บทที่ 10 แอบ 2
คะ? << ซิน
กำลังจะนอนค่ะ<< ซิน
ฉันตอบเขากลับไป จากที่รู้สึกง่วงเมื่อกี้ตาสว่างทันที
อัคคี >> อืม...
พิมพ์มาแค่นี้แล้วเขาก็เงียบไป ซึ่งฉันก็ไม่ได้กดออกไปไหนเพราะคิดว่าต้องมีอะไรพิมพ์ต่อมาอีกแน่ๆ
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด
อัคคี >> ทำไม
อัคคี >> ไอ้ดินมีไอจีเธอ
เขาถามกลับมาอีกแล้ว ถามเก่งเหลือเกิน
พี่ดินเขาเคยขอมาค่ะ << ซิน
ก็เลยฟอลกลับไป << ซิน
แล้วนี่ทำไมฉันต้องมาคอยตอบคำถามเขาด้วยเนี่ย อ๋อ ที่เขาไม่รู้มาก่อนและไม่มีไอจีฉันเหมือนอย่างพี่ดิน เพราะว่าตอนนั้นเขาไม่ได้อยู่ที่โต๊ะ แล้วตอนนี้เขารู้ได้ยังไง
ว่าแต่...พี่รู้ได้ไงคะ << ซิน
อัคคี >> มันมาอวดที่เธอตอบคอมเมนต์
ตอนนั้นพี่เขาคงอยู่ด้วยกันสินะ แล้วเรื่องอย่างนี้เขาต้องอวดกันด้วยเหรอ มีอะไรน่าอวดกันนะ
แล้ว? << ซิน
เออ...ก็คือไม่รู้ว่าพี่เขาต้องการอะไร แค่ทักมาถามเรื่องนี้ แค่นี้นะเหรอ
อัคคี >> บล็อกมัน
ห๊า อะไรของเขา นี่เขาสั่งฉันอีกแล้ว มีสิทธิ์อะไรมาสั่งกัน แล้วพี่ดินไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ทำไมฉันต้องทำตามที่เขาบอกด้วย
ทำไมต้องบล็อกด้วยคะ << ซิน
พี่ดินไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย << ซิน
อัคคี >> ไม่ชอบ
อัคคี >> เบื่อมันอวด
นั่นมันเรื่องของพี่ << ซิน
อีกอย่าง… << ซิน
พี่มีสิทธิ์อะไรถึงมาสั่งให้ทำนู่นนี่ << ซิน
อัคคี >> ตอนนี้ไม่...
อัคคี >> อีกหน่อย...มีสิทธิ์! แน่ๆ
แค่พิมพ์มาแต่เหมือนมีภาพและเสียงอยู่ข้างตัวเลย ทำเอาฉันขนลุกซู่ไปทั่วร่างกายนี่ฉันหลอนไปแล้ว
แล้วสิทธิ์ที่เขาหมายถึง นี่คือสิทธิ์อะไรกัน
พอเขาว่ามาแบบนั้นฉันก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปอีกรีบปิดโทรศัพท์ข่มตานอนทันที แต่ก็ยังไม่วายมีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมาอีก ตอนนี้ไม่ดูแล้วขอทำใจก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่แล้วกัน
จากที่คุยกับพี่อัคคีวันนั้นตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบเดือนแล้วที่รู้จักกันมาและพอเช้าวันนั้นฉันก็ได้รับการแจ้งเตือนว่าพี่เขามาฟอลโล่วไอจีของฉันตั้งแต่เมื่อคืน แต่ฉันคงหลับไปแล้ว
และเรื่องที่เขาให้ฉันบล็อกพี่ดินฉันก็ไม่ได้ทำหรอกนะ เพราะเป็นแค่คำสั่งของเด็กโข่งขี้อิจฉาบางคนจึงไม่จำเป็นต้องทำตาม อื้อ...เขาก็เป็นคนบอกเองนั่นแหละ และฉันก็พอจะดูออก
ความสัมพันธ์ของฉันกับเขาในตอนนี้ก็...จะเรียกว่าคืบหน้าก็ได้แหละมั้ง เพราะเขารุกหนักมาก เก่งแต่ในแชตอะนะ สั่งนู้นสั่งนี่ ซึ่งพอเขาทำแบบนี้บวกกับการแสดงออกของเขาเวลาที่เจอกัน ก็ทำให้ฉันคิดว่ามันไม่ใช่แค่รุ่นพี่รุ่นน้อง หรือแค่เพื่อนของแฟนเพื่อนแน่ๆ ฉันก็ไม่ได้ซื่อบื้อขนาดที่จะไม่รู้ว่าการที่เขาเข้าหาคือการที่อยากสานสัมพันธ์ มันก็มีหวั่นไหวบ้างน่ะสิ
จริงๆ เราก็คุยกันแทบทุกวัน แต่ถ้าต่อหน้าเพื่อนเวลาเจอกันก็ไม่ได้ทักทายอะไรหรอก ทำเป็นเหมือนไม่สนใจอะไร เรื่องนี้เพื่อนของฉันและเขาก็น่าจะไม่รู้ เพราะไม่ได้บอกหรืออาจจะแอบรู้ไปแล้ว ก็คงมีสงสัยบ้างแหละ เพราะมีบางครั้งที่เผลอหลุดๆ แสดงออกเหมือนกัน
ไม่ได้ไม่อยากบอกหรอกนะ แต่เพราะว่าเราไม่เคยคุยกันจริงจังในความสัมพันธ์ของเรา หรือคุยกันว่าที่เป็นอยู่คืออะไร และฉันคิดว่าเป็นแบบนี้ไปก็สบายใจดีอยู่แล้ว ไว้วันนึงมั่นใจเมื่อไรมันก็ยังไม่สาย ความจริงเขาไม่เคยพูดถึงจะให้ฉันออกตัวแรงไปก็ไม่ได้ เกิดโป๊ะขึ้นมาหน้าแหกหมอไหนก็เย็บให้ไม่ได้
ตอนนี้ก็เป็นเวลาสี่โมงกว่าแล้ว วันนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งฉันก็ไม่มีเรียนอยู่แล้ว และไม่ได้นัดกับเพื่อนหรอกแต่นัดกับบางคนไว้ต่างหาก เขาบอกว่าเดี๋ยวจะมารับไปกินข้าวด้วยกัน ว่าแล้วก็ไปเตรียมตัวก่อนดีกว่า อีกหน่อยก็คงมาละ
อยากจะเล่าว่าเวลาคุยกัน หรืออยู่ด้วยกันสองคนเขาเริ่มพูดมากแล้วล่ะ ตอนนี้บางครั้งฉันก็อยากจะบอกเขาว่าหยุดพูดได้ไหม บ่นเก่งเหลือเกิน ความนิ่งความแบดบอยที่เขามีหายไปไหนกัน เอาคืนมาได้ไหม
พูดถึงได้ไม่นานเขาก็โทรมาตามทันที
(ถึงแล้ว...รอข้างล่าง)
“โอเค เดี๋ยวลงไป” เมื่อรู้จักกันมากขึ้นฉันก็ไม่ได้พูดจาคะขาเหมือนเดิมหรอกนะ
(อ่า...หรือจะให้ขึ้นไปรอข้างบน)
“ไม่ต้องค่ะ!!! จะลงไปเดี๋ยวนี้แหละ” แล้วก็รีบออกจากห้องลงมาหาเขาทันที ว่าไม่ได้นะเดี๋ยวขึ้นมาจริง
