่แล้วครับ”

เพชรกล้ารับคำอย่างไม่เกี่ยงงอน เพราะนั่นไม่ใช่ปัญหาอะไรของเขาเลยสักนิด หากจะต้องดูแลใครสักคนเพิ่มขึ้นมา โดยเฉพาะคนที่คุ้นเคยกับครอบครัวเขาดีอย่างหม่อมราชวงศ์ดุรีย์พรด้วยแล้ว

เขายิ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดียิ่งด้วยซ้ำ สองสามีภรรยาหันไปมองสบตากันอย่างรู้ความหมายโดยนัยเพียงครู่เดียว

“ผู้ปกครองของเรานี่ไม่รู้ยังไงกันนะฝน เดี๋ยวจะให้อยู่หอเดี๋ยวจะให้ย้ายกลับไปอยู่บ้าน อาจารย์ล่ะงงจริงๆ เลย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป