บทที่ 10 EP. 03|บุรุษอันธพาล (2/3)
“นะ...น่าจะจำผิดคนแล้วละแบล็ค” ฉันยกมือขึ้นปฏิเสธไป อย่าบอกนะว่าเขารู้อะ ไม่สิ เขาจะรู้ได้ไงกัน ฉันมั่นใจมากเลยนะว่าพี่ผิงแต่งหน้าให้ฉันแบบเปลี่ยนแปลงขั้นสุด ไม่มีทางแน่ที่เขาจะมาจำฉันได้
“อืม...สงสัยน่าจะจำผิดจริงด้วยแฮะ” อยู่ดี ๆ แบล็คก็ลุกพรวดพราดขึ้นมายืนตรงหน้าฉัน เขาก้มตัวลงมาโดยใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาจับเข้าที่คางของฉัน มันรวดเร็วมาก ฉันทำตัวไม่ถูกได้แต่ยืนเกร็งปล่อยให้เขาจับหน้าไป
“ทำบ้าอะไรของมึงวะไอ้แบล็ค!” ไลลาพูดขึ้นด้วยความโมโห เพื่อนคนอื่นที่นั่งคุยกันอยู่ก็ต่างหันมาสนใจที่ไลลา แต่สุดท้ายก็ละความสนใจไปเมื่อเห็นว่าคนที่เสียงดังคือไลลา และก็พากันไปซุบซิบแทนเมื่อเห็นว่าแบล็คจับหน้าฉันอยู่
เพื่อนร่วมห้องส่วนใหญ่ชินแล้วที่มักจะเห็นแบล็คกับไลลาจะมีปากเสียงกันบ้างเป็นปกติ แต่การที่แบล็คมาจับหน้าฉันนี่สิมันเลยดูน่าสนใจกับคนอื่น
“งั้นแสดงว่าสร้อยที่มีคำว่า ‘วาริส’ ก็ไม่ใช่ของเธอสินะ” ระหว่างที่ไลลากำลังโมโหอยู่เธอไม่ได้สังเกตเลยว่าแบล็คได้มีการมากระซิบพูดกับฉันเสียงเบา คำพูดของเขามันกลับทำให้ฉันรู้สึกใจเต้นไปมากกว่าเดิมซะอีก
“ไลลา งั้นเดี๋ยวฉันไปนั่งอ่านหนังสือที่โต๊ะก่อนนะ” ด้วยความที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกและกลัวว่าคนอื่นจะมาได้ยินเรื่องนี้เข้า ฉันก็รีบพูดออกไปโดยไม่ได้รอให้ไลลาตอบกลับมา จากนั้นก็รีบปลีกตัวออกมาเลย
ทำไงดี! สร้อยอยู่กับแบล็คแบบนี้ แล้วถ้าฉันไปขอคืนก็เท่ากับว่าเขาจะรู้เลยนะสิว่าวันนั้นฉันก็อยู่ที่นั่นด้วย
ไม่สิ! บางทีเขาอาจจะเจอตกอยู่ที่ไหนก็ได้นี่ แต่ว่านะ! วันที่สร้อยหายมันดันตรงกับช่วงเวลาที่ฉันอยู่ที่สนามมวยนี่น่า โอ๊ยปวดหัว ตาย ๆ
หรือว่าเขาจะกุเรื่องขึ้นมาพูดมั่วหรือเปล่า แต่ว่ามันจะตรงขนาดที่รู้ว่าฉันกำลังหาสร้อยตัวเองอยู่ได้ไงกัน แถมยังพูดถูกเรื่องเกี่ยวกับสร้อยอีกที่มีชื่อฉันอยู่ด้วย
“วาริสแกนี่เป็นเอามากนะ วันนี้ไม่ได้กินข้าวเช้ามาหรือไงยัยคุณหนู” ฉันเงยหน้าออกจากหนังสือที่เอาขึ้นมาเปิดอ่านด้วยท่าทางที่มองไลลาอย่างไม่เข้าใจความหมายที่เธอพูด อันที่จริงฉันอ่านไม่รู้เรื่องเลยสักนิด แต่ที่ต้องเอาขึ้นมาอ่านเพื่อให้มีความสมจริง เพราะก่อนหน้านี้ฉันบอกไลลาไปเองนี่ว่าจะมานั่งอ่านหนังสือ
“ทำไมอะไลลา” ฉันถามไลลาออกไปแล้วก็ก้มหน้าลงไปอ่านหนังสือต่อ เพราะหางตาดันไปเห็นว่าเหมือนมีใครสักคนจ้องมองฉันจากทางด้านหลัง ซึ่งมันดันตรงกับโต๊ะที่แบล็คนั่งพอดี ฉันนั่งหน้าสุดติดริมหน้าต่าง ส่วนแบล็คเขานั่งหลังสุดเยื้องกับฉัน นั่นจึงทำให้หางตาฉันในตอนที่หันหน้าเงยขึ้นไปมองไลลายืนกอดอกอยู่ เห็นว่าเหมือนมีคนกำลังมองมาที่เราสองคนพอดี
“ยัง...ยังจะไม่รู้ตัวอีก แกอ่านหนังสือกลับหัวอยู่วาริส!” เมื่อสิ้นเสียงไลลาเท่านั้นแหละตาของฉันก็สว่างโร่ จริงด้วย! นี่ฉันกำลังอ่านหนังสือกลับหัวอยู่เหรอเนี่ย โอ๊ย!
“อ่า...จริงด้วย แหะ ๆ” ฉันหันไปส่งยิ้มให้ไลลาแทน ส่วนเธอก็ส่ายหัวไปมาก่อนจะเดินมานั่งลงข้างฉันเพราะอาจารย์เดินเข้ามาแล้ว
พักเที่ยง
โรงอาหารเย็น
หลังจากที่เรียนสองคาบแรกเสร็จก็มาถึงเวลาพักเที่ยง แต่มันกลับทำให้ฉันไม่อยากจะไปโรงอาหารคนเดียวเลย ทำไมไลลาต้องมาทิ้งฉันตอนนี้กันด้วยเล่า
ก็ก่อนหน้านี้เห็นว่าเธอได้ข้อความจากพี่มดและก็นัดกินข้าวคุยเรื่องงานกัน ตอนแรกไลลาก็ชวนฉันออกไปด้วย ฉันที่ไม่อยากไปก็เลยปฏิเสธไป ไม่งั้นฉันก็ต้องไปคุยกับพี่มดเรื่องเข้าสังกัดต่อแน่
แล้วที่นี้มีไลลาเพิ่มอีก สองคนต้องกดดันฉันหนักมาก ไลลาเองก็เคยชวนฉันเข้าไปวงการนี้เหมือนกันแต่ฉันก็ปฏิเสธมาตลอด
“เอาเถอะ ยังไงก็ไม่มีใครสนใจฉันอยู่แล้วนี่เนาะ” ฉันพูดให้กำลังใจตัวเองก่อนจะเดินไปทางโรงอาหาร เมื่อลิฟต์เปิดออก เวลาที่ฉันต้องเดินคนเดียวหรือไปไหนมาไหนคนเดียวโดยไม่มีคนรู้จักฉันก็จะมีอาการประมาทแบบนี้แหละ
