บทที่ 5 Chapter 5 บังเอิญ

หญิงสาวตั้งใจทำงานจนเสร็จทันเวลาที่เจ้านายสั่ง แพรหวานรีบเอาเอกสารใส่แฟ้มก่อนจะเคาะประตูเดินเข้าไปหาท่านรองในห้องทำงานวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ

"เรียบร้อยแล้วนะคะท่านรอง"

"อย่าเพิ่งไปขอตรวจงานก่อน"

เขาหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดดูก่อนจะเงียบไปไม่มีข้อโต้แย้งหญิงสาวเพราะเธอทำงานเรียบร้อยมากและภาษาในการเรียบเรียงเป็นทางการดีมาก

"พอได้มั้ยคะ"

"ก็ไม่ได้แย่... เที่ยงแล้วสั่งข้าวให้กินหน่อยสิเอาที่ฉันชอบกินนะนี่เงิน"

เขาส่งแบงค์พันให้เธอหนึ่งใบ หญิงสาวรับมาถือไว้ในมือยืนนิ่งอยู่สักพักก่อนจะโค้งตัวเล็กน้อยและเดินออกไปทันที

"หึ... เดี๋ยวจะเอาให้หนักเลย"

ชายหนุ่มยิ้มร้ายออกมาอย่างสนุกกำลังคิดว่าจะหาเรื่องอะไรหญิงสาวให้รำคาญใจเล่นดี เขาชอบกินอะไรเธอไม่รู้หรอกเพราะนี่มันผ่านมาหลายปีแล้วคงจะลืมไปหมดทุกสิ่งที่เคยทำร่วมกันมา

แพรหวานกดสั่งอาหารมาสามอย่าง มีน้ำผลไม้รวม ก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้าโปรดของเขาที่เคยกินประจำพร้อมกับกากหมูถุงใหญ่ ไม่ลืมที่จะสั่งผัดไทด้วยเพราะลำพังแค่ก๋วยเตี๋ยวเขาไม่อิ่มหรอก ใช้เวลาไม่นานไรเดอร์ก็เอากับข้าวมาส่ง หญิงสาวแกะใส่ชามด้วยความเร่งรีบก่อนจะใส่ถาดเสิร์ฟไปส่งให้เขาถึงโต๊ะทำงาน

"ข้าวกลางวันมาแล้วค่ะ"

ฟีฟ่ามองอาหารบนโต๊ะทำงานก่อนจะอึ้งไปเพราะไม่คิดว่าเธอจะซื้อของโปรดของเขามาทุกอย่าง รายละเอียดเล็กน้อยอย่างเช่นกากหมู ผัดไท ทุกอย่างคือของที่เขาชอบกินมากและเป็นร้านประจำที่เราไปกินด้วยกันบ่อยๆ

"ถ้าไม่อิ่มมีน้ำผลไม้รวมด้วยนะคะ"

"เธอไม่กินเหรอ"

"แพรห่อข้าวมาด้วยค่ะนี่เงินทอนนะคะถ้าท่านรองมีอะไรให้ทำก็โทรศัพท์แจ้งได้เลยนะคะ เดี่ยวระหว่างนี้แพรขอไปศึกษางานเลขาแป๊บหนึ่งค่ะจะได้เข้าใจระบบมากขึ้น"

เธอยิ้มออกมาก่อนจะเดินออกไปจากห้องทำงานของชายหนุ่ม ฟีฟ่ามองอาหารตรงหน้าด้วยแววตาสับสนทำไมเธอต้องทำเหมือนจดจำเรื่องราวของเขาได้ทุกอย่างทั้งที่มีคนอื่นไปแล้ว หรือว่านี่เป็นแค่แผนที่หลอกล่อให้เขาตายใจและกลับไปหาอีกครั้ง

"ฝันไปเถอะฉันไม่โง่ซ้ำซ้อนแน่นอน!"

แพรหวานถือแฟ้มเอกสารเดินเข้าไปในห้องของท่านประธานยกมือไหว้ทักทายผู้ช่วยของเขาก่อนจะยิ้มออกมา

"คุณอาพีระคะแพรอยากถามเรื่องงานหน่อยค่ะสะดวกมั้ยคะ"

"ได้สิเดี๋ยวอาไปหาที่โต๊ะทำงาน"

"ขอบคุณมากนะคะงั้นแพรไปรอที่โต๊ะนะคะ"

หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณเขาอย่างนอบน้อมก่อนจะรีบเดินออกไปทันที วันนี้ท่านประธานไม่อยู่เห็นว่ามีประชุมสาขาย่อยก็เลยไม่ได้เจอ เธอมานั่งรอหน้าห้องทำงานของท่านรองและไม่นานเขาก็เดินมาหาและสอนงานอย่างละเอียดและเร่งรัดที่สุด หญิงสาวรับฟังอย่างตั้งใจเข้าใจระบบงานและหน้าที่เลขานุการอย่างละเอียดก่อนจะยิ้มออกมาอย่างโล่งอก

"แบบนี้นี่เองขอบคุณมากนะคะคุณอาพีระ"

"มีอะไรทักมาถามได้เลยเดี๋ยวแอดไลน์กันไว้"

"ได้ค่ะ"

เธอหยิบโทรศัพท์กดแอดไลน์กับผู้ช่วยของท่านประธานจากนั้นก็กดเมมชื่อเอาไว้จะได้สะดวกในการติดต่อหา

"ผู้ช่วยท่านประธานมีสองคนนะ มีอาแล้วก็อีกคนชื่ออาราม ถ้าหนูแพรอยากถามอะไรถามได้เลย"

"ค่ะคุุณอาพีระขอบคุณมากนะคะสำหรับข้อมูล"

"อาไปก่อนนะ"

แพรหวานยิ้มกว้างออกมาก่อนจะเดินเข้าไปหาท่านรองประธานเพราะนี่ก็เวลาผ่านไปนานสมควรแล้วคิดว่าเขาคงจะกินข้าวเสร็จก็เลยว่าจะเข้ามาเก็บจาน

"กินอิ่มแล้วหรือยังคะแพรจะได้เก็บจาน"

"เก็บไปเลย"

"ค่ะท่านรอง"

หญิงสาวเก็บจานบนโต๊ะทำงานของเขาจนหมด ใช้ผ้าเช็ดโต๊ะให้สะอาดเอี่ยมก่อนจะโค้งตัวเล็กน้อยแล้วถือถาดเดินออกไปทันที เขาทำหน้าเซ็งๆหยิบน้ำผลไม้ขึ้นดื่มก่อนจะหาเรื่องแกล้งหญิงสาวอย่างอื่นแทนเพราะเรื่องอาหารเขาบ่นเธอไม่ได้จริงๆ

"ประมาทไม่ได้ยัยคนนี้เป็นงานอยู่นะ"

ฟีฟ่าเท้าคางมองไปเบื้องหน้าด้วยสีหน้าคิดหนัก เขาจะหาเรื่องแกล้งเธอไปเรื่อยๆจนทนไม่ไหวต้องลาออกและหนีออกไปเอง แบบนั้นแหละที่เขาต้องการให้เป็น...

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...

และวันนี้เป็นวันหยุดของการทำงาน ตลอดทั้งอาทิตย์แพรหวานต้องอดทนให้ชายหนุ่มโขกสับทำทุกอย่างเหมือนเป็นเลขาและแม่บ้านในเวลาเดียวกัน เธอต้องยอมทำทุกอย่างและไม่ว่าเขาจะสั่งอะไรเธอก็ต้องทำไม่มีข้อแม้เพราะรับเงินเดือนจากเขา

"แม่จ๋าหยูอย๊ากกิงไอติมค่า"

เด็กน้อยเอ่ยออกมาเสียงหวาน มือเล็กโอบรอบคอคนเป็นแม่ออดอ้อนขอไปเที่ยวและกินไอศกรีมที่ชอบ แพรหวานอุ้มลูกน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนนิ่งเงียบไปสักพักก่อนจะยอมใจอ่อนพาไปกินตามที่ร้องขอ

"ก็ได้ค่ะไปกินก็ได้แต่ว่ากินบ่อยไม่ดีนะคะหนูต้องดูแลตัวเองรู้ใช่มั้ย"

"ยู้ค่าหยูกิงนิดเดวเอง"

"สัญญานะ"

"สังยาค่า"

เด็กน้อยเสียงเจือแจ้วพูดจาไม่ชัดแต่คนเป็นแม่พอฟังออกว่ากำลังสื่อถึงอะไร เด็กสองขวบครึ่งพูดและเข้าใจคนเป็นแม่ได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งมากที่สุดแล้ว แพรหวานอุ้มลูกน้อยไปเปลี่ยนชุดเจ้าหญิงใส่รองเท้าให้เรียบร้อยก่อนจะอุ้มพาไปขึ้นรถและขับออกไปที่ห้างสรรพสินค้าไม่ไกลจากคอนโดมากนัก

และเมื่อมาถึงเธอก็กุมมือลูกสาวค่อยเดินตามทางเข้าไปข้างใน ลูกสาวของเธอเป็นโรคหัวใจและยังไม่ได้รับการผ่าตัดการใช้ชีวิตจะลำบากกว่าคนทั่วไปค่อนข้างเยอะมาก

"หนูอย่าวิ่งนะคะฟีน่าเดี๋ยวจะเหนื่อยและหัวใจจะเต้นแรงเข้าใจมั้ยคะ"

"เข้าใจค่า"

เด็กน้อยยิ้มออกมาก่อนจะมองไปโดยรอบด้วยความตื่นเต้น พอเห็นตุ๊กตาบาร์บี้ที่ชอบก็ปล่อยมือคุณแม่ก่อนจะรีบวิ่งไปดูทั้งที่เมื่อกี้เพิ่งจะสัญญากันว่าจะไม่วิ่ง

"ฟีน่าอย่าวิ่ง!"

เธอรีบวิ่งตามไปจับลูกสาวเพราะไม่อยากให้เธอเหนื่อยจนเกินไป เด็กน้อยแสนซนวิ่งเข้าไปจนเผลอไปชนเข้ากับใครคนหนึ่ง เด็กน้อยตาโตรีบยกมือไหว้ขอโทษเพราะคุณแม่เคยสอนไว้ว่าถ้าชนคนอื่นต้องขอโทษ

"ขอโทดค่าฟีน่ามะด้ายตั้งจายค่า"

"เจ็บตรงไหนรึเปล่าหนู ไหนขอปู่ดูหน่อยสิคะ"

ผู้ใหญ่อุ้มเด็กน้อยขึ้นมาในอ้อมแขนเรียกแทนตัวเองว่าปู่เพราะอายุอานามไม่ใช่น้อยๆจะเรียกพ่อเรียกลุงเกรงว่าจะเด็กไปหน่อย

แพรหวานรีบวิ่งเข้าไปใกล้ยกมือขอโทษผู้ใหญ่ที่ลูกสาวเผลอไปชนก่อนจะชะงักแล้วเอ่ยออกมาเสียงสั่น

"ทะ...ท่านประธาน!"

"หนูแพรหวาน... นี่ลูกสาวหนูเหรอ"

"ใช่ค่ะลูกสาวแพรเองชื่อฟีน่าค่ะ"

ฟาโรห์มองเด็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู รู้สึกผูกพันธ์และเอ็นดูอย่างประหลาดไม่เคยเป็นกับเด็กคนไหนมาก่อน เขายื่นให้ภรรยาดูตอนที่เธอเพิ่งเดินเข้ามาพอดี

"สาวน้อยชื่อหนูฟีน่าน่ารักมั้ยคะเบบี๋"

"น่ารักมากเลยค่ะ แต่หน้าคุ้นมากเหมือนใครสักคนตอนเด็ก"

แพรหวานยิ้มแห้งออกมาไม่กล้าพูดอะไร ไม่คุ้นก็ให้มันรู้ไปสิหน้าเหมือนพี่ฟีฟ่าขนาดนั้น หญิงสาวอยากจะไปแย่งลูกสาวกลับมาแต่กลัวจะเป็นการเสียมารยาทจึงอยู่นิ่งๆรอพวกท่านปล่อย

"สวัสดีค่าคุงปู่คุงย่า"

"โอ๊ยน่ารักที่สุดเรียกคุณปู่คุณย่าด้วย หนูอยากได้บาร์บี้เหรอเห็นวิ่งตรงมาทางนี้เลย"

"หยูช๊อบบาร์บี้จัวนั้งค่า สีจวยๆอังนั้ง"

"เนี่ยเหรอคะ... เบบี๋หยิบมาให้หน่อยเค้าจะซื้อให้หนูฟีน่า"

"ได้สิคะเอาหลายๆตัวเลยเนาะคนสวย"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป