บทที่ 4 อ่อยแบบไม่เนียน
ทุกครั้งที่แม่ลูกคู่นี้เปิดศึกกัน วงเหล้าของเขามักจะโดนลูกหลงหางเลขไปด้วยจนหมดสนุกทุกที มาร์คจึงต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม
ครามนั่งพิงพนักเก้าอี้ ยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาคมกริบฉายแววขบขันกับความแสบสันของยัยเด็กดอย
ปกติเวลาเขามาบ้านนี้ ยัยเด็กผมติ่งหูจะเอาแต่นั่งม้วนต้วน เรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้ ไม่เคยกล้าเถียงแม่ฉอดๆ หรือต่อปากต่อคำเสียงดังแบบนี้เลยสักนิด การมาค้างบ้านมาร์คครั้งนี้... มันมีเรื่องให้เขารู้สึกสนุกและแปลกใจไม่หยุดจริงๆ
ท่าทีอมยิ้มของครามไม่อาจรอดพ้นสายตาของฝาแฝดผู้น้องไปได้ เอกหรี่ตามองเพื่อนสนิทอย่างจับผิด แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากแซว...
ตึก! ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงฝีเท้าวิ่งตึงตังลงมาจากบันไดไม้ดังลั่นบ้าน เรียกให้สี่หนุ่มวิศวะหันขวับไปมองเป็นตาเดียว และวินาทีนั้น... ทุกสรรพสิ่งรอบวงเหล้าก็คล้ายจะถูกสต๊าฟหยุดนิ่ง
มิ้ลค์วิ่งหน้าตั้งลงมาจากชั้นบนเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำที่อยู่หลังบ้าน แต่ปัญหาคือ... สภาพของเธอในตอนนี้มีเพียง ‘ผ้าขนหนูผืนเดียว’ พันรอบกายเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่!
ตาคมของสี่หนุ่มเบิกกว้าง อ้าปากค้างจนแทบจะเห็นลิ้นไก่ โดยเฉพาะคราม... ชายหนุ่มเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อสายตาปะทะเข้ากับผิวขาวผ่องและทรวดทรงองเอวที่โค้งเว้าชัดเจนเกินวัย
ใครจะไปคิดว่ายัยเด็กดอยหน้าบานที่ชอบใส่เสื้อยืดตัวโคร่งบังหุ่นมาตลอด จะแอบซ่อนรูปเอาไว้มิดชิดขนาดนี้ ไอ้นางแบบหุ่นเอ็กซ์ในนิตยสารปลุกใจเสือป่าที่เขาเพิ่งคุยโวไปเมื่อตอนเย็น... จู่ๆ มันก็โผล่มามีชีวิตเดินร่อนอยู่ตรงหน้าซะงั้น!
“เฮ้ยยยย!! ไอ้มิ้ลค์!!!”
มาร์คได้สติเป็นคนแรก พี่ชายตัวดีแหกปากลั่นบ้านเสียงหลงด้วยความตกใจปนหวงจัด
“เป็นบ้าอะไรของมึงวะลงมาสภาพนี้!! เป็นผู้หญิงนะเว้ยไอ้น้องเวร!! ไปใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้!”
มิ้ลค์ชะงักฝีเท้าหน้าประตูหลังบ้าน เธอเหลียวหลังกลับมามองแก๊งพี่ชายพลางทำหน้าซื่อตาใส ก่อนที่รอยยิ้มร้ายกาจแบบฉบับสาวเก๋าเกมจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“โวยวายทำไมอะ ก็หนูตั้งใจจะลงมา ‘อ่อย’ พี่ครามไง”
เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ พลางไหวไหล่เบาๆ แล้วส่งยิ้มหวานหยดไปให้เป้าหมายที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่
“แค่กๆ!!”
ครามที่กำลังจะจิบเบียร์แก้เก้อถึงกับสำลัก หูสองข้างแดงเถือก กลืนน้ำลายลงคอซ้ำอีกหลายอึกจนลูกกระเดือกวิ่งขึ้นลง
เพียะ! เพียะ! เพียะ!
ฝ่ามืออรหันต์ของมาร์คแจกจ่ายฟาดลงบนกบาลเพื่อนเรียงตัวจนหัวแทบทิ่มไปกับโต๊ะ
“เลิกมองไอ้พวกเพื่อนชั่ว! ก้มหน้ามองแก้วมึงไปเลยไอ้สัด!” มาร์คแหวใส่เพื่อนอย่างหัวเสีย ก่อนจะชี้หน้าน้องสาว “ส่วนมึง! รีบเข้าไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลยนะ! แม่!! ดูไอ้มิ้ลค์มันทำตัวดิ๊แม่!!”
“พี่มาร์คแม่ง... ขี้ฟ้องเหมือนเดิมเลยว่ะ!”
มิ้ลค์แลบลิ้นปลิ้นตาใส่พี่ชาย ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งแจ้นเข้าห้องน้ำไป ปล่อยให้วงเหล้าหน้าบ้านเกิดความโกลาหลย่อมๆ จากอาการสติแตกของคนหวงน้อง
ปัง!
เมื่อประตูห้องน้ำปิดลง มิ้ลค์ยืนพิงบานประตูแล้วระเบิดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างสนุกสนานที่ได้แกล้งปั่นประสาทพี่ชายตัวเอง แต่อยู่ๆ รอยยิ้มซุกซนบนใบหน้าก็ค่อยๆ จางหายไป...
ดวงตากลมโตหลุบต่ำลง แววตาที่เคยขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นความเศร้าสร้อยและเจ็บปวด เมื่อภาพในอนาคตย้อนกลับมาฉายชัดในหัว
หลังจากงานศพของครามในอนาคต... มาร์คพี่ชายของเธอที่เคยโวยวาย เฮฮา และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา กลับกลายเป็นคนเงียบขรึม ซึมเศร้า และจมอยู่กับความรู้สึกผิดไปตลอดกาล รอยยิ้มของพี่ชายที่เธอรักสูญหายไปพร้อมกับชีวิตของเพื่อนสนิท
มือเล็กที่จับปมผ้าขนหนูค่อยๆ กำเข้าหากันแน่นจนข้อขาว วิญญาณของสาววัยสามสิบสองในร่างเด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แววตาเด็ดเดี่ยวทอประกายกล้าท่ามกลางแสงไฟสลัวของห้องน้ำ
ไม่ว่ายังไง... ครั้งนี้เธอจะช่วยครามเอาไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน หรือต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม...
เพราะในบรรดาคนทั้งหมด... มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่รู้ความลับว่า ‘อุบัติเหตุทางรถยนต์’ ครั้งนั้น... มันเกิดจากอะไร
ค่ำคืนนั้นจบลงด้วยความวุ่นวายและหัวใจของใครบางคนที่เต้นผิดจังหวะ ทว่าหลังจากวันนั้น... ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่ครามคิด
ชายหนุ่มนึกว่ายัยเด็กดอยจอมแสบจะเดินหน้ารุกจีบ หรือมาป้วนเปี้ยนกวนประสาทเขาเหมือนที่ประกาศกร้าวไว้ แต่เปล่าเลย... มิ้ลค์กลับเงียบหายเข้ากลีบเมฆหลังจากคืนนั้นที่ใส่ผ้าขนหนูมาอ่อยเขา
เหตุผลก็เพราะความเป็นจริงอันโหดร้ายของระบบการศึกษาไทยได้ฟาดหน้าเธอเข้าอย่างจัง แม้ในช่วงที่ผ่านมาเธอจะปั่นเกรดขึ้นมาได้บ้าง แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะยื่นขอโควตารับตรง (กรรมตามสนองของแท้!) ทางรอดเดียวของเธอคือการสอบแข่งขันในสนามใหญ่ ทั้ง GAT-PAT, O-NET และแอดมิชชัน
เป้าหมายของมิ้ลค์ชัดเจน... เธอต้องสอบเข้า ‘คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาทิศ’ มหา'ลัยชื่อดังริมทะเลในภาคตะวันออก ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่พวกพี่ชายและครามเรียนอยู่ให้ได้!
ด้วยเหตุนี้ วิถีชีวิตของนักเขียนสาวในร่างเด็ก ม.6 จึงเปลี่ยนไปเป็นซอมบี้บ้าตำราอย่างสมบูรณ์แบบ
ช่วงหลายเดือนหลังจากนั้น แม้แก๊งเพื่อนพี่ชายจะแวะเวียนมากินเหล้าที่บ้านบ่อยแค่ไหน มิ้ลค์ก็แทบจะไม่มีเวลาลงมาเล่น หรือแม้แต่จะมาต่อปากต่อคำด้วย ภาพจำของครามคือเด็กสาวผมติ่งหูที่เดินหอบหนังสือฟิสิกส์และภาษาอังกฤษกองโต สภาพขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้า เดินสวนเขาขึ้นบันไดไปเงียบๆ ตอบแค่คำว่า "สวัสดีค่ะ" แล้วปิดประตูห้องขังตัวเองอ่านหนังสือยันเช้า
ไม่มีการขยิบตา ไม่มีการหยอด ไม่มีแม้แต่เวลาจะมาสนใจเขา!
ครามที่เคยนั่งกระดกเบียร์อย่างสบายใจ เริ่มรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านแปลกๆ ทุกครั้งที่มองขึ้นไปเห็นแสงไฟลอดผ่านช่องประตูห้องของเด็กสาว...
‘บทจะหยอดก็หยอดจนกูไปไม่เป็น บทจะทิ้งก็เมินกูซะงั้น ยัยเด็กดอยนี่มันยังไงของมันวะ!’
.
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับโกหก การสอบแข่งขันอันแสนหฤโหดสิ้นสุดลง และแล้ววันที่เด็ก ม.6 ทั่วประเทศรอคอยก็มาถึง... วันประกาศผลแอดมิชชัน!
หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่กลางบ้านกำลังประมวลผลอย่างเชื่องช้าตามความเร็วอินเทอร์เน็ตในยุคนั้น มาร์ครับหน้าที่เป็นคนกรอกรหัสและคลิกเมาส์ โดยมีแม่วรรณดี มีน และมิ้ลค์ ยืนลุ้นอยู่ข้างหลังจนตัวเกร็ง
“ไอ้มาร์ค โหลดเสร็จยังเนี่ย แม่ลุ้นจนเยี่ยวจะเล็ดแล้วนะ!” แม่วรรณดีบ่นอุบ
“ใจเย็นดิแม่ เน็ตบ้านเรามันแรงซะที่ไหนเล่า... อ๊ะ! มาแล้วๆ!”
มาร์คเบิกตากว้าง เลื่อนลูกกลิ้งเมาส์ไล่ดูรายชื่อบนหน้าจออย่างรวดเร็ว ก่อนที่นิ้วชี้ของเขาจะชะงักกึก รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนเป็นพี่ชาย เขาหันขวับมาหาน้องสาวพร้อมกับตบโต๊ะดังปัง!
“เชี่ยยยย!! ติดแล้ว!! ไอ้มิ้ลค์สอบติดแล้วแม่!!”
‘เมธิรา ใจงาม’
ชื่อและนามสกุลของเธอเด่นหราอยู่ในอันดับกลางๆ ของรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาต่อใน ‘คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาทิศ’
“กรี๊ดดดด! ในที่สุดกูก็รอดแล้วโว้ยยย!”
มิ้ลค์กระโดดกอดคอมีนและแม่จนแทบล้มกลิ้ง น้ำตาแห่งความโล่งใจไหลพราก ความเหนื่อยยากทั้งหมดที่ทุ่มเทมาตลอดหลายเดือนบรรฤทธิ์ผลแล้ว เธอทำได้! เธอเปลี่ยนอนาคตตัวเองได้แล้วอย่างน้อยก็หนึ่งก้าว!
