บทที่ 8 .

แม่ไม่เคยถ่อมาหาฉันถึงที่นี่หรอก นอกซะจากว่าจะมีเรื่องด่วนจริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่ท่านอยากจะให้ฉันช่วยด้วย

ถ้าฉันไม่มีประโยชน์ท่านก็ไม่มา สรุปง่ายๆ ได้แบบนี้แหละ

“ฉันจะให้แกไปทำธุระให้หน่อย ไปพร้อมกับฉันตอนนี้เลย” เห็นไหม ฉันเคยคิดผิดที่ไหน น้ำเสียงของแม่อ่อนลงเล็กน้อย ต่างจากเมื่อกี้ที่ตบหน้าฉันแบบลิบลับ

“ธุระอะไรคะ”

“เดี๋ยวถึงที่นั่นแล้วฉันจะบอก”

“งั้นโซจะรอไอซ์กลับมาก่อน จะได้บอกเขาเอาไว้” ประโยคที่แม่พูดเมื่อครู่นี้ดูมีลับลมคมในยังไงก็ไม่รู้ ฉันเลยคิดว่าตัวเองควรที่จะบอกไอซ์เอาไว้ว่าฉันจะไปไหน เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นไอซ์จะได้ตามไปช่วยฉันได้

อย่าหาว่าฉันคิดมากอย่างนั้นอย่างนี้เลย บอกตรงๆ ว่าฉันไม่เคยไว้ใจแม่ของตัวเองสักครั้ง และอีกอย่างฉันก็เชื่อว่า

แม่สามารถทำลายฉันได้มากกว่าที่ฉันคาดคิดเอาไว้

“ทำไมต้องรอมัน! แกไปกับฉันเดี๋ยวนี้เลยนะโซดา” แม่เริ่มขึ้นเสียงใส่ฉันอีกครั้งเมื่อฉันพูดถึงไอซ์ ฝ่ามือของแม่จับกุมที่ข้อมือบางพร้อมกับกระชากให้เดินตาม

ฉันไม่ขัดขืน ได้แต่มองการกระทำของแม่อย่างเบื่อหน่าย

“ขึ้นไป” แม่ผลักตัวฉันให้ขึ้นไปนั่งบนรถตู้สีดำหรูหราคันหนึ่ง ตัวของฉันเซเล็กน้อยเกือบจะล้มลงเพราะแรงผลักนั้น ยังดีที่ฉันเอื้อมมือคว้าจับขอบประตูรถเอาไว้ได้ทัน ฉันหันไปมองแม่ช้าๆ พร้อมด้วยสีหน้าที่สงสัย

“นี่รถใคร” ฉันเอ่ยถามออกมา ปัจจุบันนี้บ้านเรามีแต่รถเก๋ง เพราะหลังจากที่พ่อเสียแม่ก็ขายรถตู้ทิ้งไปหมดแล้ว

“รถเพื่อนฉันเอง อย่าถามมากขึ้นไปได้แล้ว ฉันไม่พาแกไปฆ่าหรอกน่ะ” แม่ตอบกลับมา แต่ก็ไม่วายพูดประชดประชันอย่างแดกดัน

ฉันก้าวขาขึ้นไปนั่งเบาะริมหน้าต่าง สักพักแม่ก็ตามขึ้นมานั่งข้างๆ ฉัน เมื่อประตูถูกปิดลง แสงสว่างภายในรถก็เหลืออยู่เพียงน้อยนิด

สายตาของฉันหันไปเห็นผู้ชายใส่ชุดดำสองคนที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้า ทั้งคนขับและคนที่นั่งอยู่ด้านข้างของเขาลักษณะรูปร่างค่อนข้างบึกบึนเลยทีเดียว แต่มันก็ไม่น่าแปลกอะไรหรอก คงจะเป็นลูกน้องของเพื่อนแม่ฉันเองนั่นแหละ

“พอไปถึงแกก็ทำตัวให้มันดีๆ ด้วยล่ะ”

“ทำไมล่ะคะ มันไม่เห็นจำเป็นเลยหนิ โซจะทำตัวแบบที่โซทำนั่นแหละ” หลายครั้งที่แม่ชอบพูดกรอกหูฉันแบบนี้ เวลาไปไหนมาไหนด้วยกันหรือออกงานสังคม แม่ก็มักจะบอกให้ฉันทำตัวให้เรียบร้อย เพื่อที่ผู้ใหญ่จะได้เอ็นดู

แล้วรู้อะไรไหม? ผู้ใหญ่ที่แม่หมายถึงนี่มีแต่พวกเฒ่าหัวงูทั้งนั้น พวกเขาไม่ได้เอ็นดูฉันหรอก จ้องจะจับฉันทำเมียมากกว่า แก่จนจะเข้าโลงกันอยู่แล้วยังมักมากแต่เรื่องกาม ฉันไม่ถอดรองเท้าส้นสูงฟาดหน้าก็ดีแค่ไหนแล้ว

นี่ถือว่าเกรงใจสุดๆ แล้วนะ

“ฉันอาย ไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีลูกนิสัยต่ำๆ แบบแก”

เหอะ!...ตลก

“งั้นก็ปล่อยให้คนต่ำๆ อย่างโซออกไปจากชีวิตแม่สักทีสิคะ”

“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวแกก็ได้ออกไปจากชีวิตฉันแล้ว”

“ลงมา” ฉันขยับตัวเดินลงจากรถหลังจากที่แม่บอก เมื่อเท้าก้าวแตะลงที่พื้นฉันก็กวาดสายตามองบริเวณรอบๆ ทันที

ตรงหน้าคือบ้านหลังใหญ่โตดูหรูหรา บรรยากาศภายนอกถูกตกแต่งและประดับไปด้วยต้นไม้ดอกไม้อย่างสวยงาม รวมๆ ก็ดี แต่ฉันก็ไม่ได้แสดงสีหน้าที่ตื่นตาตื่นใจอะไรออกมาให้เห็น

“มากันแล้วเหรอกานดา” เสียงทักทายพร้อมกับการปรากฏตัวของชายสูงวัยท่าทางดูภูมิฐานทำให้ฉันหันไปมองที่เขานิ่งๆ อย่างสงสัย ขณะเดียวกันความรู้สึกตงิดใจแบบแปลกๆ มันก็เริ่มก่อตัวขึ้น

กานดา ชื่อที่ผู้ชายสูงวัยคนนั้นเรียกก็คือชื่อแม่ของฉันเอง

“สวัสดีค่ะท่าน” แม่ของฉันยกมือขึ้นไหว้ผู้ชายคนนั้นอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน จากที่ดูด้วยตาเหมือนเขาจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ของฉัน สาเหตุที่แม่อ่อนน้อมขนาดนี้ก็คงจะเป็นเพราะเขาเป็นคนใหญ่คนโตหรือเป็นผู้มีอิทธิพลล่ะมั้ง

เดาได้จากบ้าน และลูกน้องที่เดินป้วนเปี้ยนกันไปมารอบบ้านเหมือนคนไม่มีการมีงานทำ

“โซดา ไหว้ท่านซะสิ” แม่ใช้ศอกกระทุ้งแขนฉันเบาๆ ฉันจึงจำต้องยกมือไหว้ตามที่แม่สั่ง

“ลูกสาวใช่มั้ย สวยอย่างที่พูดเอาไว้จริงๆ” แววตาของผู้ชายคนนั้นมันแฝงไปด้วยอะไรบางอย่าง และสิ่งนั้นมันก็ทำให้ฉันไม่ชอบใจซะด้วย

แววตาที่ไม่มีความเอ็นดู แต่เป็นแววตาที่หยาบโลนมากกว่า

“ธุระที่แม่ว่ามันคืออะไร รีบๆ บอกโซสิ โซจะได้กลับไม่อยากอยู่ที่นี่นานๆ” ฉันพูดแทรกขึ้นมาโดยไม่กลัวว่ามันจะเป็นการเสียมารยาทในขณะที่ผู้ใหญ่คุยกัน

“ก็ท่านนี่ไงธุระของแก” รอยยิ้มของแม่ผุดขึ้นมุมปากอย่างมีเลศนัย

“หมายความว่าไง”

“ขอบคุณมากนะกานดา ลูกสาวของเธอถูกใจฉันจริงๆ อะนี่ เงินค่าตอบแทน” ทั้งสองไม่มีใครสนใจฉัน ไม่มีใครตอบคำถามที่ฉันเอ่ยออกมา แต่พอสายตาหันไปเห็นกระดาษเช็คในมือพร้อมกับประโยคที่ผู้ชายคนนั้นพูดมันก็ทำให้ฉันเข้าใจอะไรได้อย่างชัดเจน

“แม่ทำแบบนี้ทำไม” ฉันมองไปที่แม่ด้วยแววตาสั่นๆ

“ก็เห็นว่าแกอยากจะออกไปจากชีวิตฉันนักหนิ งั้นก็ไปอยู่กับท่านเขาละกัน” คำพูดของแม่เปรียบเสมือนมีดคมๆ ที่กรีดลึกลงมาบนหัวใจของฉัน

“นี่แม่ยังเห็นโซเป็นลูกอยู่หรือเปล่า แม่ขายโซให้กับเขาเนี่ยนะ!!” ฉันตะคอกออกมาเสียงดัง พร้อมกับชี้ไปที่ผู้ชายคนนั้น แววตาของฉันในตอนนี้มีแต่ความขุ่นมัวเนื่องด้วยโทสะ

“ฉันยังเห็นแกเป็นลูกเสมอโซดา ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพื่อให้แกมีอนาคตที่ดี” ฉันล่ะอยากจะหัวเราะออกมาให้ดังลั่น รู้สึกตลกกับชะตากรรมชีวิตของตัวเอง มันช่าง...

บัดซบ!!

“เหอะ! ลูกเหรอคะ สิ่งที่แม่ทำมันไม่ได้เรียกว่าการหวังดี โซจะบอกอะไรให้นะ ไม่มีแม่ดีๆ ที่ไหนเขาพาลูกตัวเองมาขายตัวแบบนี้หรอก!!” ฉันแค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างสมเพช อย่างที่ฉันว่านั่นแหละ ไม่มีแม่ดีๆ ที่ไหนเขาทำกันแบบนี้ มีแต่แม่ที่...เท่านั้น ฉันขอละไว้ในฐานที่น่าจะเข้าใจกันดี

“นี่โซดา!!”

“โซขอตัวก่อนนะคะ ถ้าแม่อยากจะขายมากนัก แม่ก็ขายตัวเองเถอะ!” มันอาจจะเป็นคำพูดที่ก้าวร้าวต่อบุพการี แต่เชื่อเถอะว่าคำพูดของฉันมันไม่ได้ย่ำแย่เหมือนกับสิ่งที่แม่ฉันทำหรอก

ถ้าฉันจะต้องตกนรก แม่ก็คงจะตกไปพร้อมๆ กับฉัน

“จับตัวเธอเอาไว้!” เสียงออกคำสั่งอย่างมีอำนาจของชายสูงวัยทำให้ฉันถดถอยหนีอย่างอัตโนมัติ แต่ในคราวเดียวกันลูกน้องของเขาก็พุ่งตัวเข้าหาฉันได้อย่างทันท่วงที

“ปล่อย!!” ฉันตะโกนออกมาสุดเสียง พลางสะบัดตัวไปมาเพื่อให้หลุดพ้นจากการจับกุม แต่ยิ่งออกแรงมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งไร้ผลอยู่ดี สิ่งที่ฉันทำมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด ผู้หญิงรูปร่างบอบบางอย่างฉันจะไปสู้แรงผู้ชายสองคนที่ร่างกายบึกบึนได้ยังไงกัน

“อย่าขัดขืน ยอมๆ ไปซะ แกจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว” เหอะ! ยอมๆ ไปซะงั้นเหรอ? ไม่มีทาง!

“ฮึก...โซไม่คิดเลยนะว่าแม่จะเห็นแก่เงินมากขนาดนี้...ฮึก…ทำไมล่ะแม่...ฮึก...เงินมันมีค่ามากกว่าตัวโซหรือไง” ฉันได้พูดสิ่งที่กักเก็บอยู่ภายในใจออกมาจนหมดแล้ว ก็อยู่ที่ว่าแม่จะเห็นใจและสงสารฉันบ้างหรือเปล่า

“ใช่” แต่...เปล่าเลย แม่ก็ยังคงเป็นแม่ที่ร้ายกาจอย่างสม่ำเสมอ

ค่าว่า ‘ใช่’ ของแม่ ก็เปรียบเสมือนแอลกอฮอล์ที่ถูกเทราดซ้ำลงมาบนแผลในใจของฉัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป