บทที่ 7 EP. 02|บุรุษอันธพาล (2/3)
“นี่ของแกนะไลลา ฉันเอาใส่ไว้ในนี้นะ” ฉันหยิบซองสีขาวออกมาจากกระเป๋าสะพายของตัวเอง แล้วจัดการเอื้อมมือไปกดปลดล็อกเก๊ะหน้ารถของไลลา เพื่อจะเอาซองที่ได้มาไปเก็บไว้ตรงนั้น
“อะไรวะ” เธอถามฉันในขณะที่สายตาของเธอยังคงมองไปบนท้องถนนอยู่เหมือนเดิม
“เงินที่พี่มดให้อะ” พูดจบไลลาก็ตบไฟเลี้ยวเข้าข้างทางอย่างไว ฉันได้แต่กระชับสายเบลนั่งมึนกับพฤติกรรมของเพื่อนตัวเอง
“จะบ้าไง! แกจะเอามาให้ฉันทำไมเล่า! เก็บไว้เลย” ไลลาเอื้อมตัวมาหยิบซองสีขาวเพื่อจะยัดลงกระเป๋าฉันดังเดิม แต่ฉันไวกว่าที่คว้ากระเป๋าตัวเองหลบได้
“ไม่เอา ๆ แกก็รู้ถ้าฉันมีเงินติดตัวกลับบ้านเยอะขนาดนี้คุณแม่ต้องสงสัยแน่ว่าไปเอามาจากไหน” ไลลานั่งมองฉันตาปริบ ๆ เหมือนกับซึ้งอะไรสักอย่าง ที่ฉันพูดแบบนั้นก็เผื่อเอาไว้ เพราะคุณแม่ท่านชอบมาจัดกระเป๋าและห้องนอนฉันอยู่บ่อยครั้ง ฉันเลยต้องเซฟตัวเองไว้ดีกว่า
“เพื่อนรัก เพื่อนนางฟ้าทรงมาโปรดของฉัน” ไลลาโผเข้ากอดฉันอย่างรวดเร็วแล้วพึมพำพูดขอบคุณฉันไม่หยุด ใช้เวลาสักพักกว่าเธอจะปล่อยฉันแล้วไปขับรถต่อ
บ้านตระกูล สิริรัตนาวดี
“พรุ่งนี้เรียนวันแรกอย่ามาสายล่ะไลลา ฉันไม่อยากหาข้ออ้างให้แล้วนะ” ฉันหันไปพูดเตือนไลลาก่อนจะลงจากรถ ในวันพรุ่งนี้จะเป็นวันที่มหา’ลัยฉันเปิดการเรียนการสอนแล้วหลังจากที่ปิดไปหลายเดือน และที่ต้องไปย้ำเตือนไลลาก็เพราะเธอทำงานเลิกดึก ก็มักจะตื่นสายหรือมาไม่ทันคาบเช้าเป็นประจำ
แล้วฉันเป็นเพื่อนกับเธอเพียงคนเดียว อาจารย์ก็มักจะถามหาอยู่บ่อยครั้ง ฉันก็ไม่อยากโกหกบ่อย ๆ ด้วยก็เลยต้องตักเตือนเพื่อนหน่อย
“จ้าแม่ เข้าใจแล้วจ้า เอ๊ะ!” ระหว่างที่เธอกำลังพูดประชดประชัดฉัน อยู่ดี ๆ ไลลาก็มองมาที่คอของฉัน พร้อมกับทำสีหน้าตกใจเล็กน้อย
“อะไรเหรอ... อ่าว!” ฉันถามไลลาออกไป พร้อมกับใช้มือลูบไปบริเวณคอที่ฉันมักจะสวมใส่สร้อยชื่อของตัวเองติดตัวเป็นประจำ สร้อยเส้นนั้นเป็นของสำคัญมากและมีเส้นเดียวในโลก ที่ถูกสั่งทำมาพิเศษโดยเฉพาะ เป็นสร้อยที่คุณยายให้ฉันก่อนที่ท่านจะเสีย
“สร้อยสุดหวงแกหายไปไหนยัยวาริส!” ไลลาพูดจบนางก็ก้มหน้าก้มตามองหาสร้อยฉันภายในรถ
“ฉันไม่เคยถอดออกเลยนะ จะหายไปได้ยังไงกัน” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนขวัญหาย แล้วก็จัดการก้มหน้าก้มตาหาของสำคัญของตัวเองด้วยเช่นกัน จนเวลาผ่านไปหลายนาทีที่เราสองคนนั่งอยู่ในรถเพื่อหาเจ้าของสำคัญ แต่ก็กลับไม่พบอะไรเลย
“เอางี้ เดี๋ยวฉันจะโทรไปหาพี่มดให้นางช่วยหาที่นู้นด้วย เผื่อแกอาจจะเดินไปเกี่ยวอะไรจนมันเผลอหลุดไปก็ได้” ฉันพยักหน้าให้ไลลาไปด้วยใบหน้าที่พร้อมจะร้องไห้
“ขอบคุณมากนะไลลา กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ วันนี้แกเองก็เจอเรื่องเครียดมาทั้งวันแล้ว” ฉันเปิดประตูลงจากรถแล้วหันกลับไปโบกมือให้กับไลลา สักพักรถเก๋งสีครีมก็แล่นออกไป
ห้องรับแขก
“อ่าวลูกมาพอดีเลยค่ะคุณ” ฉันที่กำลังจะเดินผ่านห้องรับแขกเพื่อไปยังห้องนอนตัวเองก็มีเสียงของคุณแม่เอ่ยพูดขึ้นมาดึงความสนใจ พอมองไปก็เห็นว่ามีคุณพ่อคุณแม่นั่งอยู่ และอีกคนก็คือพี่นพี นี่พี่เขากลับมาจากต่างประเทศแล้วงั้นเหรอ
พี่นพีมีอายุมากกว่าฉันหนึ่งปี หลังจากที่พี่เขาจบไปพี่เขาก็ไปต่อโทที่ต่างประเทศแทน และนาน ๆ ถึงจะกลับไทย สงสัยทางนู้นคงปิดภาคเรียนอยู่สินะ
“พี่นพีสวัสดีค่ะ กลับมาทำไมไม่บอกน้องเลยคะ” ฉันเดินเข้าไปยกมือไหว้พี่นพีที่นั่งส่งยิ้มมาให้ฉัน
“ถ้าพี่บอก น้องวาก็ไม่ดีใจที่พี่มาสิคะ” ฉันได้แต่ยิ้มให้พี่เขาแทนเพราะไม่รู้จะตอบว่ายังไง ฉันพยายามแล้วนะที่จะมีความรู้สึกรักให้พี่เขาบ้าง แต่สุดท้ายความรู้สึกฉันมันกลับบอกแต่ว่ามากสุดก็แค่พี่ชายเท่านั้น ทำไงได้ ฉันเลยคิดว่าอนาคตแต่งงานกันไปเดี๋ยวก็คงรักกันเองนั่นแหละ
“แหมพีลูก อย่าพูดแบบนั้นสิ เห็นไหมน้องอายใหญ่เลย” คุณแม่ฉันทำท่าทางเอามือป้องปากขำ แล้วใช้อีกมือไปตีลงที่หน้าตักของพี่นพี ส่วนคุณพ่อก็เอาแต่นั่งส่ายหัวให้กับท่าทางของคุณแม่ ดูเหมือนท่านจะเขินเองมากกว่าฉันอีก
