บทที่ 2 EP. 01|บุรุษอันธพาล (1/4)
อาทิตย์ต่อมา
สนามแข่งมวยใต้ดิน Muay Thai Championship
ห้องแต่งตัวของริงเกิร์ล
“เธอคือคนที่จะมาแทนยัยไลลาใช่ไหม?” ฉันยืนตัวเกร็งมองพี่ผู้ชายหน้าสวยที่กำลังเอาแต่มองสำรวจฉันไม่หยุด ไม่เพียงแค่มองอย่างเดียว แต่พี่คนนี้ส่งเสียงไม่พอใจออกมาด้วย พี่เขาน่าจะเป็นพี่มดคนที่จ้างงานไลลาสินะ
“ใช่ค่ะ” ฉันพยักหน้าตอบพี่มดพร้อมกับเอ่ยคำพูดสุภาพออกไปด้วย
“เฮ้อ เธอน่ะสวยนะ แต่ดูท่าแล้วฉันคงต้องโมเธอใหม่ทั้งตัว แล้วเวลาก็ยิ่งมีน้อยอยู่ด้วย” ฉันได้แต่ยิ้มน้อยไปให้แทน ก็แอบหน้าเสียอยู่นะที่โดนพูดแบบนี้ เหมือนกับพี่มดจะหมายความว่าฉันไม่ค่อยจะดูแลตัวเองสักเท่าไหร่ ซึ่งมันก็จริง ฉันแต่งหน้าไม่เป็น เสื้อผ้าก็ใส่ตามแต่ที่คุณแม่ซื้อมาให้หรือไม่ก็แม่บ้านเตรียมไว้ให้เท่านั้น
“แล้วนี่มาเวทีมวยหรือจะไปเข้าวัดทำบุญกันแน่ ดูแต่งตัวเข้าสิ” พี่มดพูดจบก็เดินมาเข้าจับฉันหมุนตัวไปมา ชุดที่ฉันใส่อยู่เป็นชุดเดรสยาวสีขาวลายลูกไม้ ฉันว่ามันดูเรียบร้อยออกนะ
“อีผิง! อีผิงงงงงง!!!” ฉันสะดุ้งตัวเล็กน้อยเมื่อยู่ดี ๆ พี่มดก็ตะโกนเสียงดังเรียกหาคนที่ชื่อผิงขึ้นมา
“มาแล้วค่าคุณแม่ ตะโกนซะเสียงดังเชียว” ไม่นานก็มีผู้ชายร่างท่วมเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับพูดด้วยเสียงที่คล้ายกับผู้หญิง
“มัวแต่ไปดูผู้ชายนะมึงนี่! จัดการโมยัยนี่ใหม่ซะ แล้วอย่าทำให้กูขายหน้าล่ะ” พี่มดพูดด้วยเสียงโมโห พร้อมกับชี้มาที่ฉันในตอนพูดประโยคหลัง
“ว้าย! ตายแล้ว แม่! ไม่ได้ปะ จะให้แม่ชีมาเป็นริงเกิร์ลเหรอ” เอิ่ม...ฉันควรทำไงดี ฉันไม่ใช่แม่ชีน้า
“อีโง่! มึงอย่ามากวนประสาทกูนะ” ฉันได้แต่ฟังบทสนทนาพร้อมกับน้ำเสียงและท่าทางของทั้งสองคนด้วยความสนอกสนใจ มันดูน่ารักและแปลกใหม่สำหรับฉันดี เป็นการคุยกันที่เหมือนจะด่ากันแต่ก็ไม่ใช่ จะทะเลาะกันก็ไม่เชิง
“แหมแม่ก็ อย่าวีนสิคะอย่าวีน เดี๋ยวแก่ไวจะไม่สวยเอานะแม่นะ” พี่อีกคนพูดจบพี่มดก็สะบัดหน้าเดินออกไปเลยด้วยท่าทางเชิด ๆ ส่วนพี่อีกคนก็เดินตามไปปิดประตูห้องลงแล้วค่อยเดินเข้ามาหาฉันที่ยืนเงียบได้สักพักใหญ่ ๆ แล้ว
“น้องมาแทนอีไลลามันใช่ไหมจ๊ะ?” พี่เขาเดินจูงมือฉันให้ไปนั่งลงที่เก้าอี้ตรงหน้ากระจกบานใหญ่ยาว ที่มีหลอดไฟประดับรอบขอบกระจกหลายดวง
“ใช่ค่ะ พอดีไลลาเธอมีปัญหานิดหน่อยเลยให้หนูมาแทน” พี่เขาพยักหน้าพร้อมกับเดินไปจัดการกับกองเครื่องสำอาง
“เจ้ชื่อผิงเนอะน่าจะได้ยินแล้ว ว่าแต่น้องชื่อวาริสใช่ไหม?” พี่ผิงพูดไปก็จัดการเลือกเครื่องสำอางไป
“ใช่ค่ะ ว่าแต่จะต้องโมใหม่ทั้งตัวเลยจริง ๆ เหรอคะพี่ผิง” ฉันพูดไปก็มองหน้าพี่ผิงผ่านกระจกไปด้วย
“วาริสลูก หนูน่ะสวยนะ แต่ลุกของหนูมันไม่เข้ากับสาวริงเกิร์ลสักเท่าไหร่ เพราะงั้นเชื่อฝีมือเจ้ค่ะ เดี๋ยวเจ้จัดการให้ไม่มีใครจำหนูได้เลย เจ้ได้ยินเรื่องของหนูมาจากอีไลลาแล้วไม่ต้องกังวลไป เชื่องานเมคอัพอาร์ติสระดับโปรคนนี้ได้เลย” นี่สินะที่ไลลาบอกจะจัดการให้ เรื่องที่ว่าจะไม่มีใครจำฉันได้ ถึงการแข่งขันในสนามมวยแห่งนี้น่าจะไม่มีคนรู้จักของฉันก็ตาม แต่ยังไงฉันก็ต้องเซฟตัวเองไว้ก่อนดีที่สุด
เวลาผ่านไปสองชั่วโมง
“ปังมาก! ปังไม่ไหว!” พี่ผิงพูดขึ้นพร้อมกับดีดนิ้วเสียงดังอย่างพึงพอใจ ฉันแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง คนในกระจกตอนนี้คือฉันจริง ๆ เหรอ เครื่องสำอางมันเปลี่ยนคนได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
“พี่ผิงเก่งมากเลย ไม่เชื่อเลยว่านี่คือวาริสเอง เกือบจะจำตัวเองไม่ได้แล้ว” ในระหว่างสองชั่วโมงที่ผ่านไปฉันกับพี่ผิงเริ่มจะสนิทกันมากขึ้น พี่เขาชวนคุยเก่งมาก จนทำให้ฉันไม่เขินไม่อายและกล้าพูดคุยกับพี่ผิงมากขึ้น
“บอกแล้วว่าให้เชื่อฝีมือเจ้” พี่ผิงกอดอกยักคิ้วส่งมาให้ฉันผ่านกระจกที่ฉันกำลังใช้มองสำรวจตัวเองอยู่
“ไม่น่าเชื่อเลย” ฉันพูดกับตัวเองเบา ๆ พร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วก้มตัวเข้าหากระจกให้ใกล้มากขึ้น เพื่อจะมองตัวเองอีกรอบชัด ๆ
“เลิกดูได้แล้ว เจ้ว่าเราไปลองชุดกันก่อนดีกว่า เหลือเวลาน้อยแล้ว” ฉันจึงพยักหน้าพร้อมกับเดินตามพี่ผิงไปอีกมุมของห้อง ตอนเข้ามาฉันเห็นราวเสื้อผ้าพวกนี้แล้วล่ะ แต่ตอนนั้นไม่ได้สนใจ พอมาดูอีกรอบแต่ละชุดก็เล่นเอาทำฉันขวัญหายเลย
“พี่ผิงคะ วาริสต้องใส่ชุดนี้จริง ๆ เหรอ” ฉันยืนทำหน้าเศร้าส่งไปให้พี่ผิงที่เดินถือชุดเดรสสั้นสีเงินระยิบระยับผ่ากลางลึกถึงใต้ราวนม มันโป๊มาก โป๊สุด ๆ
