บทที่ 6 เกมรุก
“ฮะ? พี่ครามว่าไงนะคะ? แต่พี่ทีเขาเลี้ยงข้าวหนูอยู่นะ!” มิ้ลค์สะบัดมือออก ทำหน้างอใส่
“ไอ้คราม! มึงเป็นบ้าอะไรเนี่ย!” มาร์คที่เพิ่งเดินตามมาถึงกับทำหน้างง “กูกำลังจะด่าน้องกูอยู่ แต่มึงพุ่งมาลากน้องกูทำไมวะ ทำหน้าหยั่งกะหมาหวงก้าง เฮ้ยๆ อย่าบอกนะ... มึงหึงน้องกูเหรอ?”
คำถามแทงใจดำทำเอาครามชะงักกึก หูสองข้างร้อนผ่าว แต่ด้วยทิฐิของการรับปากเพื่อนเอาไว้ที่ค้ำคออยู่ ชายหนุ่มจึงเชิดหน้าขึ้นแล้วเถียงกลับข้างๆ คูๆ
“หึงบ้าอะไร! กูก็... ก็แค่หวงน้องสาว ‘เหมือนที่มึงหวง’ นั่นแหละ! กูช่วยมึงสแกนไง ดูดิ หน้าตาติ๋มๆ แบบเนี้ย เดี๋ยวน้องมึงก็โดนหลอก!”
มิ้ลค์แอบลอบยิ้มมุมปากกับข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นสุดๆ ของผู้ชายปากแข็ง แต่ก่อนที่เธอจะได้อ้าปากแซวคราม เสียงห้าวๆ ติดจะร่าเริงของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมา
“เฮ้ยๆ พวกมึงทำหน้าน่ากลัวใส่น้องทำไมเนี่ย น้องมิ้ลค์ตกใจหมดแล้วเห็นไหม”
‘แนน’ หญิงสาวคนเดียวในกลุ่มวิศวะเดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เข้ามาสมทบ เธอใส่เสื้อช็อปคลุมทับเสื้อยืดสบายๆ ท่าทางห้าวๆ ลุยๆ ดูเป็นธรรมชาติเหมือนเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง แนนส่งยิ้มแสนดีมาให้มิ้ลค์
“สวัสดีน้องมิ้ลค์ ได้เจอกันสักที พี่ได้ยินเรื่องของน้องจากปากไอ้มาร์คตลอดเลย”
“...”
ก่อนที่แนนจะเอื้อมมือไปตบบ่าครามดังปุบ แล้ววางแขนพาดไหล่ครามอย่างสนิทสนมประหนึ่งเพื่อนซี้ที่ไม่มีเส้นแบ่งเพศ มิ้ลค์นั่งพรูลมหายใจออกมา ใบหน้าสวยบึ้งตึงขึ้นมาอย่างเก็บสีหน้าไม่อยู่
“ปล่อยน้องมันมีสังคมบ้างเถอะน่า พวกมึงนี่หวงไม่เข้าเรื่องเลย... ยินดีด้วยนะมิ้ลค์ที่สอบติดที่นี่ พี่ซื้อขนมมาฝากด้วย”
แนนพูดยิ้มๆ พลางยื่นถุงขนมให้ ก่อนจะหันไปเขย่าแขนครามเบาๆ “ไปเถอะคราม กูหิวข้าวแล้ว ปล่อยน้องกินกับเพื่อนกับพี่รหัสไปเถอะ”
ท่าทางห้าวๆ แสนดีที่ดูไม่มีพิษมีภัยนั้น อาจจะทำให้พวกผู้ชายมองว่าแนนเป็นแค่ ‘เพื่อนลุยๆ’ ที่พึ่งพาได้... แต่ไม่ใช่กับมิ้ลค์
ดวงตากลมโตของมิ้ลค์จ้องมองมือของแนนที่เกาะอยู่บนแขนของครามด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ วิญญาณสาววัยสามสิบสองมองทะลุเปลือกความห้าวไปจนเห็นความ ‘แรดเงียบ’ ที่ซ่อนอยู่ข้างใน ผู้หญิงคนนี้แหละที่ใช้ความสนิทในคราบเพื่อน เข้ามาแทรกซึมในชีวิตของคราม และเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องขับรถออกไปตายในคืนนั้น!
มิ้ลค์ไม่รับถุงขนม แต่กลับยื่นมือเลื่อนผ่านถุงขนมไปปัดแขนของแนนออกจากตัวครามอย่างแรง
เพียะ!
เสียงปัดมือนั้นดังฟังชัดจนทุกคนชะงัก แนนตกใจเซไปด้านหลังเล็กน้อย ใบหน้าแสนดีเปลี่ยนเป็นเหวอจัด ก่อนจะทำหน้าสลดพร้อมแววตาสงสัยทันที
“น้องมิ้ลค์... พี่ทำอะไรให้เราไม่พอใจหรือเปล่า?” แนนถามเสียงอ่อน ดูน่าสงสารขึ้นมาจับใจ
“ไอ้มิ้ลค์! ทำบ้าอะไรของมึงเนี่ย!” มาร์คตวาดลั่นทันที “พี่แนนเขาอุตส่าห์หวังดีมาทักทาย ทำไมทำตัวก้าวร้าวแบบนี้วะ นิสัยเสีย!”
ครามเองก็ขมวดคิ้วมองมิ้ลค์อย่างไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่มิ้ลค์ไม่สนว่าตัวเองจะดูเป็นเด็กร้ายกาจหรือก้าวร้าวในสายตาใคร เธอเป็นคนตรงๆ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ และในเมื่อเธอตั้งใจจะจีบคราม เธอก็ไม่จำเป็นต้องแอ๊บใสซื่อ
“ไม่ได้ก้าวร้าวค่ะ แค่เป็นคนตรงๆ” มิ้ลค์เชิดหน้าขึ้น ตอบกลับเสียงฉะฉาน แววตาเด็ดเดี่ยวมองตรงไปที่แนน “ฉันไม่ชอบให้พี่แนนมาเกาะแขนพี่ครามแบบนี้ค่ะ”
“เฮ้ย... ไอ้ครามมันก็เพื่อนพี่นะ” แนนหัวเราะฝืดๆ พยายามรักษาฟอร์มเพื่อนห้าว “ทำไมล่ะ หวงพี่ชายหรือไง”
“พี่ชาย? หึ... หนูไม่ได้หวงในฐานะพี่ชายค่ะ”
มิ้ลค์สวนกลับทันควัน ร่างบางก้าวเข้าไปประชิดตัวคราม ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือหนาของชายหนุ่มมาจับไว้แน่น แล้วประกาศก้องด้วยน้ำเสียงหนักแน่นท่ามกลางความเงียบของโรงอาหาร
“แต่หนูหวง เพราะหนู ‘ชอบ’ พี่คราม และกำลังตามจีบเขาอยู่... ชัดเจนนะคะพี่แนน ส่วนเรื่องที่ว่าพี่ครามจะชอบหรือไม่ชอบหนู มันก็เป็นเรื่องของ ‘เราสองคน’ ค่ะ”
คำประกาศโต้งๆ ที่ไม่ไว้หน้าใครทำเอาคนฟังชะงักไปตามๆ กัน แนนหน้าตึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้ดูเป็นรุ่นพี่ที่แสนดีและเข้าอกเข้าใจ เธอหันไปมองครามด้วยแววตาเห็นใจ มือเรียวค่อยๆ เลื่อนไปจับชายแขนเสื้อช็อปของเพื่อนชายเอาไว้หลวมๆ ราวกับจะดึงแนวร่วม แม้ลึกๆ จะแอบหวั่นใจกับสายตาเอาจริงของเด็กปีหนึ่งตรงหน้าก็ตาม
“ที่ครามมันยืนนิ่งเฉย ก็เพราะน้องมิ้ลค์เป็นน้องสาวของเพื่อนไงคะ...” แนนปั้นน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงความข่มขวัญ “น้องมิ้ลค์อย่าดื้อจนทำให้ครามมันลำบากใจเลยดีกว่าเนอะ ครามมันอาจจะไม่ได้ชอบน้องแบบนั้น... ใช่ไหมคราม?”
แนนจงใจโยนหินถามทาง บีบให้ครามต้องเอ่ยปากปฏิเสธน้องสาวเพื่อนเพื่อตัดรำคาญ ทว่ามิ้ลค์กลับไม่ปล่อยให้เกมนี้ยืดเยื้อ เด็กสาวหลุบตาลงมองมือของตัวเองที่กุมข้อมือครามเอาไว้แน่น ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองแนนแล้วเหยียดยิ้มร้ายกาจแบบฉบับคนเก๋าเกม
“ถ้าพี่ครามไม่ชอบ หรือรู้สึกลำบากใจ... เขาคงสะบัดมือหนูทิ้งไปตั้งนานแล้วล่ะค่ะ”
สิ้นประโยคตอกกลับอันแสนเด็ดขาด ทั้งโต๊ะก็ตกอยู่ในความเงียบกริบราวกับเป่าสาก มิ้ลค์ชูมือที่จับกุมกับครามขึ้นมาพร้อมีรอยยิ้มเสแสร้ง มาร์คอ้าปากค้างกรามตกจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่ แนนหน้าเจื่อนสนิท รอยยิ้มแสนดีพังทลายลงจนต้องค่อยๆ ลดมือที่จับชายเสื้อของครามลงแล้วกำหมัดแน่นอยู่ข้างตัว
ส่วนคราม... ชายหนุ่มสุดฮอตประจำคณะวิศวะที่ถูกเด็กปีหนึ่งประกาศรุกจีบกลางโรงอาหาร ทำได้เพียงยืนตัวแข็งทื่อ ใบหน้าหล่อเหลาร้อนผ่าว หูสองข้างแดงเถือกลามไปจนถึงลำคอ สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปไกลโพ้นจนกู่ไม่กลับ...
รู้ตัวอีกที เสือผู้หญิงที่ใครๆ ต่างก็เกรงใจ กลับยอมปล่อยให้ยัยเด็กดอยตัวแสบ ออกแรงลากแขนพาเดินออกไปจากวงล้อมตรงนั้นแต่โดยดี ชนิดที่ว่าไม่มีการสะบัดออกหรือขัดขืนเลยแม้แต่นิดเดียว
ครามยอมเดินตามแรงจูงของเด็กปีหนึ่งมาอย่างว่าง่าย นัยน์ตาคมกริบทอดมองแผ่นหลังเล็กที่กำลังเดินนำหน้า ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะเผลอยกยิ้มมุมปากออกมาโดยไม่รู้ตัว
“จะพาพี่ไปไหนเนี่ย ข้าวยังไม่ได้กินเลยนะ” ชายหนุ่มท้วงขึ้นเบาๆ
มิ้ลค์ชะงักฝีเท้าแล้วหันขวับกลับมามอง ใบหน้าหล่อคมคายของเขากำลังกระตุกยิ้มกวนประสาท พลางจงใจเลื่อนสายตาลงไปมองมือของเธอที่ยังคงกอบกุมข้อมือเขาเอาไว้แน่นราวกับจะล้อเลียน
เห็นสายตาท้าทายแบบนั้น วิญญาณสาววัยสามสิบสองก็ยิ่งรู้สึกหมั่นไส้ แทนที่จะเขินอายแล้วปล่อยมือ มิ้ลค์กลับก้าวเข้าไปประชิดตัว แล้วเปลี่ยนมารวบแขนเขาเอาไว้กอดแน่น
“เฮ้ย!”
ครามสะดุ้งเฮือก ร่างสูงถอยหลังไปครึ่งก้าวพร้อมกับทำหน้าเหวอจัด เขาไม่คิดว่ายัยเด็กดอยจะใจกล้าหน้าด้านขนาดนี้ แต่ที่ทำให้สติของเสือหนุ่มแทบแตกกระเจิง ก็คือ ‘หน้าอกหน้าใจ’ ไซส์เกินมาตรฐานที่เบียดแนบชิดไปกับท่อนแขนของเขาเต็มๆ นี่แหละ!
“ไหนบอกว่าเป็นเสือผู้หญิงไงคะ แค่นี้ทำเป็นตกใจไปได้”
มิ้ลค์ช้อนตากลมโตขึ้นมองคนตัวสูงกว่า พลางอมยิ้มกลั้นขำอย่างผู้ชนะ โดนเด็กปีหนึ่งสบประมาทแถมยังแกล้งปั่นหัวกันซึ่งๆ หน้า ครามก็ขบกรามกรอด เสือผู้หญิงตัวท็อปอย่างเขาไม่มีทางยอมเสียศักดิ์ศรีให้เด็กมันลูบคมเล่นแน่!
คราวนี้ชายหนุ่มไม่ถอยหนี เขาก้าวเท้าสวนเข้าไปประชิดจนปลายเท้าชนกัน พลางโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้คนตัวเล็กกว่าจนจมูกแทบจะชนกัน ครามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลใสแจ๋วคู่นั้น
ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดผิวแก้มเนียน ผสานกับเสียงหอบหายใจหนักๆ ของคนที่กำลังพยายามข่มอารมณ์ดิบในใจ ทำเอามิ้ลค์ถึงกับสะดุ้ง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบจนต้องกระแอมเบาๆ แล้วพยายามเชิดหน้าสู้เสือ
“ที่พี่ยอมอยู่นิ่งๆ... ก็เพราะเธอเป็นน้องไอ้มาร์คหรอกนะ” ครามกดเสียงต่ำพร่า นัยน์ตาคมพราวระยับแฝงความอันตรายในแบบฉบับเพลย์บอยตัวร้าย
“อย่ามาท้าทายพี่... มิ้ลค์ พี่ก็ผู้ชาย ไม่ใช่พระอิฐพระปูน”
