บทที่ 1 EP. 00|บุรุษอันธพาล
บ้านตระกูล สิริรัตนาวดี
“อะไรนะ!” ฉันพูดออกไปด้วยอาการตกใจเมื่อคนตรงหน้าพูดในสิ่งที่ฉันไม่คาดคิดออกมา
“นะวาริส ขอร้องแกช่วยฉันหน่อย พลีส ไม่งั้นฉันจะต้องโดนพี่มดดีดออกจากวงการนี้แน่ แกก็รู้ว่าฉันต้องหาเลี้ยงตัวเอง และไหนจะค่าเทอมน้อง ค่านู่นค่านี่ค่านั่น...” ฉันได้แต่นั่งถอนหายใจมอง ‘ไลลา’ เพื่อนตัวดีของตัวเองที่กำลังไล่ยาวเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ นานา ให้ฉันฟัง งั้นระหว่างที่ไลลากำลังพูดอยู่ฉันขอโอกาสตรงนี้มาแนะนำตัวเองเลยแล้วกัน
ฉันชื่อว่า ‘วาริส’ จะเรียกฉันว่า วา หรือ ริส ก็ได้ตามสะดวกกันเลย ตอนนี้ฉันกำลังศึกษาอยู่ที่มหา’ลัยอาร์เธอร์ และเพิ่งจะขึ้นชั้นปีที่ 4 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่วนคนตรงหน้าที่กำลังพูดไม่หยุดคือเพื่อนสนิทของฉันเองเธอชื่อว่า ‘ไลลา’ พวกเราเจอกันครั้งแรกเมื่อตอนปี 1 ตอนนั้นฉันไม่กล้าเข้าไปคุยกับใคร และบวกกับนามสกุลของฉันเลยทำให้เพื่อนร่วมห้องบางคนแอนตี้หรือไม่ชอบฉันไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่เคยเจอหรือคุยกันมาก่อนเลย
ตระกูลฉันเป็นตระกูลผู้ดีเก่า มีหน้ามีตาในสังคมมาก และทรัพย์สินก็มากเช่นกัน นั่นจึงทำให้หลายครอบครัวไฮโซต่างอิจฉาและไม่ชอบฉัน ไหนจะเรื่องที่ฉันกำลังคบกับ ‘พี่นพี’ ก็ยิ่งทำให้คนพวกนั้นไม่ชอบฉันเข้าไปกันใหญ่
พี่นพี เป็นลูกเพียงคนเดียวของตระกูลภิรมย์อานุนัย เป็นตระกูลผู้ดีเก่าแก่ระดับต้น ๆ ของประเทศไทยเลย แน่นอนว่าผู้หญิงหลายคนก็ต้องต่างหมายปองในตัวพี่เขากันทั้งนั้น แต่พอมีข่าวเรื่องการหมั้นหมายหลุดออกไป นั่นจึงเป็นจุดกำเนิดให้หลายคนไม่ชอบฉัน
ฉันกับพี่นพีเราเพิ่งเริ่มคบกันได้ไม่นาน โดยการคบกันของเราสองคนเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่สั่งมา ฉันเองก็ไม่สามารถปฏิเสธหรือขัดคำสั่งคุณแม่ได้เลย ได้แต่ต้องยอมทำตามไป แต่มันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นนะ เพราะพี่นพีนิสัยดีมาก และมีความเป็นสุภาพบุรุษสุด ๆ เราสองคนเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กน้อยแล้ว และคงไม่ยากที่ฉันจะเริ่มมองพี่เขาให้เป็นคนรักแทนพี่ชาย
“วาริส! แกฟังฉันอยู่ไหมเนี่ย!” เมื่อเพื่อนตัวดีเห็นว่าฉันนั่งเหม่อลอยเธอก็รีบเข้ามาเขย่าตัวฉันพร้อมกับตะโกนใส่หน้าเสียงดัง
“ฟังอยู่ ๆ ตะโกนซะเสียงดังเชียว” ฉันจึงทำหน้ามุ่ยตอบเธอไป จากนั้นเธอก็เริ่มเล่าเรื่องความลำบากของตัวเองต่อ ไลลากับฉันมีความแตกต่างกันมาก ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งเราจะมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้ ไลลาเธอเดินเข้ามาทักฉันในวันที่มีการรับน้องเพราะเราสองคนก็ต่างไม่มีใครอยากคุยด้วย
ในกรณีของไลลาเธอเป็นเด็กทุน และไม่ได้มาจากตระกูลผู้ดีหรือตระกูลไฮโซอะไรทั้งนั้น นั่นจึงทำให้พวกคนอื่นมองเธอเหยียด ๆ ใจจริงฉันก็อยากเข้าไปคุยกับเธอนะแต่ฉันไม่กล้า เพราะไลลามีลักษณะภายนอกที่ดูน่ากลัวและดูเป็นผู้หญิงแรง ๆ มีตอนหนึ่งที่เธอตะโกนด่าพวกคนอื่นที่มองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม นั่นยิ่งเลยทำให้ฉันไม่กล้าเข้าไปทักเธอเข้าไปกันใหญ่
สุดท้ายเป็นเธอเองที่เข้ามาทักฉันด้วยเหตุผลที่ว่า...
“เธอดูเหมือนแม่ชีดี ฉันเลยอยากคุยและอยากเป็นเพื่อนด้วย” นั่นแหละเหตุผลของเธอ
“ตกลงว่าไงวาริส แกจะช่วยฉันไหม หรือแกจะใจร้ายใจดำไม่ยอมช่วยเพื่อนที่แสนจะน่าสงสารคนนี้” ฉันได้แต่นั่งถอนหายใจออกมาด้วยความเครียด งานที่ไลลาว่าก็คือ งานเดินถือป้ายบนเวทีมวย หรือคำที่ไว้ใช้เรียกแบบเฉพาะก็คือสาว ‘ริงเกิร์ล’ นั่นเอง
เห็นว่าเธอไปรับงานนี้ไว้แต่น้องชายของเธอดันไปมีเรื่องถึงกับต้องขึ้นโรงพักเข้า ซึ่งวันที่ทางตำรวจนัดให้ไปคุยมันตรงกับวันงานของเธอพอดี เธอจึงได้มาขอร้องให้ฉันไปแทน แล้วแบบนี้จะไม่ให้ฉันเครียดได้ยังไงกัน เกิดมาไม่เคยทำอะไรแบบนั้น ไหนจะคุณพ่อคุณแม่อีก ถ้าท่านรู้เข้ามีหวังฉันแย่แน่
“ไลลา ฉันก็อยากช่วยแกนะ แต่แกก็รู้ว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่และพี่นพีรู้เข้าจะเป็นยังไง อีกอย่างฉันก็ไม่เคยทำงานแบบนั้นมาก่อน เกิดทำให้แกเสียชื่อเสียงขึ้นมาจะไม่แย่ไปกันใหญ่เหรอ” ฉันจึงหยิบยกเหตุผลหลักออกมาพูด แล้วก็ดูเหมือนว่าจะเป็นผลดีเพราะเธอเริ่มมีความลังเลแล้ว
อันที่จริงสาขาฉันกับไลลามีความเรียนหนักมาก ฉันนับถือไลลามากเลยที่เธอเรียนไปทำงานไป ผลการเรียนของเธอก็ไม่เคยแย่ลงเลยสักครั้ง ช่วงนี้เป็นช่วงที่มหา’ลัยหยุดเนื่องจากเพิ่งสอบกันเสร็จ พวกอาจารย์เลยให้คณะฉันได้หยุดพักกันเป็นเดือน ๆ แทน กว่าจะเปิดเทอมก็คงอีกสักพัก
“เรื่องพ่อแม่แล้วก็พี่นพีสุดที่รักของแก ฉันรับประกันด้วยใบหน้าสวย ๆ ของตัวเองเลยว่าจะไม่มีใครรู้สักคน ส่วนเรื่องชื่อเสียงฉันมันก็ไม่ได้ดีหนักหนาหรอก เพราะงั้นแกสบายใจหายห่วงได้เลยเพื่อนรัก!” ไลลาขยับตัวเข้ามากอดคอฉันพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข แต่ฉันนี่สิที่รู้สึกเหมือนว่าตัวเองเริ่มเข้าใกล้ความซวยในไม่ช้านี้แล้ว
