บทที่ 9 EP. 03|บุรุษอันธพาล (1/3)

เช้าวันต่อมา

มหาวิทยาลัยอาร์เธอร์

วาริส Talk

“อ่าว! พี่นพี สวัสดีค่ะ กลับมาไทยตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย วาริสไม่เห็นจะบอกไลลาเลย” เสียงของไลลาเอ่ยขึ้นเมื่อเธอเดินเข้ามาหาฉันแล้วเจอเข้ากับพี่นพีพอดี วันนี้พี่นพีอาสามาส่งฉันที่มหา’ลัย ฉันที่ปฏิเสธไม่ได้ก็เลยต้องจำยอมไป

ไลลาเองก็รู้จักพี่นพี เอาเป็นว่าสาขาฉันรู้จักพี่เขากันทั้งนั้น เพราะสมัยที่พี่นพีเรียนอยู่ที่นี่พี่เขาเป็นรุ่นพี่ที่ดูแลรุ่นน้องดีมาก หลายคนเลยชอบพี่นพีกัน

“พี่มาไทยตั้งแต่เมื่อวานแล้ว น้องวาเองก็เพิ่งจะเจอพี่เมื่อวานเอง ว่าไงเราสวยขึ้นนะ” พี่นพีพูดชมไลลาขึ้นมาพร้อมกับใช้สายตาสำรวจไลลาอย่างสุภาพ ไลลาน่ะสวยขึ้นทุกวัน เธอดูแลตัวเองดีมาก ขนาดฉันที่เห็นเธอทุกวันก็ยังคิดเหมือนพี่นพีเลยว่าไลลาสวยขึ้น

“ดูพูดเข้า พี่นพีชมไลลาแบบนี้ไม่กลัวโดนคนข้าง ๆ หึงเหรอคะ” ฉันได้แต่ส่ายหัวให้กับไลลา เพราะเธอกำลังพูดถึงฉันอยู่

“พี่ก็อยากให้น้องวาหึงพี่อยู่พอดีเลย” พี่นพีพูดในขณะที่หันหน้ามามองฉันยิ้ม ๆ แล้วนำมือขึ้นมาวางทาบไว้บนหัวของฉันไปด้วย

“เกรงใจคนโสดอย่างไลลาบ้างสิ” ไลลาพูดขึ้นด้วยเสียงงอนแล้วยืนกอดอกมองพวกเราสองคน ฉันทำได้เพียงแค่ยิ้มให้พี่นพีแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับพี่เขาไป

“งั้นน้องวาเข้าเรียนก่อนนะคะ ได้เวลาพอดีเลย” ฉันรีบพูดขึ้น เมื่อยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกาที่บอกเวลาอีกเพียงห้านาทีก็ต้องเข้าเรียนแล้ว

“ตั้งใจเรียนล่ะทั้งสองคน เดี๋ยวตอนเย็นพี่มารับนะครับน้องวา” ฉันพยักหน้ายิ้มเข้าใจตอบพี่เขาไป แล้วจัดการจูงแขนไลลาให้เดินตามมา โดยยังมีสายตาของพี่นพีที่ยังคงมองเราสองคนอยู่

“หวานกันเหมือนเดิมเลยนะแกกับพี่นพีเนี่ย” ไลลาพูดขึ้นในขณะที่โดนฉันจูงแขนเดินไปตามทางเพื่อไปยังห้องเรียน

“หยุดแกล้งฉันได้แล้วไลลา” ไลลารู้ดีว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่นพีมากไปกว่าคำว่าพี่น้อง เพราะฉันมักจะไปขอคำแนะนำจากเธอเสมอว่าควรทำตัวยังไงให้รู้สึกกับพี่นพีดี

ก็นั่นแหละ หลังจากนั้นไลลาก็เอาแต่แกล้งฉันเรื่องนี้มาตลอดเลย ให้ตายสิ

“เมื่อไหร่จะแต่งงานกันน้า” ไลลาพูดขึ้นด้วยเสียงร่าเริงที่ได้แกล้งฉัน

“ไลลา” ฉันหยุดเดิน แล้วหมุนตัวหันกลับไปมองไลลาด้วยใบหน้าที่จริงจังและไม่เล่น

“โอเค ๆ ดูทำหน้าเข้า ยังกับเด็กโดนแย่งของกิน” ไลลาเดินเข้ามาหยิกแก้มฉันอย่างหมั่นเขี้ยว จากนั้นเธอก็เดินเข้าห้องไป ตามด้วยฉันที่เดินตามเธอไปติด ๆ พร้อมกับนำมือขึ้นไปลูบแก้มของตัวเองที่โดนไลลาหยิกไปเมื่อกี้

“อ่าวแบล็ค นี่ไปฟัดกับหมาที่ไหนมาอีกละวะ” ยังไม่ทันเดินไปถึงโต๊ะนั่งของตัวเองไลลาก็เอ่ยทักแบล็คเพื่อนร่วมห้องขึ้น ไลลาเธอสนิทกับผู้ชายในห้องเยอะมาก และเธอก็มักจะพูดคุยเป็นกันเองได้อย่างง่ายดาย ซึ่งต่างจากฉันมากเลย ขนาดผู้หญิงด้วยกันเองฉันยังเกร็ง ๆ เลย

“ก็แค่... ออกกำลังกายนิดหน่อย” แบล็ควางมือถือที่เล่นอยู่ในตอนแรกไว้บนโต๊ะก่อนจะยันตัวพิงเข้ากับเก้าอี้ที่นั่งอยู่ พลางยกแขนทั้งสองข้างขึ้นแล้วเอาไปรองไว้ที่ท้ายทอยด้วยท่าทางบิดขี้เกียจ เขาตอบไลลาด้วยประโยคแรกแล้วหยุดลงสักแป๊บ จากนั้นก็มองมาที่ฉัน ไม่นานก็พูดประโยคหลังออกมา

ฉันที่รู้ดีว่าเขาไปได้แผลพวกนี้มาจากไหนก็หลบสายตาไป เพราะกลัวว่าเขาจะเกิดคุ้นหน้าคุ้นตาขึ้นมา ไม่งั้นมีซวย

“ออกกำลังกาย? ตลก! ถ้าไปโดนหมาฟัดมายังดูน่าเชื่อกว่าเยอะ” ไลลาเดินไปนั่งลงบนโต๊ะของแบล็ค แล้วจัดการกอดอกยื่นหน้าเข้าไปมองดูรอยแผลที่อยู่บนใบหน้าของแบล็ค ส่วนฉันก็เลือกที่จะยืนเงียบ ๆ ฟังสองคนพูดคุยกัน

“ถ้าไม่เชื่อก็ลองถามจากเพื่อนมึงดูสิไลลา” แบล็คพูดจบใจฉันก็กระตุกสั่นระรัวไปด้วยความตกใจ ไลลาเองก็หันมามองฉันด้วยหน้าตาที่ไม่เข้าใจ

“หมายความว่าไงวะ วาริสไปเกี่ยวอะไรด้วย” ไลลาพูดขึ้นมาด้วยท่าทางที่ต้องการคำตอบ ส่วนแบล็คฉันแอบเห็นแว็บหนึ่งว่าเขากระตุกยิ้มมุมปาก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป