บทที่ 8 EP. 02|บุรุษอันธพาล (3/3)

“ปล่อยให้เด็กเขาคุยกันเถอะคุณ คนแก่แบบเราไปนั่งเล่นที่สวนกันดีกว่า” คุณพ่อพูดจบก็จูงแขนคุณแม่เดินไปทางหลังบ้านที่มีสวนไม้ขนาดเล็ก

“เรียนเป็นไงบ้างคะน้องวา” พอคุณพ่อคุณแม่ออกไปจนลับตาพี่นพีก็ลุกขึ้นย้ายมานั่งลงข้างฉัน แล้วเอ่ยถามถึงเรื่องการเรียน

“เดิม ๆ ค่ะ น้องขึ้นปี 4 แล้วด้วย น่าจะยากขึ้นกว่าเก่าอยู่ค่ะพี่นพี” พี่เขามองหน้าฉันในระหว่างที่ฉันกำลังพูดอยู่ พร้อมกับวางพาดแขนลงบนที่พิงหลังของโซฟาด้วย ฉันจึงขยับตัวออกนิดหน่อยเพื่อหลีกเลี่ยงกันโดนตัว ฉันไม่รู้ว่าทำไมตัวเองต้องทำแบบนี้ มันดูไม่มีมารยาทมาก แต่คือใจฉันมันไม่โอเคนี่นา

“ถ้าตรงไหนไม่เข้าใจก็โทรมาถามพี่ได้ตลอดเลยนะคะ พี่อยู่ไทยอีกสักพักเลย” ฉันพยักหน้าตอบพี่เขาไปแล้วจึงขอตัวขึ้นไปพักผ่อน โดยให้เหตุผลข้ออ้างไปว่าตัวฉันรู้สึกไม่สบาย ซึ่งพี่เขาก็ไม่ได้สงสัยอะไร จากนั้นพี่เขาก็ไปขอตัวบอกลาคุณพ่อคุณแม่แทน

กลางดึก

Adomina Club

แบล็ค Talk

“เฮีย วันนี้ทำไมมาไวจัง” เสียงของ ‘ไอ้ฉลาม’ น้องรหัสผมพูดทักขึ้นเมื่อมันเห็นผมนั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์ ไอ้ฉลามมันทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ผับแห่งนี้มานานละ แล้วที่มันทักแบบนี้ก็เพราะว่าผมมักจะมาช่วงตีสามตีสี่ได้ ตอนนี้เพิ่งจะเที่ยงคืนเอง มันก็เลยแปลกใจที่เห็นผม

“เสือกนะมึง พรุ่งนี้อย่าให้กูไปได้ยินจากใครว่ามึงโดดเรียนอีกนะ ไม่งั้นกูเอามึงตายแน่ไอ้ฉลาม” ผมพูดขู่มันด้วยเสียงปกติ ซึ่งก็ทำให้มันหน้าเสียได้ เพราะมันคงคิดไม่ถึงว่าผมก็รู้เรื่องที่มันมักจะชอบโดดเรียนอยู่ประจำ

“ใครแม่งเอาไปบอกเฮียวะ!” ไอ้ฉลามพูดขึ้นด้วยเสียงหงุดหงิด แล้วก็เดินไปเช็ดโต๊ะต่อเนื่องจากพนักงานจะมายืนคุยนานมากไม่ได้

ผมทำสัญญาณมือให้กับบาเทนเดอร์ไปเพื่อขอแบบเดิมอีกแก้ว ที่จริงวันนี้ผมกะว่าจะไม่ออกไปไหนและจะนอนอยู่ที่คอนโดแหละ เพราะรู้สึกปวดเมื่อยไปตามตัว แต่ที่ต้องออกมาแบบนี้ก็เพราะไอ้โลคามันจะมาคุยเรื่องงาน ผมจึงปฏิเสธมันไปไม่ได้

ผมกับไอ้โลคาเรามีธุรกิจร่วมกัน เป็นธุรกิจเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย นั่นก็คือ โรงงานผลิตเบียร์ เกิดจากความชอบของเราสองคนก่อน และผมกับมันมักจะเหมือนกันคือไม่ค่อยถูกกับรสชาติรสเดียวกัน ก็เลยมานั่งคุยกันว่าเอองั้นก็ทำกินเองเลยสิวะ

จากนั้นพวกผมก็ไปติดต่อโรงงานนู่นนี่และทำกินเอง ยังไม่ได้คิดจะขายอะไร ทีนี้จากกินเองก็เริ่มมีคนมาขอลองชิมเยอะขึ้น จนหลายเดือนก่อนคนที่ลองไปมันรู้จักกับพวกเจ้าของผับบาร์อะไรพวกนี้ ก็เลยมีการติดต่อกันและก็เริ่มเป็นธุรกิจขึ้นมา

อย่างเช่นผับที่ผมนั่งอยู่ก็เป็นหนึ่งในลูกค้าผมเช่นกัน แต่พวกผมสองคนก็ไม่ได้เปิดเผยว่าเจ้าของเป็นใคร มีเพียงคนกันเองเท่านั้นที่รู้

ทำไมถึงต้องปิดบัง เพราะผมกับมันมาจากตระกูลมีชื่อเสียง และเพื่อรักษาหน้าพ่อหน้าแม่ไม่ให้เป็นลมเป็นแล้งไป พวกผมก็เลยทำแบบเงียบ ๆ แทน ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนใหญ่ที่ขายดีก็คือการพูดปากต่อปากอยู่แล้ว

“กูก็นึกว่าจะต้องมานั่งรอมึงซะอีก” ไอ้โลคาพูดขึ้นจากทางด้านหลัง ผมได้แต่กระตุกยิ้มมองแก้วตรงหน้าแทนโดยไม่ได้หันกลับไปมองมัน เผอิญว่าผมมาก่อนเวลานัดนิดหน่อย

“กูก็แค่อยากจะรีบกลับไปนอนไว ๆ แค่นั้นแหละ” พอมันนั่งลงข้างผมเสร็จผมก็เลยพูดออกไปแบบที่ใจคิด ส่วนมันก็ยกมือขึ้นทำท่าทางให้บาร์เทนเดอร์โดยความหมายก็คือมันสั่งแบบผม

“มีเจ้าใหม่ติดต่อเข้ามา มึงคิดว่าไง” ไอ้โลคาพูดขึ้นพลางจิบน้ำมึนเมาในแก้วไปด้วย เรื่องแค่นี้ทำไมมันต้องเรียกผมออกมาด้วย ตัวมันเองก็น่าจะตัดสินใจได้นี่

“มึงจะกวนตีนกู?” ไอ้โลคายกยิ้มแทนเมื่อเห็นว่าผมหงุดหงิด

“เจ้าใหม่ที่กูพูดถึงคือลูกชายของตระกูลภิรมย์อานุนัย” พอมันพูดจบผมก็หยุดหมุนน้ำมึนเมาในแก้วเล่น แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองมันที่ยกแก้วน้ำมึนเมากระดกขึ้นดื่มอยู่ ไอ้นพีมันกลับมาไทยแล้วอย่างนั้นเหรอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป