บทที่ 5 : เพื่อนเก่าเก๋าไม่เปลี่ยน (เลี้ยงรุ่น)
เช้า
กอ็ก กอ็ก
“คอปเตอร์ นายตื่นหรือยังพาเราไปตลาดหน่อยสิคอปเตอร์”
แกร๊ก!
เมื่อตะโกนเรียกอยู่นานแต่ไม่มีเสียงตอบรับนานาก็ถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปในห้องซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติเพราะตั้งแต่เด็กถ้าเพื่อนชายไม่ตื่นเด็กสาวก็จะเข้าไปปลุกโดยวิธีของเธอ
“ยังไม่ตื่นจริงด้วย ตื่นๆสายแล้วพาเราไปตลาดหน่อย คอปเตอร์ตื่นเร็วเดี๋ยวตลาดเช้าจะวาย”
เมื่อเรียกเเล้วเงียบ แถมยังคลุมโปงหันหน้าหนี นานาก็ครุ่นคิดนึกถึงวิธีปลุกเมื่อสมัยก่อนตอนเด็ก ถ้าเป็นแต่ก่อนเธอจะกระโจนกระโดดทับเพื่อนชายจนคอปเตอร์ที่ทนหนักจากตัวเธอไม่ไหวก็ต้องรีบตื่นขึ้นมาอาบน้ำไปโรงเรียนซึ่งวิธีนี้เธอก็ไม่ได้ใช้นานตั้งแต่จบจากมอหก แล้วย้ายเข้าไปเรียนมหาลัย
“ไม่ตื่นใช่ไหม... ได้”
นานาเดินขึ้นเตียงตั้งท่าจะกระโดดทับร่างเพื่อนชายเสียงเตียงลั่นเป็นจังหวะตามแรงโยกดังเอี๊ยด! อ๊าด!
“เราจะนับแล้วนะ ถ้านายไม่ตื่นโดนทับเละเเน่เราจะนับหนึ่งถึงสาม”
หนึ่ง
.....
สอง
.....
สาม
.....
พรึ่บ!
ร่างบางกระโดดลงมาบนเตียงหมายจะทับร่างของอีกคนแต่มันไม่ได้เป็นอย่างใจคิดเมื่อร่างของคอปเตอร์พลิกหงายไปอีกทางและพลิกร่างตัวเองขึ้นมาคร่อมร่างของเธอเอาใว้ ในตอนนี้ร่างของนานาอยู่ข้างใต้ส่วนร่างของคอปเตอร์กำลังนอนทับอยู่บนตัวของเธอ ความใกล้ชิดชนิดที่ว่าปากแทบจะชนกันแขนทั้งสองข้างของเขากำลังค้ำยันคร่อมร่างของเธอเอาใว้ในอ้อมกอด
“อ๊ะ!...”
มีเพียงความเงียบเเละเสียงลมหายใจเข้าออกที่ดังสม่ำเสมอสองสายตาประสานกัน จนอีกคนจำเป็นต้องหลบสายตาหันหน้าหนีไปอีกทาง
“คอปเตอร์ ลุกออกไปจากตัวเราได้แล้ว”
คำพูดที่สั่นเครือพาลให้คนตัวโตกว่าหัวเราะออกมาเบาๆ
“ทำไมหนักงั้นหรอ ทีนี้ก็รู้สะบ้างตอนที่กระโดดทับเรา มันรู้สึกยังไง”
ใบหน้าหวานเริ่มแดงเห่อร้อนเธอไม่ได้หนักแต่ท่าทางตอนนี้ต่างหากที่มันล่อแหลมสะจนพาลให้คิดไปไกล
“ลุกได้แล้ว ไม่ลุกใช่ไหม”
ปึก!
“โอ๊ย!”
ช่วงร่างของคอปเตอร์ที่คร่อมร่างของนานาเอาใว้ขาที่ขนาบตรงกลางถูกปลายหัวเข่าเสยขึ้นตรงกลางหว่างขา เสียงร้องโอดโอยดังลั่นห้องแต่อีกคนกับหัวเราะด้วยความชอบใจ
“ฮ่าๆ ๆ...เตือนแล้วไม่เชื่อเองไปอาบน้ำเร็วๆเราจะออกไปรอข้างนอก” นานารีบกระโดดหลบลงจากเตียงพลางเเลบลิ้นปลิ้นตาด้วยความชอบใจก่อนจะรีบวิ่งออกไปรอข้างนอก
ในยามที่หลบพ้นจากสายตาของอีกคนหญิงสาวก็มาแอบยืนพิงกำแพงหลบมุม กุมไปยังหน้าอกข้างซ้ายที่มันเต้นตึกตักแทบไม่เป็นจังหวะ
“ทำไมถึงใจเต้นเเรงแบบนี้นะ”
ตลาด
“ คอปเตอร์ถ้าเราใส่ชุดนี้มันจะสวยไหม “
นานาจับชุดเดรทกระโปรงลายดอกไม้แขนตุ๊กตาสีขาวขึ้นมาทาบร่างกายพลางขยับไปมาเพื่อให้ชายหนุ่มเอ่ยชมแต่คอปเตอร์ปกติก็ชอบปากหมากับเธอ เขาก็ยิ่งอยากแกล้ง
“อืม! สวย...”
นานาได้ยินดังนั้นก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แต่พอได้ยินคำตอบต่อท้ายก็ต้องหุบยิ้มลงทันที
“หมายถึงชุดสวย...แต่คนไม่สวย”
(~^~)
“ชิ! เราไม่น่าถามนายเลย” นานาหุบยิ้มปากยู้ใส่เพื่อนชายก่อนจะเดินออกไปจากร้านขายเสื้อผ้าเพื่อนำหน้าไปยังตลาดสด
“อะ! นี้กระดาษ บิลจากร้าน ซื้อของให้หน่อยรีบๆเลยเราจะต้องไปเตรียมของให้ป๊าหลังจากนั้นพวกเราจะได้ไปงานเลี้ยงรุ่นกัน “
บิลรายการซื้อของถูกยัดใส่ฝามือหนาก่อนที่เจ้าของกระดาษจะเดินเอ่อละเหยนำหน้าออกไปคอปเตอร์ได้แต่ส่ายหัวแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
“อ้าว! หวัดดีคอปเตอร์นายมาบ้านเพื่อจะมางานเลี้ยงรุ่นเหมือนกันหรอแล้วมากับใครนั้นแฟนนายหรือเปล่าเมื่อกี้เห็นยืนคุยกันกะหนุงกะหนิงเชียว”
ก้อง หนึ่งในสมาชิกห้องเรียนมัธยมปลาย หลังจากเรียนจบมอหกก็ไม่ได้เจอกันนานหลายปีกลับมาเจอกันอีกทีก็ตอนประกาศงานเลี้ยงรุ่นศิษย์เก่าโรงเรียน ก้องพูดพลางชี้มือไปหานานาที่กำลังเดินดูดน้ำชาเขียวนำหน้าพวกเขาอยู่
“จำไม่ได้จริงหรอ นานาไงยัยทอมสาวห้าวประจำห้องที่พวกนายชอบหาเรื่องให้เธอโกรธเป็นประจำเพื่อนสนิทกู”
ใบหน้าหล่อของก้องขมวดคิ้วเข้มเข้าหากันเป็นปมด้วยความสงสัยก่อนจะชะเง้อมองตามร่างของเธออีกครั้ง “นานาจริงดิดูเป็นผู้หญิงขึ้นนะสวยสะด้วยไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนขนาดนี้ “ ก้องพูดพลางมองตามเธอไม่หยุด
พรึ่บ!
ร่างหนาของคอปเตอร์ขยับมายืนบังร่างของเพื่อนสาวจนมิด ชนิดที่ว่าก้องเหล่ตาไปฝั่งไหนคอปเตอร์ก็ขยับร่างตามเขาไปเช่นกัน เมื่อรู้สึกเหมือนอีกคนหวงเพื่อนสนิทก้องจึงขอตัวและนัดเจอกันที่งานตอนเย็น
“อืม! งั้นเจอกันที่งานตอนเย็นนะ”
~....~
“คอปเตอร์มัวทำอะไรอยู่รีบตามเรามาซื้อของได้แล้ว”
เสียงตะโกนเรียกดังลั่นตลาดพาให้ผู้คนแถวนั้นหันมามองตามเสียงเป็นตาเดียวแต่เพราะรู้จักกันและคุ้นหน้ากันดีพวกเขาจึงไม่ใส่ใจมากนัก
“อืม รู้แล้วกำลังไป”
...
ตกเย็น
เสียงเพลงจากลำโพงดังลั่นสนั่นลานกว้างจากภายในโรงเรียนมัธยม เหล่าเด็กนักเรียนศิษย์เก่าต่างพากันทยอยเดินเรียงรายเข้ามา
“เฮ้! ไอ้คอปเตอร์ทางนี้ๆ”
เสียงตะโกนเรียกจากโต๊ะฝั่งตรงข้ามทางเข้างานร้องเรียกแข่งกับเสียงเพลง ก้อง ที่แผดเสียงดังพร้อมกับกวักเรียก มือเป็นระวิง
“หวัดดี...ทุกคน”
นานา ทักทายเพื่อนๆเป็นคนเเรกตามด้วยคอปเตอร์ที่เดินตามหลังเข้ามาสาวๆต่างมองเขาเป็นตาเดียวเพราะตอนนี้คอปเตอร์เขาดูดีและหล่อมาก ไม่เหมือนแต่ก่อนที่ใส่แว่นหนาเต๊อะเป็นเด็กเรียนหน้าห้อง
“โฮ! คอปเตอร์หรอ หล่อจังอ่ะเราจำแทบไม่ได้”
เสียงของมิ้น สาวสวยประจำห้องเอ่ยขึ้นชักชวนให้เขานั่งข้างเธอพร้อมกับส่งสายตาเป็นประกายถ้าเป็นแต่ก่อน มิ้นจะเป็นสาวฮอตที่หนุ่มๆแอบหมายปองแอบมองเพราะเธอสวยแถมเรียนเก่งได้ที่หนึ่งของห้องตลอดแต่เพราะเธอเหย่อหยิ่งจึงไม่ค่อยมีใครได้เข้าใกล้เธอนัก
“ นานา...มานั่งตรงนี้ก็ได้”
ฟางข้าว เพื่อนสาวที่คอยช่วยเหลือนานาและคอปเตอร์ตลอดไม่ว่าจะเรื่องไหนถ้าฟางข้าวรู้เธอจะรีบบอกนานาเป็นคนแรกเพราะความลับที่นานาปิดบังใว้ฟางข้าวเธอรู้ทุกอย่าง
“งั้น...เก้าอี้ตัวนี้ว่างเรานั่งข้างนานาแล้วกันนะ”
เสียงเข้มเอ่ยขึ้นปฏิเสธเป็นในๆพร้อมกับหย่อนก้นลงนั่งข้างนานาถึงแม้ทั้งคอปเตอร์และนานาจะสนิทจนตัวติดกันตลอดแต่ก็สร้างความแปลกใจให้เพื่อนๆต้องถามทุกครั้งไม่ว่าจะตอนนั้นหรือว่าตอนนี้
“คอปเตอร์ นานา เราขอถามตรงๆนะ นี้ทั้งสองแอบคบกันอยู่หรือเปล่า”
ท่ามกลางเสียงเพลงดังกระหึ่มแทบจะพูดคุยกันไม่รู้เรื่องแต่สิ่งที่คอปเตอร์ตอบออกไปมันกับดังฟังชัดเข้าสู่โสตประสาทหูทั้งสองข้างของหญิงสาวราวกับต้องมนต์ทุกครั้งที่ได้ฟังคำตอบ
“ เพื่อนกันทั้งนั้นแหละคิดมากน่า พวกนายก็เอ่ยเเซวมาตั้งแต่เด็กๆแล้วไม่ใช่หรอเลิกถามได้แล้วเราเบื่อที่จะตอบคำถาม”
ราวกับทุกอย่างหยุดนิ่งถึงแม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วว่าเขาไม่ได้ชอบเธอ แต่ทุกครั้งที่เพื่อนถามคอปเตอร์ก็จะตอบคำนี้ตลอดคำปฏิเสธที่บอกว่าเขาคิดได้แค่เพื่อนกัน นานาได้ฟังทีไรหัวใจมันก็วูบไหวทุกทีมันเหมือนซ้ำเติมจิตใจภายในลึกๆของคนที่แอบรักข้างเดียวมาตลอด รักในความลับ ที่เขาไม่เคยจะล่วงรู้
“เอาเถอะๆ ฟางว่าเรามาชนแก้วกันดีกว่าไม่ได้เจอกันมาตั้งหลายปี ดื่มให้กับความสำเร็จในอนาคต”
แกร๊ง!!
เสียงชนแก้วดังสนั่นท่ามกลางเสียงบรรเลงเพลงในขณะที่ทุกคนเฮฮาปราตี้อย่างสนุกสนานแต่ในความรู้สึกของอีกคนกับกำลังเหมือนโดนถูกหักอกซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับคำพูดเหล่านี้
ในยามที่เขาเผลอเธอก็จะคอยแอบมองรอยยิ้มนั้นรอยยิ้มที่เธอเห็นทีไรก็แทบจะยิ้มตามตลอดรอยยิ้มที่มันทำให้หัวใจเธอเต้นทุกครั้งที่สังเกตุเห็นจะมีสักครั้งไหมที่เราจะได้เอ่ยบอกออกไปเเบบเต็มปาก...
ยิ้มให้แค่เราอย่ายิ้มแบบนี้ให้ใครได้ไหม
“นานา ยัยนานา”
เพื่อนๆในโต๊ะต่างหันมามองที่เธอเป็นตาเดียวในตอนนี้หญิงสาวกำลังละเมอเผลอคิดคนเดียวไปต่างๆนานาๆ
“ฮ๊ะ อะ...เอ่อ ชนแก้วหรอ”
แก้วใบใหญ่ถูกชูขึ้นกลางวงแต่รู้สึกว่า นานาเธอจะช้าไปเสียแล้วเพราะเธอมัวแต่ติดอยู่ในภวังค์ความคิดจึงไม่ทันยกแก้วชนกับเพื่อนๆ
“คิดอะไรอยู่เพื่อนๆเขาชนแก้วกันไปหมดแล้วแต่ไม่เป็นไรชนแก้วกับเราก็ได้ น้ำแข็งละลายหมดแล้วเดี๋ยวเราเทให้ใหม่”
คอปเตอร์ยกแก้วชนกับนานาดัง แกร๊ง!ท่ามกลางเพื่อนๆที่เหล่มองเป็นระยะ ถึงแม้จะบอกว่า ไม่ได้คิดอะไรแต่การกระทำกับรู้สึกสวนทางกันทุกครั้งที่เห็น
บรรยากาศเลี้ยงรุ่นดำเนินไปเรื่อยๆพร้อมกับเวลาเเห่งความสุขระหว่างผองเพื่อนกำลังจะหมดลง
ผ่านไปพักใหญ่
"โอ๊ยหนักเป็นบ้า คอปเตอร์นายเดินดีๆหน่อยได้ไหมไม่งั้นเราจะทิ้งนายเอาใว้พุ่มไม้ข้างทางนี้แหละ”
ร่างเล็กกำลังพยุงร่างของคอปเตอร์เพื่อกลับไปบ้านแต่ในสภาพของเขาตอนนี้เมาเละแทบจะไม่มีแรงเดิน ท่อนแขนแกร่งโอบกอดรอบคอเพื่อนสาวเอาใว้
"เฮ้อ! โอ๊ยหนักเว้ย!วันนี้รถยนต์ก็พังหลังจากกลับจากไปตลาดต้องได้ขับมอไซส์มาแทนแต่ดูสภาพตอนนี้สิ ฉันจะเอานายกลับยังไงไหวจะให้คนอื่นขับไปส่งบ้านแต่สภาพเพื่อนๆแต่ละคนก็น่าจะไม่รอด ใครบอกให้นายกินไม่ดูลิมิตตัวเองเนี่ย"
นานาบ่นกระปอดกระแปดเดินเซหอบหิ้วร่างหนาเดินโงนเงนไปที่รถมอไซส์คันเก่าถึงแม้จะเมาแต่คอปเตอร์ก็ยังมีสติพยุงร่างตัวเองให้ทรงตัวนั่งขนาบบนรถมอไซส์ได้
"จับเอวเราใว้ให้ดี ร่วงลงไปเราคว้าตัวนายไม่ทันนะ "
สิ้นสุดเสียงพูดไม่รู้ว่าเมาจริงหรือเมาเท็จร่างที่เหมือนไม่มีแรงกับใช้สองมือโอบกอดรวบเองบางเอาใว้แน่นความใกล้ระยะประชิดทำให้นานาเอียงหน้าหันไปมอง
ฟึ่บ!
เพียงแค่ไม่กี่เซนต์ของระยะห่างจากใบหน้าและริมฝีปากที่พาดอยู่บนหัวไหล่เหมือนทุกอย่างหยุดนิ่งเมื่อดวงตาที่คิดว่าหลับเพราะความเมาลืมตาขึ้นมามอง สองสายตาจ้องประสานก่อนที่ริมฝีปากแดงระเรื่อจะขยับก้มเข้ามาใกล้แล้วงับลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ
ดวงตากลมโตเบิกโพลงด้วยความตกใจปล่อยให้อีกคนเลาะเล็มส่งลิ้นร้อนเข้ามาทักทายความเงอะงะเพราะไม่เคยจูบของเธอทำให้คอปเตอร์ยิ่งคลั่งดูดดุ้นแรงขึ้น แต่เพราะสติของเธอยังดีและอยู่ในสถานที่ที่ไม่เหมาะสมทำให้นานาตัดสินใจหยุดทุกอย่างและหันหน้าหนีออกห่างจากเขา
“นี้เราจะ...จูบกับคอปเตอร์งั้นหรอ “
(0_0)
“นา นา”
เสียงละเมอเผลอเรียกชื่อทำให้นานาคลุมสติกับมา เธอจัดแจงดึงมือของอีกคนให้มาสวมกอดเอวของเธอเอาใว้ ก่อนที่จะบังคับมอเตอร์ไซส์ขับออกไปเพื่อตรงไปยังบ้าน
