บทที่ 5 คุณไม่ได้ใส่เหรอ

เมื่อขี้เกียจรับมือกับเด็กดื้อในอ้อมกอด จึงช้อนอุ้มเธอในท่าเจ้าสาว แล้วเดินตรงดิ่งกลับไปที่รถทันที ใช้เวลาไม่นาน คนตัวบางที่ดิ้นรนอึกอักตลอดเวลาก็ได้ไปนั่งแอ้งแม้งอยู่ที่เบาะด้านหลังของรถยนต์คันหรูเรียบร้อยแล้ว

“โอ๊ย เจ็บนะ”

“ชวู่ อย่าดื้อ”

คนตัวโตที่ยังสาละวนอยู่กับการโน้มตัวไปคาดเข็มขัดนิรภัยให้กับเธออยู่ เอ่ยปามเด็กดื้อเสียงเบา แล้วหันหน้ากลับมาหาเธออย่างอัตโนมัติ

หนุ่มสาวที่ใบหน้าอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบชะงักค้าง ดวงตาคมกริบจ้องมองที่ดวงตากลมโตปรือปรอยฉ่ำหวาน ก่อนไล่สายตาลงมาที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดที่เผยอน้อยๆ ก็ต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนกระแอมเรียกสติให้กับทั้งเธอและเขา

“นั่งดีๆ ครับ ผมกำลังจะพาคุณกลับบ้าน”

“อืม”

ร่างเย้ายวนกอดอกแล้วเอนหลังพิงเบาะ ก่อนปิดเปลือกตาลงเพราะตอนนี้ภายในรถมันหมุนเคว้งไปหมด เขาเห็นดังนั้นก็รู้แล้วว่าคนตัวบางท่าจะหนาว จึงถอดเสื้อสูทของตัวเองคลุมร่างบอบบางแต่เย้ายวนของเธออย่างเบามือ

ประตูรถฝั่งที่เธอนั่งถูกปิดลง เธอจึงลืมตาขึ้นมามองเสื้อสูทที่ให้ความอบอุ่นแก่เธอในตอนนี้แล้วอมยิ้มมุมปาก กลิ่นน้ำหอมของเขาติดมากับเสื้อตัวนี้ และมันหอมมากจนเธอต้องสูดลมหายใจลงปอดลึกๆ หลายครั้ง แต่แล้วความเมาก็ทำให้เธอหลับไปอย่างไม่ทันได้รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

เมื่อถึงบ้านหลังใหญ่ของตระกูลคลาร์ก ไคเลอร์ก็อุ้มคนไม่มีสติขึ้นไปส่งถึงห้องนอน เขาวางเธอลงที่กลางเตียง เปิดเครื่องปรับอากาศให้ ก่อนจะเดินกลับมาถอดรองเท้าส้นสูงของเธอออก แล้วห่มผ้าให้กับร่างบางที่ตอนนี้ยังอยู่ในชุดเดรสเกาะอกสีแดงเต็มยศ

“อือออ”

คนตัวบางขยับตัวภายใต้ผ้าห่มอย่างอึดอัด เธอพยายามรูดซิปด้านหลังของชุดอย่างทุลักทุเล ไคเลอร์เห็นดังนั้นจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตัดสินใจสอดมือเข้าไปใต้ผ้าห่มแล้วแตะมือไปที่กลางหลังของเธอจากนั้นก็เลื่อนมือขึ้นช้าๆ เพื่อคลำหาซิป เมื่อเจอก็ค่อยๆ รูดมันลงมาด้วยมืออันสั่นเทา

เขาพ่นลมหายใจออกมาทางปาก เพื่อระบายความอึดอัดในอก ดึงชุดตัวสวยของเธอลงมาเหวี่ยงทิ้งไปที่พื้นข้างเตียง ก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้แผ่นหลังของเธออีกครั้งเพื่อหาตะขอเสื้อชั้นใน แต่ลูบหาเท่าไหร่ก็พบเพียงแผ่นหลังบอบบางนุ่มเนียนมือราวผ้าแพรเนื้อดี

“เด็กดื้อ คุณไม่ได้ใส่เหรอ”

เขามองใบหน้าสวยๆ ที่หลับตาพริ้มของเธอด้วยความหงุดหงิด แล้วลุกขึ้นไปหยิบชุดนอนมาสวมใส่ให้เธอภายใต้ผ้าห่มผืนหนาผืนนั้น เมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงถอดเครื่องประดับให้เธอทุกชิ้น ก่อนจะปิดไฟแล้วเดินกลับห้องของตัวเองไป


หลังจากวันที่เธอไปสร้างวีรกรรมเมาแอ๋ในผับหรูวันนั้น ตื่นเช้ามาเธอก็โดนทั้งพ่อและพี่ชายบ่นจนหูชาบนโต๊ะอาหารมื้อเช้า ที่มีเขานั่งร่วมโต๊ะด้วย เพราะเขาได้ทำการรายงานพฤติกรรมของเธอให้พ่อและพี่ชายเธอฟังทั้งหมด

พ่อของเธอปฏิบัติต่อเขาเหมือนที่ปฏิบัติต่อลุงโทมัสเพื่อนรัก เพราะพ่อของเธอทั้งเอ็นดู รักใคร่ ไว้ใจและสนับสนุนเขาทุกอย่าง จนคนตัวบางแอบเบะปากด้วยความหมั่นไส้อยู่หลายครั้ง

แตกต่างจากเธอที่ถึงแม้พ่อกับพี่ชายจะรักและตามใจมากเหมือนไข่ในหิน แต่พวกเขาก็ชอบเจ้ากี้เจ้าการและขี้บ่น ไม่ค่อยให้อิสระกับเธอสักเท่าไหร่ ขนาดแค่เมานิดเดียวยังโดนบ่นเสียหูชา ว่าถ้าไม่มีเขาไปด้วย เธอจะอยู่ในสภาพไหน

ก็แล้วมันจะมีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นกับเธอซะที่ไหนกัน ในเมื่อแค่อยากจะออกไปซูเปอร์มาร์เก็ตหน้าปากซอยบ้าน ยังต้องมีบอดี้การ์ดตามไปคุม

เพราะฉะนั้น เธอจะเมา จะหลับ จะหมดสภาพแค่ไหน ยังไงก็กลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัยอยู่ดี

พรุ่งนี้เธอกับเขาก็ต้องขนย้ายสัมภาระจำเป็นไปไว้ที่คอนโดมิเนียมหรูใกล้มหาวิทยาลัยของเธอ ที่ต้องใช้เวลาเดินทางจากที่นี่หลายชั่วโมง เธอควบคุมแม่บ้านจัดกระเป๋าเดินทางให้เธอเสร็จแล้ว จึงตั้งใจจะลงมาหาอะไรดื่มก่อนนอน แต่เมื่อเดินผ่านห้องนั่งเล่นก็ต้องชะงักฝีเท้าลง แล้วเสียมารยาทยืนแอบฟังอยู่ตรงนั้น

“ฉันไปคุยกับเธอให้เอาไหม”

พอล คลาร์ก นายใหญ่ผู้มีพระคุณเอ่ยถามขึ้น เมื่อพูดคุยกันมาสักพัก แล้วถามถึงเคธี่คนรักของเขา ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมกับเธอจบกันแล้ว เธอเลือกทางเดินชีวิตของเธอแล้ว มีคนที่ดีและเหมาะสมกว่าผมมาดูแล และคงจะมีความสุขดี”

“นายอย่าด้อยค่าตัวเองแบบนั้น เธอต่างหากที่คิดผิด ที่ทิ้งนายไป อีกอย่างมันเป็นเพราะฉันอยากให้นายมาดูแลยัยพลอย แทนที่จะได้เริ่มทำงานตามที่นายอุตส่าห์ร่ำเรียนมา”

“อย่าคิดแบบนั้นสิครับ ผมดูแลคุณพลอยใกล้ชิดแบบนี้โดยที่ไม่ได้ทำอย่างอื่นแค่สองปี จากนั้นคุณพอลก็จะให้ผมช่วยงานคุณพลอยที่โรงแรมนี่ครับ”

“มันก็ใช่ แต่เคธี่เธอรอไม่ได้ไง ถ้าฉันไปพูดกับเธอ เธออาจเปลี่ยนใจ”

เขากับเคธี่คบกันตั้งแต่ตอนเรียนปริญญาตรี เมื่อเรียนจบก็พากันไปต่อปริญญาโท เราทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบคู่ผัวตัวเมีย นิสัยหลายๆ อย่างของเขากับเธอเข้ากันได้ดี จึงคบกันได้เรื่อยมาไม่มีปัญหาอะไร

จนในที่สุด เจ้านายผู้มีพระคุณของพ่อและเขา ขอร้องให้เขามาช่วยดูแลลูกสาวสุดที่รักให้หน่อย เพราะไม่มีใครทนอยู่กับเธอได้นาน และไม่มีใครที่ไว้ใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์นอกจากเขาอีกแล้ว

ในตอนนั้น ถ้าเขาไม่มีเคธี่ในชีวิต คงไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมาก สามารถตอบตกลงเจ้านายผู้มีพระคุณได้ทันที แต่เมื่อมีอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังวางแผนถึงการสร้างอนาคตร่วมกัน มันทำให้เขาคิดหนักและสุดท้ายก็ต้องตัดสินใจเลือกที่จะทิ้งแผนการทำงานสร้างอนาคตกับเธอ มาทำงานให้ผู้มีพระคุณของเขาก่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป