บทที่ 10 งานยอดฮิต

เสียงทุ้มตวาดกร้าวแข่งกับเสียงเพลง ครามกวาดสายตาคมกริบมองเรือนร่างที่ถูกเปิดเผยตั้งแต่หัวจรดเท้า ลำคอแกร่งกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะตวัดสายตาดุดันขึ้นมองใบหน้าหวาน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นจนแทบจะผูกเป็นปม

แต่มิ้ลค์ที่ถูกจับได้คาหนังคาเขากลับไม่สะทกสะท้าน เธอยังคงทำหน้าซื่อตาใส ตอบกลับเสียงเรียบ

“ก็ทำงานไงคะ... ไม่งั้นจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าเทอม”

“หึ...”

ครามแค่นหัวเราะในลำคอ ปลายลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอย่างคนพยายามระงับอารมณ์ ทว่าแรงบีบที่ข้อมือเล็กกลับแน่นขึ้นตามแรงโทสะอย่างลืมตัว

“งานบนโลกนี้มีตั้งเยอะแยะมิ้ลค์! ทำไมต้องมาทำตัวเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์!”

“ตอนแรกมิ้ลค์ก็สงสัยเหมือนกันแหละค่ะว่าทำไมต้องเด็กดริ๊งก์...” หญิงสาวเริ่มร่ายยาวราวกับกำลังวิเคราะห์พล็อตนิยายให้บ.ก.ฟัง

“แต่พอคำนวณราคาต่อแก้ว ที่ยังไม่รวมค่าแรงและทิปแล้ว มันได้เยอะกว่างานอื่นหลายเท่าเลยนะ ถ้าไปเป็นเด็กเสิร์ฟ งานก็หนักแถมเงินก็น้อยนิด ในเมื่อมิ้ลค์อัปเกรดดูแลตัวเองมาขนาดนี้แล้ว ก็ต้องใช้ความสวยให้เป็นประโยชน์สิคะ เผลอๆ ได้ทิปหนักๆ คืนเดียวก็จ่ายค่าเทอมได้แล้ว”

คำอธิบายที่แสนจะสมเหตุสมผลตามหลักเศรษฐศาสตร์ของสาววัยสามสิบสอง กลับเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟโทสะของคราม!

“งานหนักหน่อยแล้วมันจะตายหรือไงวะมิ้ลค์! มันก็ยังดีกว่าเอาตัวเองมาเสี่ยง มาลดตัวให้ไอ้พวกเหี้ยนี่จับนั่นลูบนี่ไม่ใช่หรือไง!”

ชายหนุ่มตวาดลั่น ความห่วง ความหวง และความน้อยใจที่เธอทิ้งเขามาให้คนอื่นแตะตัว ตีรวนจนเขาเผลอพ่นคำพูดร้ายกาจออกไปโดยไม่ผ่านสมอง

“หรือจริงๆ แล้ว... เธอเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว? อ้อ... ก็คงใช่สินะ ก็แรดเงียบมาตั้งแต่เด็ก ขนาดตอน ม.5 ยังกล้าแก้ผ้าวิ่งมาอ่อยพี่เลยนี่!!”

สิ้นประโยคนั้น... ราวกับมีคนกดสวิตช์ปิดเสียงรอบตัว...

มิ้ลค์ยืนช็อกอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง แม้วิญญาณข้างในจะเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะแค่ไหน แต่การถูกผู้ชายที่ตัวเองชอบด่าทอเหยียดหยามด้วยถ้อยคำรุนแรงขนาดนี้ มันก็ทำให้ความโกรธพุ่งทะลุขีดจำกัดได้เหมือนกัน!

มิ้ลค์สูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด ก่อนจะพ่นมันออกมาเพื่อระงับความเจ็บปวดและโทสะ ดวงตาที่เคยวูบไหวแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาเยือกเย็น เธอช้อนตาขึ้นสบตากับคราม แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด

“ปล่อยมือค่ะ”

“ไม่ปล่อย! อยากได้มากนักเหรอเงินน่ะ ถึงได้ยอมเปลืองตัวขนาดนี้!”

ครามที่กำลังเลือดขึ้นหน้า ยิ่งเห็นเธอไม่โวยวายปฏิเสธ เขาก็ยิ่งโมโหจนควบคุมตัวเองไม่อยู่

“เฮ้ย นาย...” ลูกค้าชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ทนดูไม่ได้ รีบแทรกขึ้นมา “มันก็เรื่องปกติของนักศึกษารึเปล่าวะ น้องเขาเลือกมาทำงานหาเงินเอง นายมีสิทธิ์อะไรมาห้าม เป็นผัวเขารึไง?”

“เสือกไอ้สัด!! ถ้ามึงไม่หุบปาก แล้วยังกล้าเข้ามายุ่งเรื่องของกูกับ ‘เมีย’ กู... กูเอาเลือดมึงกลบปากแน่!!”

คำประกาศกร้าวของครามทำเอามิ้ลค์ถึงกับตัวแข็งทื่อ อ้าปากค้างไปรอบสอง ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากเถียง ครามก็ออกแรงกระชากแขนเธอ ลากพรวดเดียวไปหยุดอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์บาร์เทนเดอร์

ปัง!

แบงก์สีเทาสามใบถูกกระแทกลงบนเคาน์เตอร์อย่างแรงจนคนชงเหล้าสะดุ้ง

“ซื้อตัวเด็กคนนี้ ทั้งคืน!”

“คะ?... เอ่อ พี่ครามคะ ที่ร้านเราไม่ให้เด็กดริ๊งก์ออกไป...”

ครามไม่รอให้พนักงานพูดจบ เขาสะบัดหน้าหนีแล้วออกแรงลากมิ้ลค์ที่กำลังหน้าเหวอออกไปจากผับทันที

“เฮ้ย! เดี๋ยวดิพี่! คุยกันให้รู้เรื่องก่อน! จะบ้าหรือไง ซื้อบ้าอะไรแค่สามพัน! ค่าตัวหนูมันน้อยไปโว้ย!”

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด วิญญาณนักเขียนสาวกลับหลุดโฟกัส แทนที่จะโวยวายให้ปล่อย เธอกลับโวยวายเรื่องค่าตัวที่แสนจะถูกแสนถูกเมื่อเทียบกับเรตในโลกอนาคต

ครามที่ได้ยินแบบนั้นยิ่งขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ มือหนาที่กำข้อมือเล็กเพิ่มแรงบีบมหาศาลจนผิวขาวจัดปรากฏรอยแดงเถือกเป็นปื้น

“ได้... อยากได้มากกว่านี้ใช่ไหม! จัดให้!”

แทนที่เขาจะลากเธอไปที่รถเพื่อพากลับบ้าน ร่างสูงกลับหักเลี้ยว ลากหญิงสาวผลุบเข้าไปในโรงแรมม่านรูดซอมซ่อที่ตั้งแอบอยู่ก้นซอยสถานบันเทิงนั้นทันที!

มิ้ลค์เบิกตากว้าง หันมองแสงไฟสีชมพูสลัวรอบตัวอย่างตื่นตระหนก ยังไม่ทันตั้งตัว ครามก็วางเงินฟาดลงบนเคาน์เตอร์แล้วคว้ากุญแจห้องมาถือไว้

“ไม่ต้องเอาอะไรเข้าไปให้ทั้งนั้น” เขาหันไปสั่งพนักงานหน้าเคาน์เตอร์เสียงห้วนจัด ก่อนจะกึ่งลากกึ่งอุ้มร่างบางที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกพุ่งตรงไปยังห้องพักทันที

พนักงานม่านรูดมองตามหลังคนทั้งคู่ พลางส่ายหน้ายิ้มๆ “วัยรุ่นสมัยนี้... ใจร้อนกันจังโว้ย”

ปัง! แกร๊ก!

ทันทีที่ประตูห้องถูกล็อก ร่างบางของมิ้ลค์ก็ถูกเหวี่ยงลอยหวือไปตกลงบนเตียงนอนกว้างอย่างแรง!

“เฮ้ย! เดี๋ยวดิพี่คราม!”

ด้วยสัญชาตญาณนักเขียนที่ปั่นพล็อตนิยายแนวนี้มานับไม่ถ้วน มิ้ลค์รู้ทันทีว่าสเตปต่อไปคืออะไร! เธอรีบดีดตัวลุกขึ้นเตรียมจะกระโจนหนีลงจากเตียง

... ความไวของเธอหรือจะสู้สัญชาตญาณของนักล่า ครามไม่ปล่อยให้เหยื่อรอดไปได้ แขนแกร่งตะครุบรวบเข้าที่เอวคอด ก่อนจะออกแรงกดร่างของเธอให้จมมิดลงไปกับฟูกนิ่ม ตามด้วยร่างหนาที่ทาบทับลงมาคร่อมกักขังเธอเอาไว้ใต้ร่างโดยสมบูรณ์

ครามใช้แขนสองข้างยันฟูก ล็อกตัวเธอไว้ไม่ให้ดิ้นหลบไปไหน นัยน์ตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะและแรงปรารถนาจดจ้องใบหน้าหวานที่กำลังตื่นตระหนก ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำเอาคนฟังใจสั่นสะท้าน...

“อยากได้เงินเยอะๆ นักไม่ใช่เหรอ? อยากได้ทิป อยากได้ค่าเทอม... ก็ทำให้มันคุ้มค่าตัวหน่อยดิวะ!”

ชายหนุ่มกดใบหน้าลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว น้ำเสียงทุ้มพร่าดุดันจนน่ากลัว

“ยังไงเธอก็ตั้งใจจะอ่อยพี่มาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือไง ชอบนักไม่ใช่เหรอแบบเนี้ย? คราวนี้แหละ... เธอจะได้ทั้งตัวพี่ แล้วก็จะได้ทั้งเงินค่าเทอมสมใจอยากเลยไง!”

คำขู่ที่เต็มไปด้วยแรงโทสะของชายหนุ่มไม่ได้ทำให้วิญญาณสาววัยสามสิบสองหวาดกลัวจนตัวสั่น กลับกัน... ความรั้นและทิฐิในใจของมิ้ลค์กลับพุ่งสูงปรี๊ด เธอเกลียดการถูกดูถูก เกลียดการถูกยัดเยียดข้อหาทั้งที่เขายังไม่ได้ฟังความจริงจากปากเธอเลยสักคำ!

“ก็เอาสิคะ!” มิ้ลค์เชิดหน้าขึ้นท้าทาย แววตาแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้ “ถ้าคิดว่าเงินสามพันของพี่มันซื้อหนูได้... ก็ลองดู! แต่หนูจะบอกให้เอาบุญนะ ว่าคนอย่างพี่... ไม่มีปัญญาจ่ายค่าตัวหนูหรอก!”

“มิ้ลค์!!”

เส้นฟางความอดทนเส้นสุดท้ายขาดผึง! ครามคำรามลั่นด้วยความโมโหที่เธอท้าทาย ร่างหนาทาบทับลงมาบดเบียดจนไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะฉกวูบลงมาบดขยี้กลีบปากบางอย่างดุดันและป่าเถื่อน!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป