บทที่ 13 EP. 13
อาจารย์เปรมจิต อดบ่นกับลูกศิตย์คนโปรดไม่ได้ หลังมาบอกว่าจะต้องกลับไปพักที่บ้าน เพื่อช่วยดูแลความเรียบร้อยเพราะขาดคน พิรุณญาเองก็อึกอักกับคำทักท้วงไม่น้อย
แต่ไม่รู้จะทำยังไงได้ในเมื่อจันทภาสั่งให้กลับอยู่อย่างไม่มีกำหนด ว่าจะให้มาอยู่หอต่อได้อีกเมื่อไหร่ สิ่งเดียวที่พอจะทำให้ตัวเองได้นั่นก็คือทำใจ แล้วก็ทำตามคำสั่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น
“คุณท่านเป็นอัมพาต ส่วนคุณท่านอีกคนก็ต้องทำงานที่บริษัท ลูกสาวท่านก็เข้ามหาวิทยาลัยปีแรกต้องเรียนหนัก ที่ก็บ้านมีคนรับใช้แค่สองคน ฝนเลยต้องไปช่วยดูแลค่ะ แต่ถ้าอาจารย์จะให้ฝนมาช่วยพิเศษฝนก็จะรีบมาเลยค่ะ”
พิรุณญามักจะได้รับความกรุณมจากอาจารย์เปริมจิต ในการหยิบยื่นงานพิเศษให้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นงานทำขนมเพื่อเป็นของว่างเวลามีแขกมาสั่ง หรือแม้กระทั่งงานเฝ้าไข้ในช่วงกลางคืนให้คนรู้จักของผู้เป็นอาจารย์ ก็รับทำด้วยความเต็มใจ
เพราะอยากหารายได้พิเศษเก็บไว้ใช้จ่าย ด้วยจันทภาให้เงินแต่ละเดือนแบบจำกัด ชนิดพอกับค่าใช้จ่ายประจำ แต่แทบจะไม่เหลือมาไว้ซื้อข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ที่อยากได้เลย
สองปีที่ออกมาอยู่หอเธอจึงต้องหางานพิเศษแบบนี้มาโดยตลอด ถึงแม้จะมีพี่ชายต่างสายเลือดคอยหยิบยื่นให้บ้างเมื่อเวลามาหากัน แต่ก็ไม่ได้มากมายนัก
อีกอย่างความจำเป็นที่ต้องใช้ข้าวของในวัยสาวก็มีไม่น้อย แต่ถ้าต้องย้ายกลับไปอยู่บ้านก็คงจะหมดโอกาสแล้ว เพราะลำพังมาเรียนและรีบกลับไปดูแลความเรียบร้อยในบ้าน ก็ไม่มีเวลาหลงเหลืออยู่อีกแล้ว
“เราคงจะมีเวลาว่างมาช่วยหรอกนะ”
ผู้เป็นอาจารย์รู้ดีจึงประชดลูกศิษย์คนโปรดนิดๆ ด้วยคำพูดและสายตา แต่กระนั้นก็ยังมีแววตาแห่งความเอ็นดูรวมอยู่มากมาย และดูเหมือนจะมากกว่าลูกศิษย์คนอื่นๆ ที่เคยมีมาด้วย
เพราะไม่บ่อยครั้งนักที่จะได้พบเด็กนิสัยดีเรียนดีประพฤตัวดีอย่างพิรุณญา ที่ผ่านมามักจะเจอแต่ในทางตรงกันข้ามมากกว่า แต่ทั้งนี้อาจารย์เปรมจิตก็เข้าใจดีว่า
เป็นเพราะลูกศิษย์คนนี้ขาดที่พึ่งพิงทางจิตใจ จึงต้องเข้มแข็งและทำตัวไม่ให้เป็นปัญหากับใคร แล้วปัญหานั้นๆ ก็จะได้ไม่ย้อนกลับมาหาตัวเองด้วย
พิรุณญายิ้มรับคำเหน็บแนมปนเอ็นดูจากอาจารย์ ที่ตัวเองรักและเคารพเช่นผู้ใหญ่คนหนึ่ง จากนั้นก็ช่วยหอบหิ้วตำรับตำราตรงไปยังห้องเรียน ที่มีผองเพื่อนกำลังรออยู่ บ่ายแก่ๆ ชั่วโมงเรียนก็หมด เพื่อนหลายคนสามารถไปเที่ยวห้าง
หรือนั่งกินอาหารโปรดแสนอร่อย หรือจะช้อปปิ้งข้าวของที่หมายตาไว้ตามชอบใจ แต่สำหรับเธอแล้วจะต้องตรงกลับบ้าน บ้านที่เธอไม่เคยรู้สึกเลยว่ามันคือบ้าน แต่ก็ไม่อาจจะหลีกหนีไปที่ไหนได้ เพราะมีคำว่ากตัญญูรู้คุณค้ำคออยู่
“คุณฝนมาพอดีเลย พี่กำลังจะเอาของว่างไปให้คุณท่าน งั้นพี่ฝากให้คุณฝนเอาไปดีกว่านะคะ พี่จะได้ไปรีดผ้า”
เพ็ญอยู่ในครัวและกำลังจัดจานชามตามปกติ พิรุณญาวางกระเป๋ากับหนังสือได้ก็รับหน้าที่ต่อ เพราะเข้าใจและเห็นใจสาวใช้ที่มีงานล้นมือ แถมต้องเริ่มงานตั้งแต่เช้าจรดเย็นก็ว่าได้ หญิงสาวค่อยๆ ประคองถาดเดินตามบันไดไปชั้นบนด้วยหัวใจปลอดโปร่งมาได้หลายเดือนแล้ว
นับตั้งแต่ไม่มีเพชรกล้าที่ดูเหมือนจะเกลียดหน้าเธอไม่เคยเปลี่ยนแปลงบินกลับไปอเมริกาแล้ว และพลอยไพรินก็หายเป็นปกติและเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว จึงไม่มีสายตาที่ดูเหมือนจะจงเกลียดจงชังเธออีกคู่คอยมองอย่างไม่ลดละให้ต้องลำบากใจอีก
แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน แต่เธอก็คิดว่ายังดีกว่าที่ต้องมาเผชิญหน้ากันตลอดเวลาเป็นไหนๆ ประตูห้องถูกเคาะเบาๆ สองสามครั้ง ก่อนที่ร่างผอมบางจะเดินเข้าไปด้วยอาการนอบน้อม
จันทภายังคงนั่งอยู่บนเตียงดูรายการโปรดอยู่เช่นทุกวัน พิรุณญาคุกเข่าลงกับพื้นวางถาดไว้บนโต๊ะเล็กๆ หน้าระเบียง ก่อนจะคลานเข่าไปใกล้ๆ เตียง ที่มีคุณท่านนั่งจ้องหน้าจอด้วยความสนใจ
“คุณท่านจะรับของว่างบนเตียงหรือบนโต๊ะคะ”
จันทภาหันไปมองคนถามเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปหาหน้าจออีกครั้ง ประหนึ่งไม่ใคร่จะสนใจใยดีกับสิ่งใดๆ เลยสักนิด พิรุณญารู้ดีว่าไม่ควรจะเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง เพราะจันทภาไม่ชอบ จึงนั่งพับเพียบลงบนพื้นแล้วหันไปหาจอด้วยท่าทีสงบ
“วันนี้มีอะไรให้กินบ้างล่ะ” แต่ไม่นานจันทภาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่ม เช่นทุกครั้งที่เคยเป็นมา
“มีตะโก้ของพี่เพ็ญกับขนมเทียนแก้วของฝนที่เอามาจากมหาลัย แล้วก็น้ำขิงร้อนค่ะคุณท่าน”
พิรุณญาเปลี่ยนท่านั่งพับเพียบเป็นคุกเข่า แล้วหันไปหาคุณท่านด้วยใบหน้ายิ้มน้อยๆ และเตรียมตัวจะลุกไปช่วยพยุงให้จันทภานั่งสบายกว่าเดิม
แต่ประตูห้องนอนก็ถูกเคาะและถูกเปิดออกในทันที โดยที่เจ้าของห้องยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากอนุญาต พริ้มพราวนั่นเองที่เป็นคนเดินเข้ามาพร้อมในมือหิ้วถุงขนมที่มีชื่อเสียง
“พริ้มซื้อฟรุ๊ตเค้กมาฝากพี่ภาค่ะ รีบมาแทบตายกลัวจะเลยเวลาของว่างก่อน นี่แม่ฝน! เอาลงไปจัดใส่จานขึ้นมาให้คุณพี่กับฉันเลยนะ แล้วก็อย่าลืมจัดน้ำส้มคั้นเย็นๆ มาให้ฉันด้วย เร็วๆ ฉันหิว”
พริ้มพราวหันไปสั่งโดยที่ไม่ต้องรอให้เจ้าของบ้านทำหน้าที่นี้แต่อย่างใด พิรุณญาได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่งแล้วก็ค่อยๆ เดินออกจากห้องไป ไม่นานก็กลับเข้ามาพร้อมของว่างอีกชุด จันทภารู้ดีว่าเวลานี้น้องสามีต้องการจะอยู่กับตัวเองเพียงลำพัง จึงหันไปสั่งให้พิรุณญา
“มีอะไรก็ไปทำเถอะฝน ไว้ใกล้เวลาทำกายภาพค่อยขึ้นมา ฉันจะคุยธุระสำคัญกับคุณพริ้มหน่อย”
