บทที่ 15 EP. 15

จนต้องเกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้น ทั้งที่จริงๆ แล้วเรื่องที่ตัวเองหวาดกลัวอาจจะไม่มีความเป็นจริงเลยสักนิดก็เป็นได้

“เฮ้อ! พี่ไม่อยากคิดเลยถ้าเรื่องเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ”

จันทภาตอบแค่นั้น เพราะเริ่มเบื่อที่จะฟังเรื่องราวที่มาจากความคิดอ่านของพริ้มพราวเพียงฝ่ายเดียว โดยที่ยังไม่มีความจริงเกิดขึ้นแล้ว อีกทั้งก็ใกล้จะถึงเวลาทำกายภาพบำบัดแล้ว จึงนิ่งเงียบเพื่อให้พริ้มพราวรู้ตัวเอง และแน่นอนว่าพริ้มพราวจำได้ดีว่าอีกไม่กี่นาที

คนที่ตัวเองเกลียดขี้หน้าก็จะต้องขึ้นมาแล้ว จึงรีบลาพี่สะใภ้แล้วเผ่นออกจากห้องไปทันที จันทภาได้แต่จ้องมองประตูแล้วส่ายหน้าน้อยๆ เพราะไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจกับความหวังดี ที่น้องสามีอุตส่าห์หอบเอามาเล่าให้ฟังไม่ว่างเว้น

แต่ครั้นพอถึงเวลาทำกายภาพบำบัดทีไร จันทภาก็ไม่เคยเห็นเลยสักครั้งที่น้องสามีจะอาสามาทำให้ นอกจากทิ้งภาระไว้ให้คนที่จันทภาคอยระแวงอยู่เสมอๆ นั่นเอง

พิรุณญาเดินเข้าห้องมาพร้อมข้าวของในมือ แล้วทำหน้าที่ประจำให้คุณท่านด้วยท่าทีอ่อนโยน แผ่วเบาตามที่พยาบาลเคยสอนไว้ได้อย่างครบถ้วน แม้เรื่องที่ได้ยินจากพริ้มพราวเมื่อครู่จะรบกวนจิตใจสักแค่ไหน

หญิงสาวก็พยัยามปรับสีหน้าและท่าทางให้เป็นปกติ และทำหน้าที่ปกติเช่นทุกวันที่เคยทำมา จากนั้นก็จะช่วยอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเปลี่ยนเสื้อผ้า ให้จันทภาเป็นชุดเตรียมเข้านอนไว้ให้เลย ก่อนที่จะเข็นวิลแชร์ตรงไปหาลิฟท์แล้วลงไปข้างล่าง เพราะใกล้จะได้เวลาที่พร้อมพงษ์กลับจากทำงานแล้ว

“จะไปทำอะไรก็ไปเถอะไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันจะอ่านหนังสือรอคุณท่าน”

จันทภามักจะบอกเสมอๆ เมื่อออกมานั่งรอการกลับมาของสามีที่สนามหญ้า พิรุณญาเองก็รีบผละจากไปเข้าครัวแล้วเตรียมปรุงอาหารเพื่อจัดขึ้นโต๊ะ หลังจากที่พร้อมพงษ์กับพลอยไพรินกลับเข้าบ้านได้สักพัก แล้วเธอก็จะได้นั่งร่วมโต๊ะด้วย

แต่ถ้าวันไหนที่พร้อมพงษ์ไปงานเลี้ยงหรือกลับดึก เธอก็จะปล่อยให้สองแม่ลูกนั่งกินด้วยกันตามลำพัง เพราะพลอยไพรินเคยบอกมาอย่างโจ่งแจ้ง เมื่อหลายปีมาแล้ว ว่าไม่อยากร่วมโต๊ะด้วยถ้าไม่ติดที่มีผู้เป็นพ่อนั่งอยู่

พิรุณญาจึงมักจะนั่งกินกับเพ็ญและมิตรหลังครัว เมื่อทุกคนกินเสร็จ เธอก็จะช่วยเพ็ญเก็บกวาดจนเรียบร้อย จากนั้นขึ้นห้องอาบน้ำเตรียมเข้านอน แต่ก่อนจะนอนเธอก็จะต้องลงมาจัดยาให้จันทภา ซึ่งจะต้องกินเป็นประจำอยู่ทุกวัน

และจัดยาหรือเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพให้พร้อมพงษ์ทุกคืน ชีวิตของวิหคที่ไร้รังอย่างเธอก็จะต้องดำเนินอยู่แบบนี้เรื่อยไป ไม่รู้จะมีจุดสิ้นสุดที่ตรงไหน และจบลงเมื่อใด

แต่แล้วสิ่งที่ช่วยให้หญิงสาวได้มีเวลาเป็นของตัวเองก็บังเกิดขึ้นมาจนได้ นั่นคือการได้งานทำในโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งหลังจากเรียนจบปริญญาในอีกสองปีต่อมา ขณะที่พลอยไพรินเข้ามหาวิทยาลัยปีที่สาม

ความที่ต้องทำงานเป็นกะทั้งกลางวันและกลางคืนในตำแหน่งผู้ช่วยเชฟอาหารไทย ทำให้ต้องละทิ้งหน้าที่ประจำที่บ้านไป แต่เพ็ญต้องเหนื่อยหนักขึ้นอีก จันทภาจึงต้องตัดสินใจจ้างเด็กรับใช้เพิ่มอีกหนึ่งคน

“ฝนเรียนจบก็ต้องอยากทำงานสิคุณ จะให้ออกมาดูแลบ้านเฉยๆ ได้ยังไง ถึงฝนไม่บอก เราก็ควรจะคิดเองได้นะเรื่องนี้ ผมว่าเราอย่าไปสั่งหรือบงการชีวิตฝนมากเกินไปเลยดีกว่า ให้ฝนมีเวลาได้คิดได้ตัดสินใจอะไรเองบ้างเถอะ”

เพราะถูกผู้เป็นสามีขัดขึ้นมาแบบนี้ ความคิดที่จะให้พิรุณญามาอยู่บ้านเฉยๆ ของจันทภาจึงถูกพับเก็บไป อีกทั้งตัวเองก็ได้สิ่งที่ใจหวังไว้แล้วอย่างหนึ่งนั่นคือ การกล่อมให้สามีเปลี่ยนใจที่จะไม่ดึงเอาพิรุณญาเข้าไปช่วยงานในบริษัท

เพราะจันทภาอ้างว่าเรียนคนละสายงานมา และอยากให้พิรุณญามีประสบการณ์จากที่อื่นไปพลางๆ สักสองสามปีก่อนแล้วค่อยว่ากันทีหลัง ถึงพร้อมพงษ์จะไม่เห็นด้วยนัก แต่พอไปถามเจ้าตัวก็ได้รับคำตอบแบบเดียวกับที่ได้จากภรรยา เขาจึงไม่ติดใจอะไรอีก

“อ้าว! ฝนวันนี้เข้ากะดึกเหรอ”

“จ้ะ! แล้วเอกล่ะเข้าดึกเหมือนกันเหรอ”

เอกรัตน์ พลอยแสง เป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย ที่บังเอิญได้มาทำงานในโรงแรมเดียวกัน แต่เขาจะอยู่ฝ่ายฟร้อนออฟฟิศ และเขาก็มักจะหยิบยื่นความเป็นมิตรให้พิรุณญาในหลายๆ เรื่อง รวมทั้งการเดินไปขึ้นรถเมล์ด้วยกันหลังเลิกงาน วันไหนที่เธอเลิกดึก

เขาก็มักจะลงรถ แล้วเดินไปส่งถึงห้องพักที่เธอเช่าไว้กับเพื่อนร่วมงานอีกคน สำหรับพักเวลาต้องทำงานดึก ส่วนช่วงไหนที่เป็นกะกลางวันก็จะกลับพักบ้านและรับใช้คนที่บ้านตามปกติ

“ถ้าฝนเลิกงานก่อนก็มารอเอกอยู่หน้าตู้ยามแล้วกันนะ”

เอกรัตน์มักจะคอยบอกเสมอๆ และเขาจะแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่ามีความพึงพอใจในตัวหญิงสาว ที่เขาเองก็หมายตาไว้ตั้งแต่เรียนอยู่แล้ว แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้เธอ หรืออีกนัยคือพิรุณญาไม่ค่อยจะได้เปิดโอกาสให้ชายหนุ่มเข้ามาหาในเชิงชู้สาวนัก

จะด้วยเพราะการที่ต้องเรียนหนักเพื่อคว้าตำแหน่งเกียรตินิยม หรือเป็นเพราะหลังเลิกเรียนต้องรีบกลับไปดูแลจันทภาจนไม่มีเวลาก็ตามที

“นี่เหรอบ้านฝนน่ะ”

เอกรัตน์ถามด้วยความสงสัย เมื่อวันหนึ่งเขาดึงดันที่จะเดินจากปากซอยเข้ามาส่งเธอให้ได้ เพราะอยากรู้จักว่าบ้านช่องเป็นยังไงอยู่ที่ไหน แต่พอได้เห็นคฤหาสน์หลังงามเข้าแล้ว เขาก็แทบจะเข่าอ่อนเลยทีเดียว เพราะดูเหมือนว่าหมดหวังที่จะไขว่คว้าสาวที่หมายตาไว้มาหลายปีมาครอบครองได้อีกแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป