บทที่ 7 ไม่มีใครยอมใคร
สิ้นเสียงทุ้มพร่า มือหนาของครามก็ค่อยๆ เอื้อมมาไล้เบาๆ ที่พวงแก้มเนียนซึ่งกำลังขึ้นสีระเรื่อ สัมผัสสากจากปลายนิ้วและสายตาที่จ้องลึกราวกับจะกลืนกิน ทำเอาหัวใจของสาววัยสามสิบสองที่คิดว่าตัวเองเก๋าเกมถึงกับเต้นกระหน่ำรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
‘บ้าเอ๊ย... เสน่ห์อิพี่ครามเพลย์บอยนี่มันอันตรายเกินไปแล้ว!’
มิ้ลค์ลอบกลืนน้ำลาย เตรียมจะขยับเท้าถอยหลังเพื่อไปตั้งหลัก เพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะรับมือกับสายตาแพรวพราวคู่นี้ไม่ไหว ใจมันเต้นแรงเกินไปจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน
ทว่า... ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวถอย หางตาของเด็กสาวก็เหลือบไปเห็นกลุ่มคนคุ้นเคยที่กำลังเดินแกมวิ่งตามมาทางนี้ มาร์คเดินนำหน้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง ตามด้วยฝาแฝด เอ-เอก และที่สำคัญ... ‘แนน’ ที่วิ่งตามมาด้วยสีหน้าร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด!
วินาทีที่เห็นหน้าศัตรูหัวใจ สัญชาตญาณความอยากเอาชนะของมิ้ลค์ก็พุ่งทะลุปรอท ความเขินอายเมื่อครู่ถูกปัดทิ้งลงถังขยะไปทันที ไม่อย่างนั้นการย้อนเวลากลับมาอาจจะทำให้เธอพลาดอะไรไป แม้แต่อย่างเดียวเธอก็ไม่อยากจะพลาด เพราะนั่นมันหมายถึงชีวิตของคนตรงหน้า!
‘จะถอยทำไมล่ะ? ในเมื่อเวทีนี้เปิดมาให้ฉันฉายแสงแล้วนี่!’
แทนที่จะถอยหนี มิ้ลค์กลับพลิกเกมด้วยการสอดท่อนแขนเรียวเข้าโอบรอบคอของครามเอาไว้แน่น! พร้อมกับออกแรงรั้งท้ายทอยของชายหนุ่มให้โน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน!
“เฮ้ย! มิ้ลค์!”
ครามเบิกตากว้างร้องเสียงหลง สติที่กำลังใช้คุมเกมเมื่อครู่ขาดผึง ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อความนุ่มหยุ่นเบียดชิดเข้ามาแนบแผงอกแกร่งของเขาจนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียว
“ไอ้คราม!! ไอ้มิ้ลค์!! พวกมึงทำอะไรกันวะเนี่ยยย!!”
มาร์คที่เพิ่งวิ่งมาถึงเบรกดังเอี๊ยด แหกปากลั่นจนคอหอยแทบแตกเมื่อเห็นน้องสาวสุดที่รักกำลังโอบคอเพื่อนสนิทตัวอันตรายอยู่รอมร่อ
คนเป็นพี่ชายยกมือขึ้นกุมขมับ ไม่รู้ว่าจะพุ่งไปเตะยอดหน้าเพื่อนชั่ว หรือจะจับยัยน้องตัวแสบมาตีก้นดี เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าน้องสาวชอบมัน แต่ไม่คิดว่าพอเข้ามหา'ลัยแล้วมันจะกล้ารุกแรงเบอร์นี้!
ส่วนแนนที่วิ่งตามมาหยุดยืนอยู่ข้างมาร์ค ใบหน้าห้าวๆ แสนดีนั้นหน้าเสียทันที สองมือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ มองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ไปด้วยความริษยา
มิ้ลค์ปรายตามองแนนด้วยหางตา พร้อมกับเหยียดยิ้มร้ายกาจที่มุมปาก ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นไปกระซิบชิดริมฝีปากของชายหนุ่มที่ยังคงยืนช็อกค้างอยู่
“หนูบอกแล้วไงคะว่าจีบจริง... แล้วหนูก็ไม่เคยท้าเล่นๆ ด้วย”
พูดจบ เธอก็คลายอ้อมแขนออกอย่างเชื่องช้า จงใจใช้ปลายนิ้วลากผ่านแผงอกแกร่งของเขาเบาๆ เป็นการทิ้งท้าย แล้วหมุนตัวหันไปหาพี่ชาย ทำตาใสซื่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“หนูไปเรียนก่อนนะพี่มาร์ค เดี๋ยวเข้าคลาสสาย ไว้เจอกันนะคะทุกคน!”
เด็กสาวโบกมือลาอย่างอารมณ์ดี ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้กลางวงแล้วเดินสะบัดบ๊อบ นวดผมลอนยาวสยายจากไปอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้แก๊งวิศวะยืนเอ๋อรับประทานกันไปตามๆ กัน
ครามยืนค้างอยู่ในท่าเดิม มือหนายกขึ้นแตะหลังคอตัวเองตรงที่เพิ่งถูกวงแขนเล็กโอบรัด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก หัวใจที่เคยเยือกเย็นของเสือผู้หญิงเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุอก
ชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังบางที่เดินห่างออกไป ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะค่อยๆ คลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“ยัยตัวแสบเอ๊ย...” ครามสบถกลั้วหัวเราะ ก่อนจะแกล้งป้องปากตะโกนไล่หลังคนตัวเล็กไปดังๆ
“ลากพี่มาตั้งไกล ไม่คิดจะเลี้ยงข้าวกันหน่อยหรือไงฮะ!”
มิ้ลค์ที่เดินอยู่ไกลๆ ไม่ได้หันกลับมา เธอเพียงแค่ชูมือขึ้นแล้วทำสัญลักษณ์ ‘โอเค’ ส่งกลับมาให้ เชิงบอกว่ารอบหน้า โดยไม่รู้เลยว่า... ท่าทางกวนๆ นั้น ได้กระตุกหนวดเสือเข้าอย่างจังเสียแล้ว
รอยยิ้มมุมปากของครามยังไม่ทันจะจางหายไปพร้อมกับแผ่นหลังของเด็กสาว... บรรยากาศสีชมพูที่เพิ่งก่อตัวขึ้นก็ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับในเสี้ยววินาที!
ผลั่ก!!
แรงผลักหนักๆ ปะทะเข้าที่กลางอกแกร่งอย่างจังจนร่างสูงของครามถึงกับเซถอยหลังไปหลายก้าว ชายหนุ่มชะงัก หันขวับกลับมามองคนที่ลงมือ ทว่าคำพูดกวนๆ ที่เตรียมจะสวนกลับกลับถูกกลืนลงคอไปจนหมด เมื่อเห็นว่าคนที่ผลักเขาคือมาร์ค... ที่ตอนนี้กำลังยืนกำหมัดแน่น ใบหน้าถมึงทึง แววตาดุดันและเอาเรื่องจนน่ากลัวในแบบที่เพื่อนสนิทอย่างเขาไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
“ไอ้คราม... มึงทำแบบนี้หมายความว่าไงวะ!”
มาร์คกดเสียงต่ำตวาดกร้าวอย่างเหลืออด สรรพนามและน้ำเสียงเปลี่ยนโหมดเข้าสู่ความจริงจังขั้นสุด
ครามขบกรามแน่น นัยน์ตาคมที่เคยวูบไหวไปด้วยความสนุกสนานกลับกลายเป็นความเงียบงัน ตัวเขาเองก็อยากจะอ้าปากอธิบาย หรือไม่ก็เถียงกลับไปกวนๆ เหมือนทุกที ทว่า... เขาเองก็ยังหาคำตอบให้ความรู้สึกของตัวเองตอนนี้ไม่ได้เช่นกัน
มันไม่ใช่แค่ความอยากเอาชนะ มันไม่ใช่ความรู้สึกแบบที่เสือผู้หญิงอยากจะขย้ำเหยื่อ แต่มันคือความ ‘แปลกใหม่’ ความ ‘น่าค้นหา’ ที่ดึงดูดให้เขาสายตาพร่ามัวและยอมโอนอ่อนตามเกมของยัยเด็กดอยไปอย่างหน้าไม่อาย
“กู...”
ครามพยายามจะเปล่งเสียงตอบออกไปตรงๆ แต่ในหัวตอนนี้มันกลับขาวโพลนไปหมด
ท่าทีอึกอักและแววตาที่สับสนของเพื่อนสนิท ยิ่งเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟแห่งความโกรธของคนหวงน้อง มาร์คสบถคำหยาบออกมาคำโต ก่อนจะทำท่าจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อเพื่อนรัก
“เฮ้ยๆๆ ไอ้มาร์ค! ใจเย็นดิวะเพื่อน นี่มหา'ลัยนะเว้ย!”
เอและเอกที่เห็นท่าไม่ดีรีบพุ่งพรวดเข้ามาแทรกกลาง ฝาแฝดแบ่งกำลังกันเข้าล็อกแขนและดึงตัวมาร์คเอาไว้คนละฝั่งอย่างรู้หน้าที่ ท่ามกลางความตกใจของนักศึกษาที่เดินผ่านไปมา รวมถึง ‘แนน’ ที่ยืนหน้าซีดเผือดถอยกรูดไปอยู่ด้านหลัง
“มึงตอบกูมาดิไอ้คราม!”
มาร์คที่ถูกเพื่อนล็อกตัวไว้ยังคงตะโกนใส่หน้าเพื่อนสนิทอย่างไม่ลดละ แววตาของพี่ชายเต็มไปด้วยความผิดหวังและโกรธจัด
“มึงเคยรับปากกูไว้แล้วไม่ใช่เหรอวะ! มึงบอกเองว่าให้ตายยังไงก็ไม่มีทางมองน้องกูแบบนั้น! แล้วสายตาที่มึงมองไอ้มิ้ลค์เมื่อกี้... ไอ้ท่าทางที่มึงยอมให้น้องกูทำแบบนั้น... มันคืออะไรวะ!!”
คำขาดที่มาร์คทวงถาม เปรียบเสมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางความรู้สึกของคราม
ภาพในอดีตย้อนกลับมาในหัว... วันที่เขายืนกินถังหูลู่หน้าบ้าน แล้วลั่นวาจาอย่างมั่นใจว่าสเปกเขาต้องเป็นนางแบบหุ่นเอ็กซ์ และไม่มีทางยุ่งกับเด็กดอยหน้าบานคนนั้นเด็ดขาด
แต่มาวันนี้... เขากลับกลืนน้ำลายตัวเองลงคออย่างหมดสภาพ เพียงเพราะแค่ยัยเด็กดอยนั่นเปลี่ยนลุค และใช้ความแพรวพราวรุกเข้าใส่เพียงไม่กี่ครั้ง เสืออย่างเขาก็แทบจะกลายเป็นแมวเชื่องๆ ให้เธอปั่นหัวเล่น!
ครามยืนนิ่ง มือหนากำเข้าหากันหลวมๆ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่แตกกระเจิงให้กลับคืนมา... เขาจะตอบคำถามนี้กับพี่ชายของเธอในตอนที่ตัวเองยังสับสนอยู่แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด...
