บทที่ 7 .

“ต่อมั้ย?” ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มือบางรีบฟาดลงมาที่ไหล่แกร่งของผมดังเพี้ยะ

ก็แค่พูดเล่นๆ ทำไมต้องจริงจัง

“ต่อบ้าอะไรล่ะ ออกไปได้แล้ว เดี๋ยวเกิดใครพรวดพราดเข้ามาอีกได้ซวยกันพอดี” สีหน้าของเธอมันค่อนข้างเครียด ต่างกับผมที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไร ร่างบางเดินนำไปที่ประตูโดยไม่หันมาพูดจากับผมอีก

ดวงตาคมก็ได้แต่มองตามแผ่นหลังเล็ก ก่อนจะเดินตามต้อยๆ อย่างว่านอนสอนง่าย เราสองคนเดินเคียงข้างกันอีกครั้ง แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมก็คือความเงียบที่ปกคลุมระหว่างเรา

“โกรธเหรอ เรื่องที่ฉันทำตอนอยู่ในห้องน้ำน่ะ” และก็เป็นผมเองที่อดใจไม่ไหวถึงได้ถามออกไปแบบนั้น

ต่อให้เธอโกรธ ผมก็ไม่แคร์ เพราะผมจะง้อจนกว่าเธอจะให้อภัย

“โกรธ” ไม่รู้ว่าที่เธอพูดมานั้นจริงจังหรือเปล่า แต่น้ำเสียงที่ราบเรียบมันทำให้ใจผมหล่นไปอยู่ตรงตาตุ่มแล้ว

“ง้อ” เขาว่ากันว่าผู้หญิงชอบผู้ชายทำตัวมุ้งมิ้งน่ารัก ดังนั้นผมจึงยื่นนิ้วก้อยไปตรงหน้าของเธอ พร้อมกับกระดิกเพื่อขอเกี่ยวก้อยคืนดี

เข้าใจคนหน้าโหดอยู่ในโหมดคิตตี้หรือเปล่า? นั่นแหละสภาพผมตอนนี้คือใช่เลย

“นี่กินยาไม่เขย่าขวดมา หรือเสพยามากเกินไป?” เธอเคยมองผมในแง่ดีบ้างหรือเปล่า รู้หรอกว่ากำลังด่าผมอ้อมๆ

“อาการที่ฉันเป็นอยู่ น่าจะเสพติดเธอมากกว่านะ”

โคตรเลี่ยนกับคำพูดของตัวเองเลยว่ะ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีวันนี้ วันที่บ้าบอแบบกู่ไม่กลับ

“เสี่ยว” ริมฝีปากบางขยับด่า สายตาของผมสังเกตเห็นว่าตรงมุมปากนั้นกำลังกลั้นยิ้มเอาไว้อยู่

เธอตลกที่ผมพูดจาเลี่ยนๆ ออกมา หรือยิ้มเพราะชอบที่ผมพูดแบบนี้ใส่

ผมล่ะอยากจะบอกจังเลย ว่าถ้าไม่อยากเจ็บจิ๋...อย่ายิ้มให้ไอซ์

“เสี่ยวแต่ก็ทำให้เสียวได้นะ”

.:END ICE PART:.

.:SODA PART:.

ฉันเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูง ก่อนจะส่ายหัวไปมาอย่างเหนื่อยใจ พร้อมกับถอนหายใจออกมาหนักๆ

“ประสาท” ปากของฉันยังคงขยันพ่นคำด่าออกมาไม่หยุด แต่ถึงอย่างนั้นไอซ์ก็ไม่สะทกสะท้าน

ฉันว่าวันนี้เขาคงจะเบลอเพราะฤทธิ์ยานั่นแหละ ถึงพูดอะไรออกมาไม่รู้เรื่อง ดังนั้นฉันจะทำเป็นไม่สนใจละกัน

“ไปเอารถมอเตอร์ไซค์นายมาสิ ฉันจะยืนรออยู่ตรงนี้” ฉันพูดขึ้นเมื่อเราสองคนเดินมาหยุดที่หน้าตึกคณะของฉันอีกครั้ง

“อืม” ไอซ์พยักหน้ารับ ก่อนที่ร่างสูงจะเดินไป ฉันละสายตาจากไหล่กว้าง แล้วมองหาที่นั่งแถวๆ นั้น เพื่อนั่งรอ

ระหว่างรอไอซ์กลับมาฉันก็หยิบมือถือขึ้นมาเล่นฆ่าเวลาไปด้วย

พรึบ! เพล้ง!

ขณะที่ฉันกำลังเลื่อนนิ้วบนหน้าจอ อยู่ๆ มือถือที่เคยจับเอาไว้มันก็ถูกมือของใครบางคนปัดออกจนลอยกระเด็นไปตกที่พื้น สภาพของมันแทบไม่เหลือเค้าเดิม ทุกชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปคนละทิศทาง ฉันมองสภาพมือถือของตัวเองนิ่งๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่บังอาจทำให้มันเป็นแบบนี้

ยังไม่ทันที่จะได้อ้าปากด่า ริมฝีปากของฉันมันก็จำต้องชะงักเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

“เมื่อคืนแกไม่ได้นอนที่บ้านใช่มั้ย!” เสียงตะคอกของผู้เป็นแม่ดังลั่นจนน่าหนวกหู ผู้คนรอบข้างหันมามองอย่างสนใจและอยากจะเผือกในคราวเดียวกัน

“พอใจที่จะซุกหัวนอนที่ไหนโซก็จะไปตรงนั้น” ฉันแสดงสีหน้าออกมาอย่างเซ็งๆ พลางละสายตาจากแม่แล้วมองไปที่เศษซากมือถือบนพื้น ที่คาดว่าน่าจะพังไปแล้วเรียบร้อย

ถึงจะซื้อมันมาด้วยเงินของแม่ แต่ท่านก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้ เพราะมันเป็นของๆ ฉัน

“ไปนอนบ้านมันมาใช่มั้ย” ฉันเงยหน้าขึ้นมองสบตากับแม่อีกครั้ง พร้อมกับลุกขึ้นยืน แววตาของแม่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ ต่างกับแววตาของฉันที่ยังคงเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก

เพราะแม่นั่นแหละที่ทำให้ฉันดูเป็นคนเยือกเย็นขนาดนี้ ก็คนมันขาดความอบอุ่น จะให้ฉันร่าเริงตลอดเวลามันก็คงเป็นไปไม่ได้

ถ้าพ่อยังอยู่ ฉันก็คงไม่ต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้หรอก และแม่ก็คงไม่กลายเป็นแบบนี้ด้วย

“ใช่ค่ะ”

เพี้ยะ!!

“ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วทำไมไม่จำห๊ะ!” ใบหน้าของฉันหันสะบัดไปด้านข้าง เนื่องจากแรงตบของผู้เป็นแม่ รู้สึกเจ็บแปล๊บไปทั่วบริเวณ แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าที่เจ็บปวดออกมาให้ท่านได้เห็นแต่อย่างใด

ฉันกัดฟันตัวเองเพื่อข่มความเจ็บนั้น แล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับแม่อีกครั้ง

ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างได้แต่มองมาที่เราสองคน โดยที่ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะย่างก้าวเข้ามาห้าม หรือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ อยากเผือก แต่ไม่อยากช่วย

หึ...ดีจริงๆ คนเรา

“แล้วทุกครั้งที่แม่บอก แม่เคยใช้เหตุผลบ้างหรือเปล่าล่ะคะ โซว่าเราไปคุยกันที่อื่นดีกว่า แม่ไม่อายพวกเขาหรือไง” ขณะที่พูดฉันก็กวาดสายตามองคนที่กำลังยืนดูพวกเราอยู่ด้วย บางคนก็ยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป และบางคนก็หันหน้าไปคุยซุบซิบกัน

“ทีแบบนี้ทำไมแกถึงหน้าบางนักล่ะ” ฉันไม่รู้ว่าควรจะพูดกับแม่ยังไงดี รู้สึกเหนื่อยใจทุกครั้งที่ท่านปริปากออกมา

“...” เอาเถอะ ท่านอยากจะว่าอยากจะด่าฉันยังไงก็ให้ท่านพูดไป

“เงียบทำไมล่ะ ปกติแกก็เถียงฉันตลอดเลยไม่ใช่หรือไง” พอฉันเงียบก็ว่า พอฉันเถียงก็ด่า สรุปแม่ฉันจะเอายังไงกันแน่

“แม่พูดมาดีกว่าค่ะ ว่าแม่มาหาโซถึงที่นี่ทำไม” ฉันเบื่อที่จะต้องรับฟังคำเหน็บแนม จึงได้พูดวกกลับเข้าประเด็น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป