บทที่ 10 .

“ตอบดีๆ” ฉันกดเสียงต่ำ ใบหน้าหล่อหันมามองก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา แต่พอฉันถลึงตาใส่เสียงนั้นก็เงียบลงเหลือไว้แค่รอยยิ้มเล็กๆ ตรงมุมปากหนา

“ก็ทันเห็นพอดีเลยขับรถตามมา” ฉันพยักหน้ารับกับคำตอบที่ดูเหมือนจะจริงจังขึ้นมาบ้าง

“ฉันขอไปอยู่ที่บ้านนายก่อนนะ ถ้าหาที่ซุกหัวนอนใหม่ได้เดี๋ยวก็ไปแล้ว” ฉันพูดขณะที่กำลังขึ้นนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของไอซ์ ร่างสูงชะงักมือที่กำลังบิดแฮนด์รถ ใบหน้าหล่อเอี้ยวหันหลังมามองด้วยสีหน้ายุ่งๆ ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่าเขาหงุดหงิดเรื่องอะไร

“อยู่บ้านฉันนี่แหละจะไปอยู่ที่ไหนอีก”

“เออๆ อยู่ก็อยู่ แล้วอย่ามารำคาญฉันทีหลังละกัน”

“ฉันชอบนะที่เธอมาอยู่ใกล้ๆ”

“อะไรนะ” ประโยคเมื่อครู่ที่ร่างสูงพูดมันเบามากจนฉันต้องถามย้ำอีกครั้ง เพราะได้ยินไม่ชัด

“เปล่า” ไอซ์ปฏิเสธขณะที่รถกำลังขับเคลื่อนออกไป

“กอดเอวฉันแน่นๆ ขี้เกียจไปงานศพ” มันเป็นคำแนะนำที่มีทั้งความเป็นห่วงและสาปแช่งในคราวเดียวกัน

แขนเล็กทั้งสองข้างของฉันยกขึ้น แล้วกอดเอวของเขาเอาไว้แน่น ใบหน้าเนียนก็ซุกอยู่ที่แผ่นหลังกว้าง ฉันได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ บนตัวของเขาด้วย มันไม่ฉุนจนทำให้ปวดหัว แต่มันหอมจนทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

แล้ว...ทำไมฉันต้องมาอะไรกับกลิ่นของเขาด้วยเนี่ย

ปึก!

“นิ่มเนอะ” ฉันขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจเมื่อไอซ์พูดออกมาแบบนั้นหลังจากที่รถตกหลุม นิ่มบ้านิ่มบออะไรของเขา เบาะมอเตอร์ไซค์แข็งจะตายไป ตกหลุมทีมดลูกแทบเคลื่อน

“นายคิดว่าเบาะรถเป็นสำลีหรือไงถึงพูดออกมาได้”

“เปล่า ฉันไม่ได้หมายถึงเบาะ แต่ที่ฉันพูดถึงคือหน้าอกเธอต่างหาก” ฉันก้มมองตัวเองทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้น และภาพที่เห็นตอนนี้ก็คือ หน้าอกของฉันมันกำลังเบียดชิดแผ่นหลังของเขาอย่างแนบแน่นเลยล่ะ

เพียะ!

ฉันรีบผละออกมาทันควัน ฝ่ามือบางง้างขึ้นกลางอากาศและฝาดลงไปที่แผ่นหลังของร่างสูง

“มันเจ็บนะเว้ย! เดี๋ยวพาแหกโค้งแม่งเลย”

“นาย!...” ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำด่าอะไรมาด่าเขาดี รู้สึกด้วยว่าใบหน้าของตัวเองมันเหมือนจะเห่อร้อนขึ้นมาบ้างแล้ว

ฉันเปล่าเขิน ก็แค่....แค่อะไรไม่รู้ช่างมันเถอะ

“ไม่กอดเอวฉันต่อแล้วเหรอ” ยังจะมีหน้ามาถามอีกหรือไง ถ้าใครเป็นฉันก็คงกอดต่อไม่ลงหรอก ตกหลุมทีก็เด้งใส่ บ้าไปแล้ว...

“ยกขาขึ้นมากอดเอวนายแทนได้มั้ยล่ะ” ฉันพูดอย่างประชดประชัน หูก็ได้ยินเสียงหัวเราะที่ดังออกมาจากลำคอแกร่ง

“ก็ได้อยู่นะ บังเอิญชอบท่านี้อยู่พอดีเลย”

“เธอจะยึดห้องนอนฉันเลยก็ได้นะ เดี๋ยวฉันนอนที่โซฟาเอง” ไอซ์พูดบอกเมื่อเราสองคนเข้ามาในบ้านของเขาแล้ว ฉันเองก็เกรงใจที่ต้องมาขออาศัยอยู่ที่บ้านเขาแบบนี้ จะให้ทำยังไงได้ล่ะในเมื่อฉันกลับไปอยู่ที่บ้านตัวเองไม่ได้แล้ว หนทางของฉันมันแทบไม่มีแสงสว่างอยู่เลย มีเพียงเขานี่แหละที่เป็นแสงสว่างเล็กๆ ที่อยู่กับฉันตลอด

พรึบ!

“ขอบคุณนะ ฉันขอบคุณนายมากจริงๆ” ฉันพุ่งตัวเข้าหาไอซ์ และยกแขนขึ้นกอดเขาแน่น ใบหน้าของฉันซุกอยู่ที่อกแกร่ง ไอซ์ผงะเล็กน้อยเนื่องจากไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ชั่วครู่แขนแกร่งก็ยกขึ้นกอดตอบ มือหนาอีกข้างก็กำลังยกขึ้นลูบศีรษะของฉันอย่างแผ่วเบา

ฉันได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงของเขา ซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากหัวใจของฉันในตอนนี้ นอกจากพ่อแล้วฉันไม่เคยกอดผู้ชายคนไหนมาก่อน ไอซ์เป็นผู้ชายคนเดียวที่ได้สิทธิ์นั้นก่อนใคร เหตุผลก็เพราะว่า...

“นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยนะ” ใช่ เพราะเขาคือเพื่อนของฉันไง ฉันก็เลยไม่ได้คิดมากอะไรกับการกอด ไอซ์เป็นเหมือนทั้งเพื่อน และครอบครัวของฉัน

“...” มือหนาที่เคยลูกศีรษะของฉันหยุดชะงัก ไม่มีเสียงตอบรับอะไรดังออกมาจากลำคอแกร่ง ท่าทางนิ่งเงียบของเขาทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นมอง

“เป็นอะไรหรือเปล่า” สีหน้าของเขาดูไม่ดีเท่าไหร่ ฉันเลยอดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

“เปล่า” คำปฏิเสธสั้นๆ พร้อมกับดันตัวฉันให้ออกห่าง นั่นยิ่งทำให้ฉันขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม

“...”

“ไปซื้อข้าวก่อนนะ หิว” ไอซ์พูดโดยที่ไม่ก้มลงมามองสบตากับฉัน ร่างสูงเดินเปิดประตูแล้วออกจากบ้านไป โดยปล่อยให้ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างอย่างไม่เข้าใจ

“เป็นอะไรของเขานะ” ฉันยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองอย่างงงๆ แต่ช่างเถอะ บางทีอาจจะไม่มีอะไร สงสัยหิวเลยเป็นแบบนี้

ฉันนั่งและนอนเล่นอยู่บนเตียงนุ่มสักพักจนกระทั่งเผลอหลับไป มาสะดุ้งตื่นอีกทีก็ตอนที่มีสัมผัสอุ่นๆ แตะลงที่ข้างแก้ม

“กินข้าว” ไอซ์พูดสั้นๆ พร้อมกับผละมือที่สัมผัสแก้มของฉันเมื่อครู่นี้ออกไป จมูกของฉันเหมือนจะได้กลิ่นเหล้าจากตัวของเขาด้วย

“นายไปกินเหล้ามาเหรอ” ฉันยันตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมกับโน้มหน้าไปดมกลิ่นที่ตัวของเขาเพื่อให้แน่ใจ แต่ฝ่ามือหนาของไอซ์ดันยกขึ้นมาดันหน้าของฉันออกก่อนที่จะได้พิสูจน์อะไรให้มั่นใจ

“กินย้อมใจนิดหน่อย เธอไม่ต้องสนใจฉันหรอก ออกไปกินข้าวได้แล้วไป”

“แล้วนายกินข้าวหรือยัง” ที่ถามเพราะเป็นห่วงเพื่อนจริงๆ จะให้ฉันอิ่มทั้งๆ ที่เขายังไม่มีอะไรตกถึงท้องมันก็ไม่ใช่เรื่อง

“กินแล้ว และกำลังจะไปอาบน้ำนอน” ฉันมองหน้าไอซ์อย่างชั่งใจว่าจะเชื่อดีหรือเปล่า แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยถามอะไรร่างสูงก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ตู้เสื้อเพื่อตัดบทสนทนาเหมือนรู้ว่ากำลังโดนฉันจับผิด

“ออกไปสิ จะนั่งดูฉันแก้ผ้าหรือไง” ไม่พูดเปล่า แต่ไอซ์กลับถอดเสื้อของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว เขาโยนเสื้อตัวนั้นข้ามหัวฉันเพื่อใส่ตะกร้าผ้าที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งเขาก็โยนมันได้อย่างแม่นยำ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันเบิกตากว้างไม่ใช่เพราะตกใจในความแม่นของเขาหรอก แต่ตกใจเมื่อเห็นว่ามือหนาเลื่อนไปจับที่ขอบกางเกงของตัวเองและทำท่าจะถอดมันออก

“ดะ...เดี๋ยว” ฉันยกมือขึ้นปิดตาพร้อมกับพูดห้ามออกมาอย่างตะกุกกะกัก

“...”

“ฉันยังไม่อยากเห็นหนอนตอนนี้ อย่าเพิ่ง เดี๋ยวฉันจะออกไปแล้ว”

“หนอนที่ไหน นี่มันเจ้าพ่ออนาคอนด้าต่างหาก” ฉันรู้ว่าคำเปรียบเปรยของฉันมันห่างไกลจากความเป็นจริง แต่บางทีเขาก็ไม่ควรพูดแก้ให้มันเวอร์วังอลังการขนาดนี้ เพราะอะไรน่ะเหรอ?

ก็ในขณะที่เขาพูด ในหัวของฉันมันก็กำลังคิดภาพตาม...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป