บทที่ 12 อย่าพึ่งไป[NC]
“อย่าเพิ่งไป... อย่าเพิ่งไปได้ไหม...”
เสียงทุ้มที่เคยดุดันและแข็งกร้าว บัดนี้แผ่วเบาและเว้าวอนจนน่าใจหาย ชายหนุ่มกระชับวงแขนแน่นขึ้น
“พี่ขอกอดเธอไว้แบบนี้... สักพักนะ”
เขาไม่ได้ทำเพื่อรังแกหรือเอาเปรียบ แต่เขาแค่อยากกอดเธอเอาไว้ เพื่อยืนยันความรู้สึกบางอย่างที่กำลังสั่นคลอนอย่างหนักในหัวใจตัวเอง
มิ้ลค์นิ่งงัน เธอไม่ได้เอ่ยปากตอบรับ ไม่ได้ซักถามต่อ แต่ก็ยอมปล่อยตัวตามสบาย ไม่ได้ขัดขืนหรือสะบัดอ้อมกอดที่รัดแน่นราวกับกลัวเธอจะหายไปทิ้ง
“คืนนี้อยู่กับพี่ก่อนนะ... พี่สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเธออีกแล้ว”
ครามกระซิบชิดใบหู ก่อนจะค่อยๆ ซุกใบหน้าหล่อเหลาลงกับซอกคอระหง สูดดมกลิ่นหอมประจำตัวของเด็กสาวเข้าเต็มปอด มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ฉุนๆ อย่างที่นักศึกษาสาวคนอื่นชอบใช้ แต่มันคือกลิ่นสบู่นกแก้วสีเหลืองกลิ่นมะลิที่หอมสะอาดละมุนละไม...
กลิ่นหอมธรรมดาๆ ที่คุ้นจมูก กลับมีอานุภาพทำให้หัวใจที่กำลังว้าวุ่นและเพลิงโทสะของเสือร้าย... สงบลงได้อย่างน่าประหลาด ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวใจสองดวงที่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันท่ามกลางความเงียบงันของห้องพักโรงแรมสี่เหลี่ยมแคบๆ แห่งนี้
ความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่แผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลัง กอปรกับความเหนื่อยล้าจากเรื่องวุ่นวายตลอดทั้งคืน ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวของมิ้ลค์ค่อยๆ สงบลง จนกระทั่งลมหายใจของเด็กสาวเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ... เธอเผลอหลับสนิทไปในที่สุด
แต่ทว่า... คนที่กระสับกระส่ายจนข่มตาหลับไม่ลง เห็นทีจะเป็น คราม
เพลย์บอยตัวท็อปอย่างเขา ไม่เคยมีประวัติการขึ้นเตียงนอนกอดผู้หญิงคนไหนนิ่งๆ แบบนี้มาก่อน ยิ่งเป็นการนอนกอดเฉยๆ โดยไม่ได้ทำเรื่องอย่างว่าด้วยแล้ว... ยิ่งเป็นไปไม่ได้!
ความเงียบงันในห้องพักสลัวทำให้เขาต้องต่อสู้กับสัญชาตญาณดิบอย่างหนัก ครามชะโงกหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อลอบมองยัยตัวดีที่ชิงหลับหนีเขาไปดื้อๆ หญิงสาวหลับสนิทตาพริ้มโดยไม่มีทีท่าระแวดระวังภัยเลยสักนิด ทั้งที่เขาก็เป็นผู้ชายอันตรายคนหนึ่ง แถมยังเพิ่งจะทำตัวคุกคามป่าเถื่อนกับเธอไปหมาดๆ
“ยัยเด็กนี่... ไว้ใจกันเกินไปแล้วนะ”
เสียงทุ้มพึมพำแผ่วเบา ชายหนุ่มอดใจไม่ไหวจนต้องก้มลงคลอเคลียปลายจมูกโด่งกับพวงแก้มเนียนใสอย่างหมั่นเขี้ยว นัยน์ตาคมกริบจดจ้องแพขนตางอนและริมฝีปากบางที่เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ละสายตา
ยิ่งมอง ลมหายใจของเสือหนุ่มก็ยิ่งหอบหนักขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าหล่อคมค่อยๆ เลื่อนต่ำลงไปใกล้... ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินปลายจมูกของกันและกัน กลิ่นหอมสะอาดของสบู่นกแก้วกลิ่นมะลิปะปนกับกลิ่นกายสาววัยขบเผาะ กำลังปั่นป่วนสติสัมปชัญญะของเขาจนแทบจะระเบิด
ครามขบสันกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ต้องใช้ความอดทนขั้นสุดในการบังคับตัวเองให้ผละใบหน้าออกอย่างอ้อยอิ่ง
“แม่งเอ๊ย...”
เขาสบถออกมาอย่างหัวเสียให้กับความทรมานที่ตัวเองเป็นคนก่อ ชายหนุ่มพยายามจะข่มใจด้วยการกระชับท่อนแขนแกร่ง กอดรัดร่างนุ่มนิ่มเอาไว้ให้แน่นขึ้นเพื่อหาที่พึ่งพิง ทว่า... การขยับตัวเพียงเล็กน้อยกลับกลายเป็นการทำร้ายตัวเองอย่างสาหัส!
เมื่อบั้นท้ายงอนงามของคนที่หลับสนิท ขยับเข้ามาเบียดแนบชิดกับส่วนกลางลำตัวของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!
กึก...
ลมหายใจของครามสะดุดกึก ร่างกายกำยำเกร็งสั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์ ความนุ่มหยุ่นที่เบียดเสียดอยู่ตรงจุดกึ่งกลางลำตัว ปลุกเร้าความเป็นชายที่ถูกกดทับเอาไว้ให้ตื่นตัวขึ้นมาอย่างดุดัน ท่อนเนื้อที่เริ่มแข็งขึงดุนดันอยู่ใต้กางเกงยีนส์เนื้อหนากระตุกหงึกๆ เรียกร้องความต้องการจนปวดหนึบไปหมด
“อึก... ใจเย็นไว้ไอ้คราม...”
ชายหนุ่มครางในลำคออย่างแหบพร่า หลับตาปี๋พยายามท่องยุบหนอพองหนอในใจ แต่ไอ้ความรู้สึกร้อนผ่าวที่บดเบียดอยู่ตรงหน้าตักกลับทำให้เขาแทบคลั่ง...
สัญญากับน้องมันไว้แล้วว่าจะไม่ทำอะไร... คืนนี้ก็ต้องทนเป็นหมาหอบแดดไปก่อนแล้วกันวะ!
กลิ่นหอมพฤกษาละมุนจากสบู่นกแก้วที่ลอยวนอยู่ปลายจมูก เปรียบเสมือนฟืนชั้นดีที่โยนโหมลงในกองไฟแห่งความปรารถนา ครามไม่อาจทนฝืนสัญชาตญาณดิบของตัวเองได้อีกต่อไป
สติสัมปชัญญะที่พยายามท่องไว้ว่า ‘แค่กอด’ เริ่มขาดผึง สะโพกสอบขยับบดเบียดความแข็งขึงที่ปวดหนึบ เข้าหาบั้นท้ายงอนงามของคนในอ้อมกอดอย่างเชื่องช้า ทว่าแนบแน่นไปตามแรงอารมณ์ ใบหน้าหล่อคมซุกไซ้เข้ากับซอกคอระหงจากทางด้านหลัง สูดดมความหอมหวานของเรือนกายสาวเข้าเต็มปอดราวกับคนเสพติด
“งื้อออ...”
เสียงครางงัวเงียแผ่วเบาดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอเล็ก มิ้ลค์ขยับตัวยุกยิก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยคล้ายกำลังรำคาญที่มีสิ่งแปลกปลอมมารบกวนการนอนหลับอันแสนสบาย
“อืมม... มิ้ลค์...”
เสียงทุ้มพร่าสั่นระริกกระซิบเรียกชื่อเธอชิดริมฝีปากร้อนผ่าว ก่อนจะขบเม้มติ่งหูขาวเบาๆ สลับกับเป่าลมหายใจร้อนระอุรดริน ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งที่เคยวางนิ่งอยู่บนเอวคอด เริ่มซุกซนสอดลึกเข้าไปใต้ร่มผ้า ลูบไล้เรือนร่างนุ่มเนียนอย่างเบามือและทะนุถนอม แต่กลับแฝงไปด้วยความเร่าร้อนที่พร้อมจะแผดเผา
เมื่อถูกรุกรานทั้งสัมผัสและอุณหภูมิที่ร้อนฉ่า ร่างเล็กในอ้อมกอดก็ยิ่งขยับดิ้นหนีด้วยความรำคาญใจ ทว่ายิ่งเธอขยับเสียดสี ครามก็ยิ่งตวัดท่อนแขนแกร่งรัดรึงร่างของเธอเข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิม... ชิดจนแทบจะหลอมรวมแผ่นหลังบางเข้ากับแผงอกกว้าง ไม่มีช่องว่างแม้แต่จะให้อากาศลอดผ่าน
ร่างกายกำยำสั่นสะท้านไปกับสัมผัสนุ่มหยุ่นที่แนบชิด ไฟปรารถนาของเสือหนุ่มถูกจุดขึ้นจนยากจะดับลงเสียแล้ว
“เชี่ยเอ๊ย...”
เสียงสบถทุ้มต่ำดังลอดไรฟัน ครามพยายามอย่างหนักที่จะดึงสติและคำสัญญาของตัวเองกลับมา แต่ความนุ่มหยุ่นที่บดเบียดอยู่แนบชิด และกลิ่นหอมละมุนที่มอมเมาประสาทสัมผัส ทำให้กำแพงความอดทนของเขาพังทลายลงไม่มีชิ้นดี
เมื่อไม่อาจทนรับมือกับความทรมานที่ปวดหนึบอยู่กลางลำตัวได้อีกต่อไป ชายหนุ่มจึงตัดสินใจหาทางออกเพื่อดับไฟปรารถนานี้ด้วยตัวเอง
มือหนาข้างหนึ่งค่อยๆ เลื่อนต่ำลงไปปลดกระดุมและรูดซิปกางเกงยีนส์ของตนออกอย่างเชื่องช้า เพื่อไม่ให้รบกวนคนที่กำลังหลับสนิท
ครามสอดมือเข้าไปกอบกุมความเป็นชายที่กำลังแข็งขึงและร้อนผ่าว เคลื่อนขยับรูดรั้งมันเป็นจังหวะช้าๆ เพื่อคลายความกระสันที่อัดอั้นจนแทบจะระเบิด
“อืมม...”
เขาครางเสียงทุ้มต่ำในลำคออย่างแผ่วเบาที่สุด ใบหน้าหล่อคมซุกไซ้คลอเคลียอยู่กับลาดไหล่เนียนของหญิงสาว สูดดมกลิ่นกายหอมเพื่อใช้เป็นตัวช่วยเติมเต็มจินตนาการอันเร่าร้อน
ในขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวเพื่อปรนเปรอความต้องการให้ตัวเอง มือหนาอีกข้างก็ไม่ได้ปล่อยให้ว่างเปล่า ครามเลื่อนมือขึ้นไปลูบไล้เรือนร่างอรชรที่อยู่ภายใต้ชุดเดรสอย่างหลงใหล ฝ่ามือร้อนผ่าวปัดป่ายไปตามส่วนเว้าส่วนโค้ง บีบเคล้นสะโพกกลมกลึงสลับกับลูบไล้หน้าท้องแบนราบและเนินอกอิ่ม แม้ว่าเธอจะยังคงหลับสนิทไม่รู้เรื่องราว แต่เพียงแค่ได้สัมผัสผิวกายนุ่มเนียน มันก็ยิ่งกระตุ้นแรงอารมณ์ของเขาให้พุ่งทะยานสูงขึ้นไปอีก
“งื้ออ...” มิ้ลค์ครางอืออึงในลำคอ ขยับตัวยุกยิกเล็กน้อยเมื่อถูกฝ่ามือร้อนรบกวน
