บทที่ 6 .

“ออกไป” แต่โซดาก็เอ่ยไล่ออกมาเสียงนิ่ง แววตาของเธอทำให้ผมรู้สึกจุกๆ ยังไงก็ไม่รู้

ถึงไล่แต่ก็จะอยู่ เผอิญหน้าด้านน่ะโทษที

“ออกไม่ได้ ประตูมันล็อกแล้ว” ไม่รู้ว่าจะสันหาข้ออ้างอะไรมาดี ก็เลยได้แต่แถแบบนี้ แล้วมันก็เป็นอะไรที่ไม่เนียนเลย

“ไม่มีมือหรือไง นายก็เปิดออกไปสิ”

“อยู่ๆ เหมือนมือมันจะไร้เรี่ยวแรงอะ”

“งั้นเดี๋ยวฉันเปิดให้” โซดาเดินก้าวตรงมาทางผม และทำท่าจะพุ่งไปที่ประตู

พรึบ!

แต่ด้วยความที่ผมขายาวกว่าผมจึงสามารถเข้าหาตัวเธอได้ก่อน

มือหนาข้างหนึ่งกอดรัดที่เอวบางเอาไว้ แล้วเบียดเธอเข้าชิดกับผนัง ส่วนมืออีกข้างของผมก็ค้ำยันผนังเพื่อกักกันเธอ

ถ้าเธอหนีผมก็จะวิ่งตาม และจะไม่ตามแบบธรรมดาด้วย จะเล่นให้ถึงเนื้อถึงตัวที่สุดเลย

“ทะ...ทำอะไร ถอยออกไปเดี๋ยวนี้นะไอซ์ อย่าเล่นแบบนี้มันไม่ตลก”

“แล้วใครบอกว่าเล่นล่ะ” ผมกระซิบพูดเกือบชิดริมฝีปากบาง โซดาเบิกตากว้างมากขึ้น เมื่อใบหน้าของผมอยู่ห่างจากเธอเพียงแค่นิดเดียว ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้มันมีพื้นที่ไม่พอสำหรับให้มดเดินผ่านด้วยซ้ำ

ใกล้แค่ไหนถามใจดู

ลมหายใจร้อนๆ ของผมเป่ารดปลายจมูกโด่งรั้นของเธอ พร้อมกับเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม ใบหน้าสวยเบือนหนีไปด้านข้าง จากที่ปากจะได้แตะปาก ก็กลายเป็นแตะที่แก้มเนียนของเธอแทน

แต่แค่นี้ผมก็พอใจแล้วล่ะ ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

ผมผละปากตัวเองออกมาเล็กน้อย แต่ปลายจมูกก็ยังคงจรดที่แก้มเนียนไม่ละไปไหน

พอหายใจเข้าทีไรกลิ่นกายที่หอมอ่อนๆ ของเธอมันก็ลอยเข้ามาในจมูก จนผมต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสูดดมกลิ่นนั้นเข้าเต็มปอด

ฟินกว่าเสพยา ก็โซดานี่เอง

“เราเป็นเพื่อนกันนะไอซ์ หยุดสักทีเถอะ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าตอนนี้นายกำลังคิดจะทำอะไร รู้แต่ว่าฉันไม่ชอบ” รู้หรอกว่าเป็นเพื่อน และก็รู้ด้วยว่าเธอไม่ชอบ วอนอย่าย้ำ เพราะมันเหมือนเป็นการซ้ำเติม อาจจะเป็นคำพูดธรรมดาๆ แต่มันก็ทำให้ผมเจ็บอยู่ดี

โดนคู่อริกระทืบมันยังไม่เจ็บเท่านี้เลยด้วยซ้ำ

“แต่ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับเธอหนิ” หลังจากที่พูดออกไปแบบนั้น โซดาก็หันขวับกลับมามองตาผมทันที ดวงคู่สวยวูบไหว และสั่นคลอน เหมือนจะมีน้ำตาคลอหน่อยๆ ด้วย

เมื่อกี้ผมพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าวะ?

“ถ้านายไม่อยากเป็นเพื่อนกับฉันแล้วจะมายุ่งกับฉันทำไมวะ!...ฮึก” ใช่อย่างที่ผมคิดเอาไว้จริงๆ ด้วย ผู้หญิงเนี่ยนะ ทำไมเข้าใจอะไรกันยากขนาดนี้วะ ที่จูบที่หอมเพราะผมเกลียดเธอมั้งเนี่ย ผมคิดว่าการกระทำของตัวเองน่าจะตอบได้อย่างชัดเจนว่าผมคิดยังไงกับเธอ แต่ไหงเธอกลับคิดไปอีกแบบ ดูท่าแล้วผมไม่ควรจะพูดอ้อมๆ กับเธอ

เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน งั้นผมก็ขอพูดตรงๆ เลยละกัน

“เอาจริงๆ นะ อยากเป็นผัวว่ะไม่ได้อยากเป็นเพื่อน”

“...”

“คบกันมั้ย” โซดานิ่งไปหลังจากที่ได้ยินประโยคนั้น และผมก็ไม่รอช้าที่จะพูดตรงๆ กับเธออีกรอบ หวังว่าเธอคงไม่เข้าใจอะไรยากอีก

“...”

“การเงียบคือคำตอบที่ดีที่สุด งั้นแสดงว่าเราคบกันแล้วนะ” แล้วผมก็หน้าด้านพอที่จะพูดเองเออเอง

“ไม่” แต่เธอก็ปฏิเสธออกมาอย่างหนักแน่นเช่นกัน ไม่เอากลับไปคิดหน่อยเหรอ คำตอบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ งั้นผมจะทำเป็นไม่ได้ยิน

“ไม่ปฏิเสธ?” ผมเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับเอ่ยถาม เผื่อเธอจะเล่นมุก

“ฉันไม่คบ ออกไปได้แล้วเดี๋ยวใครมาเห็น”

วินาทีนี้ไม่มีมุขหรือเปลือกหอยอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างชัดเจน ภาพในหัวของผมมีแต่แห้วลอยเข้ามา

พรึบ!

เพียงแค่มือบางดันที่อกแกร่งเบาๆ ตัวของผมก็ผละออกมาจากเธออย่างง่ายดาย

“เสียใจว่ะ” ผมเอ่ยออกมาพร้อมแววตาที่ตัดพ้อ มือหนาเอื้อมไปจับที่ข้อมือบาง แล้วทาบที่อกข้างซ้ายของตัวเอง

“แล้วก็โคตรเจ็บตรงนี้เลยด้วย”

“เป็นบ้าอะไรของนาย เจ็บตรงไหนก็ไปหาหมอสิ นี่เรียนบัญชี ชีวิตมีแต่เครื่องคิดเลข เอามาตรวจร่างกายให้นายไม่ได้หรอก” ทำไมเข้าใจอะไรยากขนาดนี้ เธอไม่รู้เลยหรือไงว่าคำพูดของผมมันคือการสื่อความรู้สึกข้างในออกมา หรือที่เธอกำลังทำอยู่ในตอนนี้มันคือการบ่ายเบี่ยงและเลี่ยงที่จะรับรู้

“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก แค่ตรงนี้ของเธอมันก็สามารถรักษาอาการเจ็บปวดของฉันได้แล้ว” นิ้วชี้ของผมแตะที่ริมฝีปากบางพร้อมกับเกลี่ยไปมา

“เดี๋ยวตบ!” โซดาง้างมือขึ้นกลางอากาศ เมื่อเห็นว่าผมกำลังเล่นสนุกกับปากของเธอ

“เอาสิ แต่สมัยนี้ไม่มีหรอกนะตบจูบ มีแต่ตบซั่ม” ร่างบางถึงกับชะงักมือค้างเอาไว้เมื่อได้ยินประโยคนั้น

พรวด!

ทั้งผมและโซดาหันขวับไปมองทางประตูห้องน้ำอย่างพร้อมเพรียง เมื่อได้ยินเสียงประตูถูกเปิดพรวดพราดเข้ามา พร้อมกับร่างบางของผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่ง

“โทษที ไม่นึกว่าจะมีคนมาซั่มกันในนี้”

ปัง!

ผู้หญิงคนนั้นพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเดินออกไป และไม่ลืมที่จะปิดประตูให้ตามเดิม ผมหันไปมองโซดาที่ตอนนี้กำลังอ้าปากเหวอ

ประตูนี่ก็นะ เกิดมาเสียชาติเกิดฉิบหาย มีแต่ก็ล็อกไม่ได้...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป