บทที่ 4 แรกพบสบตา 1

หลังจากวางสายจากยัยแพรวอาบน้ำแต่งตัวเสร็จภายในยี่สิบนาที ฉันก็มายืนเช็กความเรียบร้อยที่หน้ากระจกก่อนออกจากห้อง วันนี้ฉันใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีดำโชว์ขาเรียวยาวที่ฉันภูมิใจสักหน่อย ใส่รองเท้าผ้าใบ ดูเรียบง่ายมาก ผมยาวสีน้ำตาลอ่อนฉันก็มัดรวบเปิดช่วงคอ ดูไปดูมา ฉันแต่งตัวสบายไปไหมนะ คิดว่าเพื่อนฉันต้องจัดเต็มกันมากแน่ๆ แต่ช่างเถอะช่วงเวลาเร่งรีบฉันไม่อะไรมากอยู่แล้ว

เมื่อเช็กความเรียบร้อยเสร็จแล้ว ฉันก็คว้ากระเป๋าสะพายใบโปรด ปิดประตู ล็อกห้อง รีบออกมาทันที ตอนนี้ก็สองทุ่มกว่าแล้ว ฉันโดนพวกนั้นสาปแล้วแน่ นี่ก็โทรมาเร่งอีกหลายสายแล้ว ว่าแล้วฉันก็ขับรถออกมาจากหอทันที โชคดีที่ตอนนี้ถนนค่อนข้างโล่ง ฉันเลยมาถึงร้านภายในยี่สิบนาที ต่อไปนี้เรียกฉันว่าซินตีนผีได้เลย

พอมาถึงร้านฉันก็หาที่จอดรถ วันนี้คนเยอะมากเนื่องจากเป็นวัน สุดสัปดาห์คนก็ต่างมาฉลองมาดื่มกัน พรุ่งนี้เป็นวันหยุดคงไม่มีเรียน หรือทำงาน พอจอดรถเสร็จฉันก็โทรหายัยซูซี่ให้ออกมารับเพราะฉันไม่รู้ว่าพวกนั้นนั่งอยู่โซนไหนกัน อ้อ สงสัยกันไหมว่าทำไมฉันรู้ที่ตั้งของร้าน จีพีเอสเลยค่ะ ซึ่งก็บอกทางได้ดี ไม่พาฉันเข้าตรอกไปไหนมั่วซั่ว อะนั่นไง ยัยซูซี่มายืนสวยๆ เอามือ ทัดผมรออยู่ที่หน้าร้าน อยากจะบอกว่าหลายเดือนผ่านไปผมนางเริ่มยาวแล้วนะคะ

“นี่ ฉันมาแล้ว” เดินเข้าไปสะกิดเรียกนางสักหน่อย มัวแต่ยืนอ่อย

“ว้าย! ชะนี มาช้านะยะ” นางหันมาเจอฉันก็บ่นทันที

“เหอะน่า มาช้าดีกว่าไม่มานะ อย่ามัวแต่บ่นเลยรีบเข้าไปกันดีกว่า” พูดจบยัยซูซี่ก็คว้ามือฉันเข้าไปในร้านทันที

บรรยากาศในร้านก็ครึกครื้นไหนยัยแพรวบอกว่าชิวๆ ไง ที่นางเปิดให้ดูตอนนั้นเห็นแค่ภายนอกร้าน ร้านใหญ่ใช้ได้ มีแต่คนหน้าตาท่าทางดูดีเต็มไปหมด นี่คัดคนเข้าร้านรึไงนะ ภายในร้านแบ่งเป็นหลายโซนด้วยกัน มีทั้งหมดสองชั้น แล้วยัยซูซี่ก็ลากฉันขึ้นมาที่ชั้นสอง นี่คงเป็นโซนวีไอพีสินะ เพราะที่นั่งเป็นโซฟา แยกโต๊ะจัดเป็นส่วนๆ ไม่วุ่นวายเหมือนข้างล่าง แต่ก็ไม่ได้เงียบเป็นป่าช้า ดูจากผู้คนแล้ว ฉันดูแต่งตัวไม่เข้ากับร้านเลย ช่างมันเถอะ รีบมารีบกลับ

“มเหสีเสด็จแล้วจ้ะ” ซูซี่พูดขึ้นหลังจากที่ลากฉันผ่านผู้คนจนมาถึงโต๊ะ พอมาถึงโต๊ะที่มีกลุ่มแฟนของยัยแพรว และยัยแพรวที่นั่งออเซาะแฟนนางอยู่หันมาตามเสียง ก็รีบลุกขึ้นมาหาอย่างรวดเร็วพร้อมกับยื่นมือน้อยๆ มาฟาดเข้าที่แขนฉันอย่างหมั่นไส้ทันที

“โอ๊ย!” ฉันร้องขึ้นพร้อมกับลูบแขนตรงที่ยัยแพรวตี ไม่ได้เจ็บมากหรอก เล่นใหญ่ไปงั้นแหละ

“ไหนแกบอกออกมาตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว ยัยคนโกหก” เริ่มแล้วไง

“นี่แกจะไม่ให้ฉันนั่งก่อนหน่อยเหรอ” รีบเปลี่ยนเรื่องทันทีพร้อมกับหันไปมองหาที่นั่งที่ว่าง

“นั่นสิแพรว ไม่เป็นไรหรอก ไหนๆ เพื่อนก็มาแล้ว” เสียงแฟนยัยแพรวพูดขึ้นมาดั่งเสียงสวรรค์

“เห็นแก่แฟนฉันหรอกนะ ครั้งนี้ฉันจะปล่อยแกไป ชิ!” พูดแล้วก็เดินตึงตังไปนั่งออเซาะเกาะแขนผู้ชายต่อ ยัยเพื่อนคนนี้หนิ เห็นผู้ชายดีกว่าเพื่อน พอจบเรื่องกับยัยแพรว ฉันก็เดินไปนั่งที่ว่างข้างยัยซูซี่ทันที หลังจากที่ฉันนั่งลง ยัยแพรวกับซูซี่ก็แนะนำฉันให้รู้จักกับพี่ๆ ทุกคน นั่นก็ไม่ได้ทำให้ฉันเกร็งมากเท่าไรนัก บางคนก็ค่อนข้างเป็นกันเอง บางคนก็เงียบพูดน้อย บางคนก็คุยแต่โทรศัพท์ และด้วยความที่เป็นรุ่นพี่ฉันก็แทบจะไม่ได้คุยอะไรมีบ้างที่พี่เขาถาม ฉันก็ตอบเท่านั้น

“ไม่คิดว่าเพื่อนน้องแพรวจะสวยขนาดนี้ ขนาดแต่งตัวธรรมดา ยังดูไม่ธรรมดาเลย” อ่า...พี่คนนี้ท่าทางเจ้าชู้ดูจากสายตาที่มองมา แต่ก็คงเป็นแค่แบบอยากแซวเล่นตามประสา ว่าแต่พี่เขาชื่ออะไรนะ

“แหมพี่ดิน ซูซี่ก็สวยเหมือนกันนะคะ” อ้อพี่ดินนี่เอง ยัยซูซี่ไม่พูดเปล่าแต่ยังทำท่าดึงคอเสื้อลงแล้วกัดปาก มองพี่เขาด้วยสายตายั่วยวนอีกต่างหาก

“ซูซี่จะสวยขึ้น ถ้าผมยาวกว่านี้นะคะ” พี่ดินทำท่าทางขนลุกแบบหยอกล้อพร้อมกับบอกยัยซูซี่ไป

“ซูซี่งอนพี่ดินแล้ว ถ้าสวยขึ้นมาอย่ามาจีบแล้วกัน”

“ครับๆ พี่จะรอนะ ฮ่าๆ” ขำแรงมาก บทพ่อแง่แม่งอนของสองคนนี้ พลอยทำให้ทั้งโต๊ะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความจริงมาเที่ยวกับกลุ่มนี้ก็ไม่ได้แย่นี่นา ไม่อึดอัดอย่างที่คิด

มองไปรอบๆ โต๊ะแล้ว เหมือนจะเห็นที่ว่างอยู่ตรงข้ามฉันอีกหนึ่งที่ จริงสิตอนนี้พี่เขาอยู่กัน หนึ่ง สอง สาม สี่ อ่าสี่คน ขาดใครนะ พี่สิบทิศ พี่ดิน พี่กานต์ พี่แบล็ค พี่...อัคคี พี่อัคคีสินะที่ไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะ หรือคงไม่ได้มา

“อะยัยซิน นี่แก้วแกฉันชงให้เบาๆ ละกัน แกต้องขับรถกลับอีกไกล” ซูซี่ยื่นแก้วน้ำที่ผสมเหล้ายี่ห้อดังแล้วมาให้ฉัน

“ซูซี่ ยัยซินมันคอแข็งจะตาย แค่นี้ไม่กระทบหรอก” ยัยแพรวพูดขึ้นมาหลังจากที่เงียบหายไปนาน

“ก็ฉันต้องขับรถ” ถึงจะคอแข็งแต่ไหนก็ดื่มมากไม่ได้

“ไม่น่าเชื่อว่าซินจะคอแข็ง” มีบทกับเขาสักทีพี่กานต์ พี่แกวางโทรศัพท์และเริ่มเข้าบทสนทนากับเขาบ้างแล้ว หลังจากที่ปลีกวิเวก นั่งคุยโทรศัพท์อยู่นาน ได้ยินแว่วๆ คงจะคุยกับแฟนแหละ และถ้าให้เดานะพี่เขาหน้าตาดีขนาดนี้แฟนก็ต้องสวยเหมาะสมกันแน่นอน

“ก็พอกินได้นิดหน่อยค่ะ” ฉันตอบกลับไปอย่างไว้ท่าที

“คราวหลังต้องมาบ่อยๆ นะ ฝึกคอไว้ วิศวะอย่างเรามันเป็นเรื่องธรรมดา ฮ่าๆ” พี่กานต์พูดพร้อมกับยกแก้วขึ้นมาชนกับแก้วฉัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป