บทที่ 3 Chapter 3 ปัจจุบัน

แพรหวานนั่งอยู่ข้างเตียงห่มผ้าให้ลูกน้อยหลังจากที่เธอป้อนยาเสร็จ ลูกสาวของเธอคลอดออกมาก็มีปัญหาสุขภาพเป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด หมอบอกว่าต้องให้ยาประคองอาการและถ้าจะหายดีใช้ชีวิตแบบคนปกติจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เธอไม่ได้มีเงินมากพอที่จะผ่าตัดลูก ชีวิตของเธอตั้งแต่เสียคุณแม่ก็ต้องอุ้มท้องทำงานหาเลี้ยงตัวเองพอคลอดออกมาคุณป้าก็ช่วยดูแลหลานให้และเธอก็กลับไปเรียนต่อกว่าจะจบก็เล่นเอาหืดขึ้นเหมือนกัน ตอนนี้เธอกำลังหางานทำเป็นหลักแหล่งและต้องทำงานเก็บเงินให้เยอะที่สุดเพื่อผ่าตัดรักษาชีวิตลูกสาวคนเดียวเอาไว้

"ฟีน่าอดทนนะลูกแม่จะหาเงินมารักษาลูกเอง"

แพรหวานลูบผมเด็กสาวอย่างสงสารเพราะลธกคลอดออกมาก็ต้องกินยาพบหมอบ่อยๆไม่ได้ใช้ชีวิตเล่นเหมือนเด็กคนอื่น

"แม่ขอโทษนะลูก ฮึก! แม่ขอโทษ"

เธอกลั้นเสียงสะอื้นก่อนจะปาดน้ำตาเมื่อเสียงโทรศัพท์ของตัวเองดังขึ้น 'หมูหวาน' เป็นเพื่อนสนิทของเธอเองที่โทรเข้ามาหญิงสาวจึงรีบกดรับสายทันที

"ว่าไงหมูหวาน"

(แกโรงแรมพี่ฟีฟ่าประกาศรับสมัครพนักงานอ่ะ เลขาท่านรองประธานบริษัทด้วยแกรีบไปสมัครเลยนะเงินเดือนเริ่มต้น45,000บาท)

"อะไรนะ!เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ"

เธอตกใจเป็นอย่างมากไม่คิดว่าเงินเดือนเลขาของเขาจะเยอะขนาดนั้น มันเป็นตัวเงินที่เธออยากได้มากและเพียงแค่ไม่ถึงปีเธอจะมีเงินไปผ่าตัดลูกสาว

(เออสิ เยอะมากและที่สำคัญฉันมีวิธีที่ดีกว่านั้นนะ)

"วิธีอะไร"

(ฉันรู้มาว่าพี่ฟีฟ่าเปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่นเลยตั้งแต่ที่เลิกกับแกอ่ะ ดูท่าทางไม่จริงจังกับใครเขาอาจจะรอแกก็ได้นะเว้ย แกมีลูกกับเขาอ่ะให้คนเป็นพ่อรับผิดชอบบ้างสิ ไปหาเลยแล้วเอาเงินเขามาผ่าตัดลูกแก)

แพรหวานเริ่มคิดตามเพื่อนสนิทใจเริ่มเอนเอียงไปทางนั้นสูงเพราะถ้าเขารู้ว่าตัวเองมีลูกขึ้นมาเขาอาจจะช่วยเธอได้เรื่องเงิน ผ่าตัดหัวใจมันเป็นจำนวนเงินที่เยอะมากแต่สำหรับเขามันคือเศษเงินเท่านั้น

"เขาคงเกลียดฉันไปแล้วแหละ"

(ฉันว่าพี่เค้าลืมแกไม่ได้นะไม่งั้นคงมีเป็นตัวเป็นตนไปแล้ว ไม่งั้นแกก็ไปนอนกับเขาแลกเงินมาสิรายนั้นสปอร์ตใจดีจะตายทุ่มไม่อั้นอยู่แล้ว ถ้าแกรักและอยากกลับไปหาก็ทำให้เขากลับมารักเหมือนเดิมสิ ครอบครัวจะได้อบอุ่นฉันสงสารหลานแต่ถ้าทำยังไงมันก็ต่อกันไม่ติดอย่างน้อยแกก็มีเงินมารักษาลูกนะคิดดีๆ)

แพรหวานนิ่งเงียบไปไม่พูดอะไรต่อและทุกอย่างที่หมูหวานพูดมันคือความจริงที่เธอต้องรับให้ได้ เขาคือพ่อของลูกและเขาเองควรจะรับผิดชอบอะไรบ้างแต่อีกใจเธอก็กลัวว่าถ้าเขามีตัวจริงอยู่แล้วเธอจะเข้าไปแทรกลำบาก

"ได้..ฉันจะลองไปสมัครงานดู พรุ่งนี้ไปเลย"

(โอเคส่วนหลานถ้าจะพามากรุงเทพฯด้วยงั้นก็มาอยู่กับฉัน เดี๋ยวช่วยดูเอง)

"ขอบคุณนะหมูหวานแกเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเลย"

(อืม... ฉันห่วงแกมากนะรู้มั้ยห่วงหลานด้วยเจอกันพรุ่งนี้นะ)

"จ้ะ"

หญิงสาวกดวางสายก่อนจะหันไปมองหน้าลูกสาวที่ตอนนี้นอนกอดตุ๊กตาหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข เธอนึกภาพไม่ออกถ้าวันหนึ่งลูกสาวของเธอเป็นอะไรไปเธอคงใจแทบขาดไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้อีก

"แม่จะทำเพื่อลูกนะฟีน่า"

ฟีฟ่าขับรถสปอร์ตคันหรูกลับจากบริษัทตรงเข้าไปที่คฤหาสน์วันนี้ไม่มีอารมณ์ไปเที่ยวที่ไหนเพราะงานที่บริษัทหนักมากจึงต้องการเวลาพักผ่อนพอสมควร ตลอดระยะเวลาสามปีมานี้เขาพยายามตามหาแพรหวานแต่ก็ไม่มีวี่แววจะเจอเลย เขาแค่ต้องการเหตุผลในการที่เธอทิ้งไปโดยไม่บอกลาสักคำ และเขาต้องรู้ให้ได้ว่าเธอหายไปไหน

และเมื่อมาถึงจุดหมายเขาก็เดินเข้าไปในบ้านด้วยใบหน้าเหนื่อยล้า เลขาคนเก่าเขาเพิ่งไล่ออกไปเพราะทำงานไม่ได้เรื่องเลยสักนิด เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาเขาเพิ่งขอให้พ่อประกาศรับสมัครเลขาใหม่แต่ให้ท่านคัดเลือกให้เองเพราะเขาเลือกจากความสวยเท่านั้นจึงได้คนที่ไม่ได้เรื่องมาทำงานไง

'พ่อครับผมจะหาเลขาใหม่ คนเก่าทำงานไม่ได้เรื่องเลย'

'เดี๋ยวพ่อหาให้'

'ขอเซ็กซี่XXนะครับพ่อ สวยระดับนางแบบไปเลย'

'นี่แกหาเลขาหรือว่าหาเมีย...'

และเขายังยืนยันคำเดิมว่าเลขาคนใหม่ต้องสวยตามที่เขาต้องการ คนสวยและฉลาดมีถมดูไปมันจะไม่มีเลยก็ให้มันรู้ไปสิ

"ฟีฟ่ากลับมาแล้วเหรอลูกเป็นไงบ้างเหนื่อยเหรอทำงานหนักเลยสิ"

"แม่ครับขอกอดหน่อยดิ"

ฟีฟ่าเดินไปสวมกอดคุณแม่อย่างหาความอบอุ่น กอดแม่ทีไรชอบนึกถึงผู้หญิงใจร้ายที่ทิ้งเขาไปเมื่อสามปีก่อน เขากอดเธอทีไรมันให้ความสบายความอบอุ่นและทุกอย่างจนถึงตอนนี้เขายังคิดถึงสัมผัสนั้นและยังโหยหามาตลอด

"อ้อนอะไรเรา"

"เหนื่อยครับงานเยอะมาก พ่อไม่ช่วยผมเลยอ่ะ"

"ก็พ่อจะให้เราบริหารงานเองลูกต้องทำทั้งหมดสิ เห็นว่าพรุ่งนี้จะสัมภาษณ์คนที่มาสมัครเป็นเลขาลูกนี่ สมัครวันนั้นสัมภาษณ์วันนั้นเลยลูกไม่ไปดูด้วยเหรอ"

คุณแม่เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เลขาตัวเองแท้ๆแต่ไม่ยอมไปเลือกเองให้คนเป็นพ่อเลือกให้แล้วจะถูกใจได้ยังไง

"ไม่อ่ะให้พ่อเลือกดีกว่า พ่อน่าจะคัดจากความสามารถ"

"ตามใจแล้วกันงั้นไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะแล้วมากินข้าวเย็นด้วยกัน"

"ครับแม่"

เขาเดินขึ้นไปชั้นบนกลับไปยังห้องนอนอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยและลงมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว เอาจริงก็รู้สึกเหงานะผู้หญิงกี่คนกี่คนก็ไม่มีใครทำให้เขามีความสุขเหมือนแพรหวานเลย...

'ทำไมต้องไปนึกถึงผู้หญิงใจร้ายคนนั้นด้วย เหอะ!'

วันต่อมา...

แพรหวานเดินทางเข้ามาที่กรุงเทพและฝากลูกสาวไว้ให้คุณป้าของเธอดูแลไปก่อน หญิงสาวมาพร้อมกับเอกสารมากมายและประสบการณ์การทำงานของเธอในการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยน่าจะพอให้ทางบริษัทพิจารณารับเธอเข้าทำงานได้ไม่ยาก

"คุณพีณัฐชญามาหรือยังคะ"

"มาแล้วค่ะ"

เธอกรอกใบสมัครเรียบร้อยและยื่นให้พนักงานฝ่ายบุคคลพร้อมกับแฟ้มเอกสารที่เตรียมมา คนที่มาสมัครวันนี้หลายสิบคนและเธอมาเป็นคนสุดท้ายพอดี

"เชิญเลยค่ะท่านประธานรออยู่"

"ค่ะ"

เธอรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้สัมภาษณ์งานกับท่านประธาน หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเดินตามฝ่ายบุคคลเข้าไปในห้องของท่านประธาน

ฟาโรห์เห็นหญิงสาวครั้งแรกก็รู้สึกถูกชะตาอย่างประหลาด และยิ่งได้คุยด้วยเขายิ่งชอบประวัติการทำงานก็ดีมากทำงานตั้งแต่เรียนมัธยมแสดงว่าเป็นเด็กที่ขยันมากและตั้งใจทำงานสุดๆ

"หนูแพรหวานพูดได้กี่ภาษา"

"สามภาษาค่ะ ไทย อังกฤษ จีนค่ะ"

"เก่งนะพูดจีนได้ด้วย"

"ตอนเรียนมหาวิทยาลัยมีเพื่อนเป็นคนจีนค่ะเพราะว่าหนูเรียนเสริมภาษาจีนก็เลยพูดได้ค่ะ"

ฟาโรห์พยักหน้าอย่างเข้าใจชวนคุยเรื่อยเปื่อยก็รู้สึกได้เลยว่าเด็ดคนนี้มีไหวพริบในการคุยและตอบคำถาม จะเลี่ยงการพูดที่ทำให้คนฟังดูแย่กลายเป็นฟังแล้วรู้สึกสบายใจขึ้นได้ เขาคิดว่าคนแบบนี้น่าจะเหมาะกับการเป็นเลขาที่ดีได้ เพราะไม่พูดว่าร้ายใครและไม่พูดให้คนเข้าใจผิดกัน

"ออกจากที่ทำงานเก่าทำไมเหรอ"

"ที่ออกเพราะว่าหนูเรียนจบแล้วค่ะอยากทำงานประจำมีเงินเดือนมั่นคง ที่ทำงานตอนนี้หนูทำมาตั้งแต่ยังเรียนไม่จบค่ะเป็นที่ที่ให้เงินให้โอกาสในการทำงาน ให้ประสบการณ์ต่างๆ เจ้าของร้านใจดีมากเลยนะคะคอยให้ความรู้คำแนะนำต่างๆใจดีมากเลยค่ะ"

"งั้นเหรอ...แล้วหนูอยากทำงานที่นี่มากเลยเหรอ"

"มากๆเลยค่ะ โรงแรมดังขนาดนี้ใครบ้างไม่อยากร่วมงานด้วยและหนูมั่นใจว่าหนูทำงานได้เต็มที่แน่นอนค่ะ

ฟาโรห์ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะส่งแฟ้มเอกสารคืนหญิงสาว เขาเลือกแล้วว่าคนนี้เนี่ยแหละที่เหมาะสมกับการเป็นเลขาของลูกชายคนเดียว คนอย่างฟีฟ่าเหมาะกับผู้หญิงใจเย็น บุคลิกสดใส พูดจามีเหตุผล และเธอคนนี้น่าจะอยู่กับลูกชายของเขานานที่สุด...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป