บทที่ 2 เสร็จแล้วหรอครับ
“ใช่ พ่อให้ไคล์มาเป็นบอดี้การ์ดของลูก คอยดูแล ควบคุมความประพฤติ รวมทั้งดัดนิสัยเอาแต่ใจตัวเองของลูกด้วย”
“พ่อ ได้ไงคะ ทำไมต้องให้ไคล์มาดัดนิสัยพลอยด้วย อีกอย่างไคล์เขาเรียนจบตั้งปริญญาโท จะให้มาเป็นบอดี้การ์ดของพลอยได้ยังไง ทำไมไม่ให้เขาทำงานอย่างอื่นคะพ่อ”
เธอเอ่ยประท้วง ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้เขามาเป็นบอดี้การ์ดของเธอ แต่เขาอุตส่าห์ไปร่ำเรียนจนจบปริญญาโทในสาขาบริหารธุรกิจ เขาควรได้ทำงานที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถของตัวเองมากกว่ามาคอยเดินตามเธอต้อยๆ แบบนี้ แล้วตำแหน่งผู้บริหารในโรงแรมที่เหมาะสมกับคนเก่งๆ อย่างเขาก็มีตั้งหลายตำแหน่ง
พอลมองหน้าลูกสาว ที่จริงเขาไม่ได้อยากจะให้ไคเลอร์มาเป็นบอดี้การ์ดของเธอหรอก เพราะเขาส่งเสียให้ไคเลอร์ไปร่ำเรียนก็เพื่อให้มาช่วยงานบริหารโรงแรมของเขา แต่บังเอิญว่าผู้ชายทุกคนที่ถูกเลี้ยงดูด้วยตระกูลคลาร์ก จะต้องเรียนรู้วิชาการต่อสู้ป้องกันตัวขั้นสูง และต้องเชี่ยวชาญการใช้อาวุธทุกประเภท ไม่เว้นแม้แต่ไคเลอร์ และด้วยบุคลิกนิ่งๆ แต่เข้มงวดและค่อนข้างดุของชายหนุ่ม จึงเหมาะที่จะมาเป็นคนดูแลความปลอดภัยของเด็กดื้อที่ต้องได้รับการดัดนิสัยคนนี้ที่สุด
เพราะฉะนั้น เขาเลยต้องเลื่อนแผนการเข้ามาทำงานของไคเลอร์ไปอีกสองปี รอจนพลอยชมพูเรียนจบปริญญาโท ค่อยให้คนทั้งคู่เข้ามาช่วยกันบริหารงานต่อไป
“เพราะไม่มีใครเอาลูกอยู่ พ่อเลยต้องเปลี่ยนแผน ให้ไคล์มาควบคุมลูกก่อน พอลูกจบค่อยมาทำงานพร้อมกัน พ่อจะให้ไคล์เป็นที่ปรึกษาของลูก ช่วยดูงานและสอนงานให้กับลูก และช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัย พอลูกทำงานเก่งจนไม่ต้องการที่ปรึกษา พ่อจะให้ไคล์เป็นผู้บริหารดูแลด้านการตลาด จนกว่าลูกจะทำใจยอมรับและเปลี่ยนนิสัยได้ พ่อถึงจะหาบอดี้การ์ดคนใหม่ที่น่าจะต้องอยู่กับลูกได้นานกว่าคนอื่นๆ มาให้อีกที”
“แล้วพ่อมั่นใจได้ยังไง ว่าไคล์จะเอาพลอยอยู่ พ่อก็รู้ว่าพลอยเป็นคนยังไง”
“พ่อรู้ และพ่อก็รู้ ว่าไคล์เป็นคนยังไง”
“แกเจอของแข็งแน่ ยัยพลอย”
พชร ยื่นหน้ามากระซิบที่ใบหูของน้องสาวเพื่อยั่วโมโหเด็กเอาแต่ใจ ก็ได้รับค้อนวงน้อยๆ ของน้องสาวสุดที่รัก ที่วันนี้ทุกคนรวมหัวกันขัดใจเธอ ไม่มีใครยอมตามใจอะไรเธอสักอย่าง
“แล้วแต่เลยค่ะ พลอยไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงอะไรอยู่แล้วนี่คะ แต่บอกไว้ก่อน ถ้าไคล์ทนพลอยไม่ไหว อย่ามาว่าพลอยแล้วกัน”
“หึ ลูกนั่นแหละ อย่ามางอแงกับพ่อแล้วกัน พ่อให้อำนาจในการดัดนิสัยเด็กเอาแต่ใจเต็มที่ ไม่มีการเกรงกลัว เกรงใจ หรือตามใจด้วยความจำยอมเหมือนบอดี้การ์ดคนอื่นๆ ของลูกนะ”
“เอาเลยค่ะ รุมพลอยกันให้พอ พลอยจะไปอาบน้ำแต่งตัว คืนนี้นัดกับเพื่อนไว้ค่ะ”
“ตามสบาย ไคล์ เอาของขึ้นไปเก็บที่ห้องสิ ฉันให้เด็กจัดห้องข้างๆ ยัยพลอยไว้ให้แล้ว”
“อะไรคะพ่อ นี่ขนาดถึงขั้นให้มาเฝ้าพลอยถึงข้างๆ ห้องเลยหรอคะ ทำไมไม่ให้มานอนในห้องพลอยเลยล่ะ”
คนสวยประชด เพราะบอดี้การ์ดคนอื่นๆ ก็มีเรือนนอนที่กว้างขวางและทันสมัย อยู่ด้านหลังบ้านของเธอนี่เอง ทำไมถึงต้องให้เขาขึ้นมานอนเฝ้าเธอจนแทบจะหายใจรดต้นคอกันขนาดนี้
พลอยชมพูงอนพ่อและพี่ชาย ที่อยู่ๆ ก็มารุมกันดัดนิสัยเธอเอาตอนที่เธอโตขนาดนี้แล้ว จึงเดินปึงปังขึ้นห้องไป ไม่สนใจใครอีก เก็บแรงเอาไว้ไปเที่ยวตามประสาสาวโสดกับเพื่อนๆ ของเธอคืนนี้ดีกว่า
ร่างเย้ายวนในชุดเกาะอกสีแดงเพลิง ผมยาวถูกรวบเป็นหางม้าเปิดเปลือยลำคอระหง โชว์เนินอกอวบของวัยสาวที่เบียดกันจนชิดใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างสวยงาม เปิดประตูห้องนอนของตัวเองออกมาเมื่อถึงเวลานัดหมายกับเพื่อนรัก เธอปรายตามองประตูห้องที่ติดกันก็พบว่ามันปิดเงียบ จึงอมยิ้มอย่างผู้ชนะแล้วปิดงับประตูห้องนอนของตัวเองอย่างแผ่วเบาที่สุด
“หึ ไม่ทันฉันหรอก ไคเลอร์”
เท้าเล็กๆ ค่อยๆ ย่องลงมาอย่างเงียบเชียบที่สุด มือข้างหนึ่งถือกระเป๋าแบรนด์เนมใบเล็กส่วนอีกข้างก็หิ้วรองเท้าส้นสูงสีแดงสดคู่ใหม่ล่าสุด ดวงตากลมโตสอดส่ายมองหาพ่อและพี่ชาย เมื่อไม่พบใครสักคนแม้แต่แม่บ้านเพราะเวลานี้ก็ดึกมากแล้ว เป็นเวลาที่ทุกคนต่างแยกย้ายกันเข้าห้องส่วนตัวเพื่อพักผ่อนกันหมด ก็ต้องยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะอีกครั้ง
ร่างเย้ายวนถอนหายใจอย่างโล่งอก รู้สึกกระดี๊กระด๊ามีชีวิตชีวาอย่างบอกไม่ถูก นี่สินะ ความหอมหวานของอิสรภาพที่เธอรอคอยมานานแสนนาน
พลอยชมพูนั่งลงที่เก้าอี้ข้างประตูบ้านบานใหญ่เพื่อใส่รองเท้าส้นสูงปรี๊ด แล้วลุกขึ้นยืน เปิดประตูต้อนรับอิสรภาพด้วยใบหน้าที่ฉาบไปด้วยรอยยิ้ม เรียวขาขาวก้าวเดินอย่างมั่นใจ กำลังจะเดินเลี้ยวไปทางขวาเพื่อตรงไปยังโรงจอดรถของบ้าน ก็ต้องชะงักค้างหยุดยืนอยู่กับที่ เมื่อมีเสียงทุ้มต่ำดังมาจากด้านหลัง
“เสร็จแล้วหรอครับ คุณพลอย”
ร่างงามค่อยๆ หันหลังกลับไปมองยังต้นเสียง ก็พบกับชายหนุ่มรูปหล่อร่างสูงใหญ่ ในชุดสูทสากลแบรนด์ดังพอดีตัวสีดำสนิททั้งตัวนอกตัวใน ยืนกอดอกพิงประตูบ้านของเธออยู่ในมุมมืดทำให้เธอมองเขาไม่เห็นตั้งแต่ทีแรก
ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มจับจ้องมายังเธอตาไม่กะพริบด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มมีเคราขึ้นตามแนวสันกราม ยิ่งทำให้เขาดูดุดันมีเสน่ห์จนใจสาวเต้นแรง
“ไคล์..”
ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีแดงสด เอ่ยออกไปได้แค่นั้น เพราะยังตกอยู่ในมนต์สะกดของดวงตาคมกริบสีเทาเข้ม และใบหน้าที่หล่อเหลาราวเทพเจ้าปั้นแต่งของเขาอยู่
“ครับ ผมเอง”
เสียงทุ้มที่ดังขึ้น เรียกสติของเธอให้กลับคืนมาสู่ตัว จึงสูดหายใจแล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างถือดี ตามสไตล์คุณหนูพลอยชมพูที่จะมีใครมาทำอะไรขัดใจไม่ได้
“คุณมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้”
คุณหนูคนงามแห่งตระกูลคลาร์กสะบัดเสียงใส่อย่างไม่สบอารมณ์ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้ว ว่าเขามายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ แต่มันรู้สึกขัดใจจนต้องขอระบายอารมณ์เล็กๆ น้อยๆ และเผื่อว่าความเอาแต่ใจของตัวเองจะทำให้เขาเบื่อหน่ายและรีบลาออกไปทำอย่างอื่น เธอจะได้ใช้ข้ออ้างขอไม่มีบอดี้การ์ดกับพ่อและพี่ชายอีกครั้ง
“ก็มายืนรอคุณไง คุณจะไปเที่ยวไม่ใช่หรือ”
บอดี้การ์ดหนุ่มลดแขนลงจากการกอดอก แล้วยืดตัวยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างเย้ายวนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า หัวคิ้วเข้มๆ ก็ต้องขมวดมุ่นแทบจะชนกันอยู่รอมร่อด้วยความไม่พอใจในเสื้อผ้าที่โชว์เนื้อหนังของเธอขนาดนี้
“อืม ใช่ ไปสิ”
