บทที่ 6 เสียฟอร์มชะมัด

ตอนนั้นเขาและเธอทะเลาะกันรุนแรง เพราะเธอไม่เข้าใจว่าแค่เจ้านายของพ่อ จะมีบุญคุณอะไรกับเขาหนักหนาจนต้องถึงขั้นทิ้งอนาคตที่จะทำงานสร้างฐานะ สร้างครอบครัวกับเธอด้วย

มีหลายเรื่องที่เขายังไม่เคยได้บอกกับเธอ ในวันนั้นจึงได้บอกความจริงกันอย่างหมดเปลือก ว่าพ่อเขาทำงานให้ตระกูลมาเฟีย ที่ตอนนี้ผันตัวมาทำธุรกิจถูกกฎหมายมาตั้งแต่รุ่นพ่อของเจ้านายคนนี้แล้ว

มันจะไม่มีการติดค้างหนี้บุญคุณเลย ถ้า พอล คลาร์ก เป็นแค่เจ้านายธรรมดาๆ ของพ่อ แต่เขาคนนั้น คือคนที่ออกค่ารักษาพยาบาลให้แม่ของเขาที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ ต้องผ่าตัดใหญ่หลายครั้ง ถ้าไม่ได้ทั้งอำนาจและเงินทองของเขา แม่ของเขาไม่มีวันมีชีวิตอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้

และอะไรก็ช่างที่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเขา ไม่ว่าจะค่าเล่าเรียน ค่ากินอยู่ ค่าเสื้อผ้าอาหารหรือแม้แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน พอล คลาร์ก คนนี้ เป็นคนออกให้หมดทุกบาททุกสตางค์ แม้แต่ที่เขาได้มาเรียนปริญญาโทในมหาวิทยาลัยชื่อดัง ได้อยู่คอนโดหรูหรา มีเงินทองใช้จ่ายโดยไม่ต้องไปทำงานพิเศษเหมือนคนอื่น มีเวลาทุ่มเทให้กับการเรียนอย่างเต็มที่ ก็เพราะ พอล คลาร์ก คนนี้ทั้งนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจ ที่เขาจะเลือกตอบแทนพระคุณ มากกว่าเลือกความสุขส่วนตัวกับผู้หญิงที่กำลังจะร่วมสร้างอนาคตกัน

พอเธอรู้เหตุผล เธอก็บอกเลิกเขาทันที เธอรู้เลยว่า สำหรับเขา เธอสำคัญเป็นอันดับสุดท้าย ซึ่งเขาก็ไม่เถียง เพราะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ

ไม่กี่วันหลังจากที่เธอขนของออกจากคอนโดของเขา เขาได้เจอเธออีกครั้งที่มหาวิทยาลัยในวันสุดท้ายของการสอบ เธอมากับผู้ชายที่เคยถูกเชิญมาบรรยายเรื่องการบริหารธุรกิจ เขาคนนั้นมีกิจการขนส่งและท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา ทั้งยังเป็นเจ้าของโรงแรมและกาสิโนคู่แข่งตลอดกาลของแกรนด์คลาร์ก และแน่นอนว่า เขาคือลูกชายมาเฟียใหญ่ คู่ปรับของตระกูลคลาร์กนั่นเอง

ไม่รู้ว่าเธอตั้งใจประชดเขาหรือเธอรักผู้ชายคนนั้นจริงๆ แต่ผู้ชายรูปหล่อพ่อรวยคนนั้น ดูท่าทางคลั่งไคล้เธอมาก ก็แหงล่ะ เธอทั้งสวย ทั้งเซ็กซี่ แถมเรื่องบนเตียงเธอก็เด็ดจนเขาเองก็เคยติดใจเธอมาก่อน ไม่แปลกที่ใครๆ ที่ได้ลิ้มลองเธอ จะติดใจเหมือนเขา

วันนั้นเป็นวันที่เขาหมดความรู้สึกผิดที่สร้างอนาคตร่วมกับเธอไม่ได้ เพราะเธอได้เลือกคนที่บันดาลทุกอย่างให้เธอได้แล้วอย่างผู้ชายคนนั้น เขาจึงจากมาด้วยความสบายใจ ไม่มีอะไรติดค้างคาใจกันอีกต่อไป

“อย่าดีกว่าครับ ผมเองก็ทำใจได้แล้ว เป็นแบบนี้ก็สบายใจดี เพราะผมต้องตัวติดกับคุณพลอยตลอดเวลา ไม่มีเวลาให้ใครทั้งนั้น และคงไม่ยุติธรรมกับเธอ ที่จะต้องรอคอยอย่างเหงาๆ”

“ฉันหาคนมาช่วยนายได้ จะได้ผลัดกันทำงาน”

“อย่าเลยครับ คุณพอลรับปากกับคุณพลอยเอาไว้แล้วว่าจะมีคนดูแลเธอแค่คนเดียว เกิดโผล่มาสองคนเธอคงอาละวาดบ้านพัง”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ท่าจะจริง แล้วนายโอเคหรอไคล์ มีอะไรพูดกับฉันได้ทุกเรื่องนะ”

“ขอบคุณครับ ผมโอเค ผมไม่ได้ลำบากอะไร”

“ฉันให้อำนาจนายเต็มที่ ถ้ายัยพลอยพยศนัก ก็จัดการได้ตามสมควร เพราะนายอุตส่าห์เสียสละความสุขของตัวเองเพื่อยัยพลอยและฉัน อะไรที่ยัยพลอยทำให้ลำบากใจก็บอกฉันได้ ถ้านายจัดการไม่ไหว ฉันจะจัดการให้เอง”

เขาคิดว่า ถ้าเขาจัดการเอง คงจะง่ายกว่าพ่อและพี่ชายของเธอจัดการ เพราะสุดท้ายก็จะโดนลูกอ้อนของแก้วตาดวงใจ จนใจอ่อนยวบอยู่ดี ถึงได้เอาแต่ใจตัวเอง ขี้เหวี่ยงขี้วีน ทำตัวประดุจเจ้าหญิงแบบนี้ไง

คนตัวบางที่เสียมารยาทยืนแอบฟังสองหนุ่มคุยกันก็ถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน ด้วยไม่คิดว่าเพราะเรื่องของเธอ ทำให้เขาต้องเลิกกับคนรักสาวที่คบกันมาหลายปี ท่าทางในใจเขาเองก็คงเจ็บไม่น้อย แต่ต้องทำเป็นเข้มแข็งต่อหน้าพ่อของเธอเพราะกลัวว่าคนแก่จะเป็นกังวลที่ทำให้เขาเสียใจสินะ

เธอยื่นหน้าไปแอบมองเขานิดหน่อย ก่อนเดินผ่านห้องนั้นไปเพื่อไปเอาเครื่องดื่มที่ห้องครัว

คนตัวโตเหลือบตาขึ้นมาก็มองเห็นคุณหนูของบ้านเดินผ่านหน้าห้องนั่งเล่นไปแล้ว ที่จริงเขาเห็นเธอมายืนแอบฟังตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะมุมที่เขานั่งอยู่ มันมองเห็นภาพสะท้อนของเธอจากผนังแต่งกระจกเงาอย่างชัดเจน

“ไคล์ขึ้นไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องเดินทางกันแต่เช้า ให้เด็กขึ้นไปช่วยจัดกระเป๋าไหม”

ประมุขของบ้านเอ่ยอย่างห่วงใย อะไรที่อำนวยความสะดวกให้ชายหนุ่มได้ก็พร้อมจะทำให้เต็มที่

“ผมจัดเรียบร้อยแล้วครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณพอล”

ชายหนุ่มลุกขึ้นโค้งคำนับให้เขาแล้วเดินออกมา หยุดยืนที่หน้าประตู ใบหน้าหล่อเหลาหันไปทางห้องครัว ก่อนจะเดินไปทางนั้นทันที ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน อยู่ๆ ก็รู้สึกคอแห้งขึ้นมากะทันหัน

เมื่อเดิมเข้ามาในห้องครัว ก็เจอร่างงามในชุดนอนกระโปรงสีชมพูหวาน กำลังก้มๆ เงยๆ หาอะไรบางอย่างในตู้เย็น จึงยืนพิงกรอบประตูมองเธออยู่นาน จนคนตัวบางที่หอบขนมและผลไม้เต็มมือหันมาเท่านั้นแหละจึงได้สติ เขายืดตัวตรงก่อนกระแอมแก้เก้อ

“ไคล์ มาเอาน้ำหรอ”

“ครับ”

เธอก้มมองขนมและผลไม้ที่หอบอยู่เต็มมือ ก่อนมองขวดน้ำเปล่าในตู้เย็นสลับกันอยู่อย่างนั้น ก่อนตัดสินใจเอ่ยปากอะไรบางอย่างออกไปจนเขากลั้นขำแทบไม่ทัน

“เอ่อ ฝากถือน้ำไปให้ฉันขวดนึงสิ พอดีมือไม่ว่างแล้ว”

เสียฟอร์มชะมัด แต่ขี้เกียจเดินลงมาเป็นรอบที่สองเพื่อมาเอาน้ำ แต่ถ้าจะให้ตัดใจวางขนมชิ้นใดชิ้นหนึ่งหรือวางผลไม้คืนไว้ในตู้เย็นก็ทำใจลำบาก เพราะความที่เมื่อเย็นเธอทานข้าวเพียงน้อยนิด ทำให้ตอนนี้เธอรู้สึกค่อนข้างหิวทีเดียว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป