บทที่ 9 .
“ขายลูกตัวเองกินแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะป้า” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง พวกเขาต่างชะงักและมองข้ามตัวฉันไปยังจุดนั้น เว้นแต่ฉันเองที่ไม่สามารถหันกลับหลังไปมองได้ เพราะถูกลูกน้องของเพื่อนแม่จับยึดไหล่บางและล็อกตัวเอาไว้แน่น
“นี่ลูกสาวฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้ ว่าแต่แกเถอะเข้ามาสะเออะกับเรื่องนี้ได้ยังไง!” แม่ของฉันตะคอกด้วยอารมณ์โกธรเคืองและหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะการทำมาหากิน
“อ๋อ พอดีเป็นคนชอบสะเออะเรื่องของชาวบ้านอยู่แล้วน่ะครับ” พอได้ยินเสียงชัดๆ อีกทีฉันก็รู้แล้วว่าเป็นเสียงใคร ฉันจะไม่มัวแต่สงสัยว่าทำไมไอซ์ถึงมาที่นี่ได้ แค่เขามาฉันก็ดีใจแล้ว
พรึบ!
“เอามือออกไป โซดาไม่ชอบอะไรที่สกปรก” ตัวของฉันถูกปล่อยให้เป็นอิสระ หลังจากที่ไอซ์ผลักผู้ชายร่างถึกสองคนนั้นออกห่างจากตัวฉัน คำพูดคำจาของไอซ์มันชวนให้ชายร่างยักษ์อารมณ์เดือดขึ้นหน้า
แขนแกร่งของร่างสูงตวัดกอดเอวฉันเอาไว้อย่างปกป้อง ไม่รู้สิ...พอได้มาอยู่ในอ้อมแขนของเขาฉันรู้สึกปลอดภัยยังไงก็ไม่รู้ แม้ว่ารูปร่างของไอซ์จะเทียบลูกน้องของเพื่อนแม่ฉันไม่ได้ก็ตาม
ขอแค่ใจใหญ่รูปร่างมันก็ไม่สำคัญ
“โซดากลับมาหาแม่” ฉันอยากจะถามออกไปซะจริงๆ ว่าแม่ยังกล้าเรียกแทนตัวเองแบบนี้อยู่อีกเหรอ ถ้าเห็นเงินมีค่ามากกว่าลูกตัวเองขนาดนี้ฉันว่าท่านไม่สมควรที่จะได้สิทธิ์นั้น
ณ จุดๆ นี้ฉันจะคิดว่าตัวเองไม่มีแม่แล้วละกัน บังเอิญเกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่
“ร้องไห้ทำไมหืม ฉันอยู่ตรงนี้แล้วไง” ไอซ์ดูเหมือนจะไม่ให้ความสนใจกับรอบข้างสักเท่าไหร่ นิ้วเรียวของเขาเกลี่ยน้ำตาที่เปรอะเปื้อนบนใบหน้าของฉันออกให้
“โซดา!” แม่เรียกชื่อฉันซ้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเราไม่สนใจท่าน
“พอสักทีเถอะค่ะ เลิกยุ่งกับโซสักที!!” ฉันหันไปมองหน้าผู้เป็นแม่ พร้อมกับตะโกนออกมาดังลั่นอย่างเหลืออด ความอดทนของฉันมันพังลงแล้ว พังทลายลงจนไม่เหลืออะไรอยู่เลย
ตัวของฉันสั่นเทิ้มเล็กน้อย แววตาที่สั่นไหวของฉันก็กำลังมองจ้องไปที่ผู้เป็นแม่ ท่านเหมือนจะอึ้งไปพักใหญ่เพราะคงไม่คิดว่าฉันจะตอกหน้าท่านกลับแบบนี้
ฝ่ามือหนาของไอซ์ลูบแผ่นหลังของฉันเบาๆ เพื่อให้ผ่อนคลาย ลมหายใจของฉันมันฮึดฮัดอย่างพยายามระงับอารมณ์โทสะของตัวเอง
“จะให้ฉันเลิกยุ่งกับแกได้ยังไงห๊ะ! ฉันเอาเงินของท่านมาแล้วยังไงแกก็ต้องอยู่กับท่านที่นี่” แม่แย้งกลับ ในหัวของท่านตอนนี้ก็คงมีแต่คำว่าเงิน และก็เงิน แล้วความรู้สึกของฉันล่ะ ท่านเคยคิดถึงมันบ้างหรือเปล่า
“ก็เอาเงินที่ได้มาคืนเขาไปให้หมดสิคะ อย่าทำให้มันต้องเป็นเรื่องยากนักเลย” ฉันว่ากลับ ในมือของแม่ก็ยังมีเช็คอยู่ แค่ยื่นให้ผู้ชายคนนั้นไปทุกอย่างมันก็จบแล้ว
“ถ้าทำให้เรื่องง่ายเป็นเรื่องยากกันแบบนี้ เดี๋ยวโทรเรียกตำรวจมาเคลียร์ให้เอามั้ย สนใจป่ะครับ?” ไอซ์เลิกคิ้วขึ้น น้ำเสียงของเขาค่อนข้างห้วน และกวนบาทาในประโยคสุดท้าย เขาไม่สังเกตรอบข้างเลยหรือไงว่าลูกน้องของเพื่อนแม่ฉันยืนอยู่เต็มไปหมด
อีกเรื่องที่ฉันลืมบอกไปก็คือ ไอซ์เป็นบุคคลที่ซี้กับตำรวจแทบทุกโรงพัก ไม่ใช่ว่าเขามีญาติเป็นตำรวจหรืออะไร ก็แค่ชอบทำตัวเก๋าจนต้องขึ้นโรงพักบ่อยๆ เพราะสร้างคดีมากมายมายนับไม่ถ้วน แค่เห็นหน้า ตำรวจก็จำเขาได้ในทันที รู้จักคนดังในวงการตำรวจหรือเปล่า?
ไอซ์นี่แหละใช่เลย
แต่ไม่ใช่ว่าเขาขยันสร้างแต่คดีอย่างเดียว เขาเองก็เคยทำงานและเป็นสายสืบให้ตำรวจมาก่อน สืบไปสืบมาดันติดยาซะเอง เป็นไงล่ะบันเทิงเลยสิชีวิต เพราะเหตุนี้ไอซ์เลยไม่ค่อยยุ่มย่ามกับตำรวจเท่าไหร่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ
หลังจากที่ได้ยินคำแนะนำที่แอบแฝงด้วยคำขู่ ทั้งแม่และผู้ชายสูงวัยคนนั้นก็ถึงกับชะงัก
“ถ้าได้ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งนี่คงดังน่าดู มีแม่ที่ไหนบ้างน้าา~ ที่ขายลูกตัวเองกิน” ไอซ์พูดด้วยน้ำเสียงมีจริตจะกร้านและกวนประสาทพร้อมด้วยแววตาที่หนักแน่น
ความปากร้ายของเขาทำให้คนพวกนั้นไม่กล้าปริปากพูดอะไร ได้แต่มองหน้ากันอย่างอ้ำอึ้ง
ฉันรู้นิสัยแม่ดี ท่านเป็นคนที่หวงหน้าตาตัวเองยิ่งกว่าอะไร ท่านคงไม่มีทางยอมให้ตัวเองเสียชื่อเสียงและเสียหน้าเพราะเหตุนี้แน่ๆ
“แกจะไปไหนกันก็ไปเลยไป! นังลูกไม่รักดี!!!” พอทำอะไรไม่ได้แล้วแม่ก็ได้แต่เอ่ยปากไล่ ถ้าฉันเป็นลูกที่ไม่รักดีแม่ก็คงเป็นแม่ที่ไม่รักดีเหมือนกันนั่นแหละ
“ไปเถอะ ตัวแค่นี้เลี้ยงได้อยู่แล้ว” ไอซ์กุมที่ข้อมือของฉันพร้อมออกแรงกระตุกให้เดินตาม ฉันมองสบตากับแม่ ในดวงตาของฉันมันก็ยังคงสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย มันทั้งจุก ผิดหวัง และไม่เข้าใจ
ทำไมล่ะ ฉันทำอะไรผิดนักเหรอ ทำไมแม่ถึงทำอะไรโดยที่ไม่คิดถึงความรู้สึกฉันบ้าง ครอบครัวอื่นที่ไม่สมบูรณ์เขายังประคับประคองกันไปได้ แต่ทำไมครอบครัวของเรามันถึงได้แยกห่างออกจากกันเรื่อยๆ แต่ก็เอาเถอะ ถ้าคิดในอีกแง่บางทีเจ้ากรรมนายเวรก็อาจจะมาในรูปแบบครอบครัว
ยกตัวอย่างครอบครัวฉันเองนี่แหละ
“ไปแล้วก็อย่ากลับมาอีก”
“แน่นอนค่ะ โซจะไม่กลับมาแน่นอน” เมื่อประโยคเรียบนิ่งของแม่ดังเข้ามาในหัว ฉันก็ตอบกลับไปทันทีอย่างเฉยชา
ถ้าไม่ให้อยู่ด้วยฉันก็จะไป คนอย่างฉันมักทำอะไรที่เด็ดขาดอยู่แล้ว
“ขอให้สนุกกับการใช้ชีวิตแบบนี้นะคะ ปะไอซ์ เราไปกันเถอะ” ฉันพูดทิ้งท้ายเอาไว้กับแม่พลางมองผู้ชายสูงวัยคนนั้นด้วยหางตา ท้ายประโยคฉันหันมาพูดกับไอซ์ ก่อนที่เราสองคนจะเดินออกมาจากตรงนั้น
“รถฉันจอดเอาไว้ทางนี้” ไอซ์ดึงแขนฉันให้เดินไปอีกทาง ตอนนี้เราเดินออกมาจากเขตบ้านของผู้ชายคนนั้นแล้ว คงไม่มีอะไรต้องน่าเป็นห่วงแล้วล่ะ
“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่”
“ฉันติดจีพีเอสไว้ในตัวเธอมั้ง” ถ้าไม่ติดว่าเขามาช่วยฉันเอาไว้ มือฉันคงลั่นไปตบกระบาลเขาสักทีสองที
