บทที่ 9 แทบหยุดหายใจ
ตลอดทั้งวัน บรรยากาศภายในกลุ่มวิศวะปีสามอึมครึมจนแทบจะจับตัวเป็นก้อนน้ำแข็ง มาร์คและครามต่างคนต่างเงียบปิดปากสนิท มาร์คยังคงลอบมองเพื่อนสนิทด้วยหางตาที่เต็มไปด้วยความระแวงและไม่ไว้ใจ ส่วนครามก็ทำหน้าถมึงทึง ไม่สบอารมณ์กับทุกสิ่งรอบตัว
จนกระทั่งถึงเวลาเลิกเรียน ครามผุดลุกขึ้นจากโต๊ะเลกเชอร์พร้อมกับแนน หญิงสาวส่งยิ้มหวานพลางเอ่ยปากชวนเขาไปหาอะไรกินที่หน้ามอเพื่อผ่อนคลายความเครียด ครามไม่ได้ปฏิเสธ ชายหนุ่มเพียงแค่พยักหน้ารับ ส่งเสียง "อืม" ในลำคอ แล้วยอมเดินล้วงกระเป๋าตามหลังแนนไปแต่โดยดี
ทว่า... ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเดินไปตามฟุตพาทมุ่งหน้าสู่ประตูหน้ามหาวิทยาลัยนั่นเอง
ฟึ่บ!
จู่ๆ ร่างระหงของใครบางคนก็วิ่งฉิวตัดหน้าเขาไปอย่างรวดเร็ว!
มิ้ลค์ในชุดนักศึกษา สะพายกระเป๋าผ้าใบโตกำลังสับขาวิ่งหน้าตั้ง ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองสลับกับมองไปข้างหน้าราวกับกำลังเร่งรีบไปให้ทันอะไรสักอย่าง โดยที่สายตาของเธอไม่ได้ปรายมอง หรือแม้แต่จะสังเกตเห็นครามที่ยืนอยู่ตรงนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว!
และในวินาทีนั้นเอง... ร่างกายของเสือหนุ่มก็ทำงานไวกว่าสมองสั่งการ!
ครามทิ้งความสับสน ทิ้งสถานะที่เพิ่งตกลงกับแนน และทิ้งเพื่อนสาวแสนดีที่ยืนอยู่ข้างๆ ไปเสียดื้อๆ ชายหนุ่มออกตัววิ่งตามแผ่นหลังเล็กของยัยเด็กดอยไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมาบอกกล่าวแนนเลยสักคำ
“คราม!! มึงจะไปไหน!” เพื่อนสาวทำหน้าบึ้งตึงพยายามตะโกนเรียกและตามไปแต่ไม่ทัน
.
บนรถเมล์โดยสารที่แออัดยัดเยียดไปด้วยผู้คนในยามเย็น...
ครามยอมเบียดเสียดตัวเองเข้ามาท่ามกลางฝูงชน กลิ่นเหงื่อและอากาศที่ร้อนอบอ้าวไม่ได้ทำให้เขาสนใจเท่ากับเป้าหมาย ที่ยืนโหนรถเมล์อยู่ห่างออกไปช่วงตัว
เขายืนเกาะราวเหล็ก ลอบมองเสี้ยวหน้าของเด็กสาวจากมุมด้านหลังอย่างเงียบๆ ความสงสัยตีตื้นขึ้นมาในอก...
‘รีบขนาดนี้ ยัยเด็กนี่กำลังจะไปไหน? นัดใครไว้หรือเปล่าวะ?’
ความอยากรู้อยากเห็นบวกกับความหงุดหงิดที่โดนเมิน ทำให้ครามตัดสินใจล้วงเอาโทรศัพท์แบล็คเบอร์รี่ รุ่นใหม่ล่าสุดของตัวเองขึ้นมา นิ้วหนากดพิมพ์ข้อความรัวๆ ส่งหาพินของยัยเด็กตัวแสบ
ปิ๊ง!!!
K.Kram : รีบไปไหน ทำไมไม่ทักพี่
ครามชะเง้อมองปฏิกิริยาของคนตรงหน้าอย่างลุ้นๆ มิ้ลค์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโทรศัพท์ในกระเป๋าสั่น เธอล้วงมันขึ้นมาดู ดวงตากลมโตกวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง...
แต่แทนที่เธอจะหันซ้ายหันขวาหาเขา หรือก้มลงพิมพ์ตอบกลับ เธอกลับกดล็อกหน้าจอ แล้วโยนโทรศัพท์กลับลงไปในกระเป๋าผ้าอย่างไม่ไยดี
อ่านแล้วไม่ตอบ!
ครามถึงกับขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด
“ยัยเด็กนี่... กล้าเมินกูเหรอวะ” ชายหนุ่มสบถพึมพำอย่างหัวเสีย
เมื่อโดนหยามกันซึ่งๆ หน้า ครามก็ตั้งท่าจะมุดฝ่าฝูงคนบนรถเมล์เข้าไปประชิดตัวเพื่อเค้นถามให้รู้เรื่อง ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะแทรกตัวผ่านคุณป้ามหาภัยสองคนที่ยืนขวางทางอยู่ได้สำเร็จ...
เอี๊ยดดดด!
รถเมล์ก็เบรกจอดเทียบป้ายอย่างกะทันหัน ประตูรถเปิดออก และร่างระหงของมิ้ลค์ก็รีบสับขาวิ่งแทรกตัวลงจากรถไปอย่างรวดเร็วราวกับนกกระจอกเทศหนีภัย ทิ้งให้ตัวท็อปของคณะวิศวะต้องยืนหัวเสีย เบียดกับมนุษย์ป้าอยู่บนรถเมล์โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย
อาการหงุดหงิดจากการโดนเมินเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยความร้อนรนจนอยู่ไม่นิ่ง
“ขอโทษครับ! ขอทางหน่อย! ผมจะลง!!”
เสียงทุ้มตวาดลั่นรถเมล์อย่างร้อนใจ ครามใช้ความสูงใหญ่และพละกำลังทั้งหมดแหวกฝ่าฝูงคนและมนุษย์ป้าลงจากรถเมล์มาได้อย่างทุลักทุเล
ร่างสูงกระโดดลงมาประทับยืนบนฟุตพาท นัยน์ตาคมกริบกวาดมองซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสะดุดเข้ากับแผ่นหลังบางคุ้นตา ที่กำลังเดินเลี้ยวหายเข้าไปในซอยแคบๆ แห่งหนึ่ง... และทันทีที่เห็นป้ายชื่อซอย หัวใจของเสือหนุ่มก็ถึงกับหล่นวูบ
ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้น สองมือกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดที่แขนปูดโปนเด่นชัด... เขารู้จักซอยนี้ดี...
“โธ่เว้ย!! ยัยเด็กบ้า มาทำอะไรในที่อโคจรแบบนี้วะ!!”
ครามสบถลั่นอย่างหัวเสีย ขาหยาวก้าวฉับๆ สับวิ่งตามเข้าไปในซอยนั้นทันที ทว่า... เมื่อทะลุเข้าไปถึง ถนนทั้งเส้นที่เต็มไปด้วยตรอกซอกซอยกลับไร้เงาของเด็กสาว ร่างระหงที่เขาเห็นไวๆ เมื่อครู่อันตรธานหายไปราวกับภาพลวงตา
สองข้างทางของถนนเส้นนี้ เต็มไปด้วยผับ บาร์ และสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่เริ่มเปิดไฟนีออนสว่างไสวเย้ายวนนักท่องราตรี มันไม่ใช่สถานที่ที่เด็กผู้หญิงตัวคนเดียว แถมยังใส่ชุดนักศึกษารัดติ้วขนาดนั้น ควรจะมาเดินเพ่นพ่านเลยสักนิด!
ความหงุดหงิดแปรเปลี่ยนเป็นความกังวลและเป็นห่วงจนปิดไม่มิด ครามวิ่งวุ่นเข้าออกร้านนั้นทะลุร้านนี้ แวะถามคนหน้าประตูแทบจะทุกร้านตั้งแต่บ่ายคล้อยยันค่ำมืด
ชายหนุ่มในชุดเสื้อกล้ามสีขาวที่สวมทับด้วยเสื้อช็อปสีกรมท่าวิ่งหน้าตั้งตามหาคนจนเหงื่อชุ่มแผ่นหลัง กฎเหล็กของสถาบันที่ห้ามสวมเสื้อช็อปเข้าสถานบันเทิงเด็ดขาดถูกโยนทิ้งลงถังขยะไปโดยสิ้นเชิง!
ในหัวของเสือหนุ่มตอนนี้ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่สนกฎกติกา และไม่แคร์สายตาแตกตื่นของนักท่องราตรีคนไหนทั้งนั้น... เขาสนแค่ว่า เขาต้องหายัยเด็กดอยตัวแสบให้เจอและรู้ให้ได้ว่าเธอมาทำอะไรที่นี่... เขาได้แต่ภาวนาว่าขออย่าให้เป็นอย่างที่เขาคิด...
ครามวิ่งวุ่นเข้าออกสถานบันเทิงแทบทุกแห่งในซอยอโคจรแห่งนี้ จนกระทั่งมาถึงผับประจำที่แก๊งวิศวะของเขาชอบมาสังสรรค์ การ์ดหน้าร้านจำหน้าลูกค้าวีไอพีอย่างเขาได้จึงยอมปล่อยให้เข้าไปแม้จะสวมเสื้อช็อปก็ตาม
“โทษทีพี่ ผมมาหาคน”
ชายหนุ่มเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะแทรกตัวฝ่าฝูงชนและเสียงดนตรีบีตหนักหน่วง นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปทั่วร้านอย่างร้อนรน จนกระทั่ง... สายตาของเขาไปหยุดชะงักอยู่ที่โซฟามุมหนึ่ง
ร่างระหงคุ้นตาในชุดเดรสรัดรูปสีดำสนิทกำลังยืนชงเหล้าด้วยท่วงท่าฉะฉาน ชุดนั้นแม้จะปิดมิดชิดที่ท่อนบน แต่ท่อนล่างกลับผ่าแหวกสูงขึ้นมาจนแทบจะถึงโคนขาอ่อน ยิ่งจังหวะที่เธอหันหลัง ครามก็ถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เพราะเดรสตัวนั้นมันแหวกหลังลึกโชว์ผิวขาวเนียนจัดไปจนถึงบั้นเอว!
และที่ทำให้เส้นฟางความอดทนของเขาขาดผึง... คือการที่เธอกำลังหย่อนตัวลงนั่งเบียดชิดกับลูกค้านักศึกษาชายคนหนึ่ง ซึ่งมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นเด็กม.บูรพาทิศแน่นอน!
ครามไม่รอช้า ร่างสูงพุ่งพรวดเข้าไปถึงโต๊ะ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของมิ้ลค์อย่างแรงจนแก้วเหล้าในมือเธอแทบหก!
“มาทำบ้าอะไรที่นี่... แล้วดูแต่งตัวเข้า!”
