บทที่ 1 บทนำ

บทนำ

ชนบทต่างจังหวัด

“ ป๊า! เล็กแห้งโต๊ะสี่ สองที่ และก็เล็กโฟร์โต๊ะห้าอีกหนึ่งที่ ” บิลรายการอาหารถูกนำส่งให้พ่อครัวโดยมีลูกน้องฝีมือดีกำลังกุลีกุจอเดินเสิร์ฟตามโต๊ะต่างๆร้านก๋วยเตี๋ยวบวกกับร้านขายของชำเล็กๆหน้าปากซอยจึงเป็นแหล่งทำมาหากินที่ขายดีสำหรับครอบครัวของเธอ พ่อครัวเขย่าเส้นมือแทบระวิง คนเสิร์ฟก็เดินขาแทบพันกัน

ร้านก๋วยเตี๋ยวป๊าม๊า

เป็นร้านของพ่อกับแม่นานาสาวหน้าหวานแต่ใจห้าวเด็กสาวในชนบทต่างจังหวัดสู้ชีวิตและก็สู้คน ตอนเรียนประถมเด็กผู้ชายในห้องชอบเรียกยัยทอมบอยเธอก๋ากั่นตัวเล็กแต่เเรงเยอะตอนนี้เธออายุยี่สิบเอ็ดปีช่วงนี้ปิดเทอมภาคฤดูร้อน นานาจึงกลับมาพักผ่อนที่บ้านเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ที่เปิดกิจการร้านก๋วยเตี๋ยว ถึงจะเป็นร้านเล็กๆแต่การขายก๋วยเตี๋ยวนี้แหละที่ช่วยส่งเธอให้เข้าเรียนถึงมหาลัย

“เอาเส้นเล็กน้ำตกขอเนื้อเปื่อยเยอะๆ ไม่เน้นผักเร็วๆด้วย หิวแล้ว”

คอปเตอร์เพื่อนสนิทเด็กชายข้างบ้านของหญิงสาวพวกเขาเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กแต่คอปเตอร์นายหน้าหล่อคนนี้สมัยเด็กกับไม่สู้คนเป็นเด็กเนิ์ดอ่อนแอทำให้คนแรงเยอะอย่างนานาต้องออกตัวปกป้องอยู่ตลอดจึงเป็นที่มาของยัยทอมบอยที่เพื่อนๆชอบเรียกแต่พอโตมาเขาและเธอกับแตกต่างจากสมัยเด็กราวสลับขั้ว

“นายมาทำเองเลย เห็นไหมเนี่ย คนก็เยอะเต็มร้านถ้าไม่ทำเองก็นั่งรอไปก่อน ขาเราจะพันกันอยู่แล้ว “นานาค้ำสะเอวมองหน้า ก่อนจะกุลีกุจอยกถ้วยก๋วยเตี๋ยวไปเสิร์ฟโต๊ะนั้นโต๊ะนี้ วันนี้ไม่รู้ลูกค้ามาจากไหนก๋วยเตี๋ยวจึงขายดิบขายดีเป็นพิเศษถึงเวลาจะเหนื่อยแต่ก็คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับ

“เอ่อๆเราทำเองก็ได้เธอเป็นผู้หญิงหัดพูดให้เหมือนผู้หญิงหน่อยหน้าก็ออกจะหวานจะห้าวไปถึงไหนดุก็ที่หนึ่ง “ถึงจะบ่นแต่สุดท้ายก็จบด้วยการลงมือเองตลอดนี้แหละนะนายหน้าเต๋อคอปเตอร์ของนานา

หลังจากกุลีกุจอเสิร์ฟอาหารเสร็จเมื่อลูกค้าเริ่มซานานาก็มานั่งดมยาพัดวีรับลมเพื่อเพิ่มพลัง “ เย็นนี้เราจะไปตลาดเพื่อซื้อผักให้ป๊าคอปเตอร์ไปเป็นเพื่อนช่วยเราถือของด้วยห้ามปฏิเสธ “

ปากที่กำลังขยับพูดเป็นอันต้องค้างอยู่กับที่เมื่อเพื่อนสาวตัวดีพูดตัดจบโดยที่คอปเตอร์ยังไม่ทันจะได้เอื้อนเอ่ยสักคำได้แต่จำใจตอบรับคำสั่ง ไม่รู้ว่าในอนาคตผู้ชายคนไหนจะได้เป็นผู้โชคดีมานั่งฟังยัยเพื่อนคนนี้บ่นเช้าบ่นเย็นเหมือนกับเขาตอนนี้

“โอเคๆเดี๋ยวเราพาไปบ่นมากหูชาหมดแล้ว”

ถึงจะไม่เต็มใจแต่ไม่ว่าเรื่องไหนผลสุดท้ายคำตอบที่ได้ก็คือตกลง คอปเตอร์ยอมให้เพื่อนสาวคนนี้ตลอดโดยที่ไม่มีข้อแม้หรือเงื่อนไข

“เหนื่อยหรอมาๆหมอนวดจะลงมือบีบนวดคลายเส้นให้” มือหนาที่ขยับไปมาบนไหล่มนเพื่อคลายความเมื่อยล้าทำให้นานายัยทอมซ่าของเขานั่งหลับตาพริ้ม

"^^"

“ตรงไหล่เนี่ยปวดนิดๆนวดดีๆถ้าเราเป็นอะไรขึ้นมานายต้องรับผิดชอบ”

("")

“รู้แล้วตอนนี้ยังคิดว่าเราไม่รับผิดชอบอีกหรอเป็นเบ้จนขัดใจอะไรเธอไม่ได้แล้วเนี่ย”

แต่นวดไปสักพัก

(0∆0)

“โอ๊ย!!!!!คอปเตอร์พอแล้วๆมือหนักเป็นบ้านายจะให้ฉันเป็นอัมพาตหรือไง กรี๊ด!!!อย่ามาจี้เอวเรานะรู้ว่านี้คือจุดออ่อนยังจะหาทำอีกนายคอปเตอร์ “

กรี๊ด!!!

เสียงหยอกล้อวิ่งไล่เหมือนสมัยเด็กๆยังคงเรียกเสียงหัวเราะให้กับผู้ใหญ่ที่กำลังยืนมองไม่ผิดเปลี่ยนไปจากเดิม

ส่วนบ้านคอปเตอร์ก็เปิดร้านอู่ซ่อมรถข้างๆกันเวลาคอปเตอร์ว่างก็จะมานั่งเล่นช่วยเสริฟ์ถ้วยก๋วยเตี๋ยวที่ร้านเธอเป็นประจำ เสียงแง๊นๆเวลาซ่อมรถเบิ้นเสียงดังบวกกับเสียงเจื้อยแจ้วของลูกค้าเวลาสั่งก๋วยเตี๋ยวเป็นอะไรที่ทุกคนชินจนเป็นเรื่องปกติ

ตลาดเล็กๆในชนบท

“คุณลุงสั่งให้ซื้อไรมั้ง ไหนเอาบิลมานี้”

คอปเตอร์ก้มหน้าก้มตาอ่านบิลเดินไล่ตะเวนดูของตามที่ต้องการเรียกรอยยิ้มให้กับเพื่อนสาวอย่างนานาที่ยืนมองเดินตัวปลิวตามโดยที่ไม่ต้องร้องขอ คอปเตอร์เขาทำตัวแบบนี้ประจำตั้งแต่เด็กจนโตจะมีแค่เรื่องเดียวที่เธอยอมทำตามเพราะคำว่าเพื่อนคือตอนที่คอปเตอร์ให้นานาไปขอเบอร์สาวโดยที่บางครั้งเธอจะไม่ค่อยเต็มใจนัก

“ได้ครบเเล้วยังขาดอะไรอีกไหม”

ทันทีที่ขึ้นมาบนรถด้วยความร้อนของอากาศทำให้มีเหงื่อซึมผุดขึ้นมาบนกรอบใบหน้าหล่อนานาเลยเผลอยื่นมือออกไปซับออกให้ เพื่อนสนิทอย่างนานาเธอไม่ต้องทำอะไรแค่นั่งดูดน้ำปั่นตากแอร์รอบนรถอย่างสบายใจเฉิบทุกอย่างคอปเตอร์เป็นคนจัดการให้ทั้งหมดและเหตุผลนี้เองที่เขาอยากปฏิเสธแต่ก็ทำไม่ได้

“เหนื่อยไหม ดูสิเหงื่อออกเต็มเลย ข้างนอกคงร้อนน่าดูขอโทษที่พามาลำบากอันที่จริงนายปฏิเสธเราบ้างก็ได้ “ นานาใช้ทิชชูซับเม็ดเหงื่อที่ไหล่บนกรอบหน้าหล่อออกให้จนหมด แอร์บนรถทุเลาคลายความร้อนลงบ้างคอปเตอร์พิงหลังเอนไปบนรถเพื่อพักความเมื่อยล้า

“ได้ของครบแล้วงั้นเรากลับกันเถอะลุงแจ็คคงรอนานแล้วป่านนี้คงบ่นแล้วมั้ง”

รอยยิ้มบางๆของคอปเตอร์ทำให้นานาเผลอแอบมองเขาอยู่บ่อยๆเธอชอบที่เขายิ้มให้แบบนี้แต่จะได้เห็นบางทีก็ตอนที่เผลอส่งยิ้มให้สาวๆ

“อืม! งั้นกลับกันกินชาเขียวแก้ร้อนไหมแต่เอ๊ะ...คือว่า”

ยังไม่ทันจะได้พูดห้ามชาเขียวที่ยื่นไปให้ก็ถูกริมฝีปากหนาครอบดูดลงไปซะแล้วนี้คือครั้งแรกที่กินน้ำจากหลอดเดียวกันปกตินาานาจะหยิบหลอดมาเผื่อตลอดเพราะกลัวว่าอีกคนอาจจะไม่อยากรับน้ำลายจากเธอหรือเรียกง่ายๆว่ารังเกียด

“หือ!ทำไมทำหน้าตกใจอย่างงั้น หรือชาเขียวนี้เธอใส่ยาถ่ายเเกล้งเรา “ คอปเตอร์เลิกคิ้วหนาขึ้นด้วยความสงสัย

(^0^)

“ปะ...ป่าวแค่หลอดนี้เราดูดมันไปแล้วบอกไม่ทันแต่เราเอามาเผื่อนะเดี๋ยวเปลี่ยนให้ “นานาที่กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบหลอดอีกอันมาเสียบก็ถูกมือหนาปฏิเสธซะก่อน

“ไม่เห็นเป็นไรเลยนานาชอบคิดมากไปเองตลอด หรือเธอรังเกลียดเรา”

“ป่าวววววว...นะ”

เสียงยานคางที่ตอบปฏิเสธแทบจะทันควันเพราะกลัวว่าอีกฝั่งจะสงสัย ในความรู้สึกส่วนลึกของใจทำให้นานาดูดเม้มน้ำชาเขียวแก้เขินด้วยความประหม่า สายตาลอกแลกเผลอมองออกไปนอกหน้าต่างในตอนที่รถเคลื่นตัวออกไป โดยที่อีกคนไม่ทันจะสังเกตุเห็นความผิดปกติ

เสียงบรรเลงเพลงบนรถจากวิทยุก็คลอเคล้าไปกับการขับเคลื่อนของยานยนต์ที่ถูกเปิดขึ้น โดยที่เพื่อนสาวแอบเหล่ตามองเพื่อนชายคนสนิทเป็นระยะ แต่อีกคนกับนั่งนิ่งขับรถมองทางโดยที่ไม่ได้มีท่าทีผิดปกติ อีกคนใจสั่น แต่อีกคนกับไม่รู้สึกอะไรเลย

บทถัดไป