บทที่ 1 ภาค 3 Ep.1 เคยตัว (1)
ผมขับมาจอดรอนิ้งหน้ามหาลัย
สรุปวันนี้ผมก็ไม่ได้นอน แม่งนอนไม่หลับ ในหัวคิดแต่เรื่องเธอวนไปวนมา ไม่รู้จะคิดมากเหี้ยไรนักหนา ผมก็ไม่รู้ว่าผมเป็นบ้าอะไรถึงชอบพาล พาลไปหมดทุกอย่าง ตอนที่จีบเธอแรกๆ ผมก็ไม่กล้าพอที่จะพาลเธอเพราะยังคะแนนไม่สูงพอ อยากให้เธอไว้ใจ อยากให้เธอรัก แต่พอเธอรักแล้วผมก็แค่รู้สึกว่า... เออ ทำไงเธอก็ยังรักอยู่ดี จะไม่แคร์บางทียังไงนิ้งก็ยังสนใจผมอยู่ปะ
เหี้ยดีว่ะ ความคิดแบบนี้
ผมแค่นหัวเราะออกมาตอนที่ทึ้งหัวตัวเองแล้วกลับหลังนั่งพิงแฮนด์รถระหว่างรอเธอ พอเห็นว่ามันนานผมก็เลยยกโทรศัพท์ขึ้นมากดดูไปด้วย
ก็ไม่ใช่ไม่แคร์เลย
ถ้าไม่แคร์จริงคงไม่มานั่งคิดเรื่องเธออยู่งี้หรอก
[SALAMDU : SIDE END]
“ช่วงหมดโปรแน่นอน”
“เอ่อ... มันคืออะไรเหรอ” ฉันถามพลอยที่นั่งอยู่อีกฝั่งอย่างไม่เข้าใจ
ตอนนี้ฉันเลิกเรียนแล้ว เลิกเร็วกว่าเวลานิดหน่อย แล้วก็ได้เรียนคลาสเดียวกับพลอยและชินด้วย ก็เลยมานั่งคุยกัน พลอยเห็นฉันซึมๆ ก็เลยถามเรื่องฉลามขึ้นมา ฉันก็เลยเล่ายาวเลยอ่ะ แล้วมันก็จบลงที่พลอยมีคำตอบแบบนี้ให้
แต่ฉันไม่รู้เลยว่าช่วงหมดโปรที่ว่ามันคืออะไร
“ก็แบบ... ช่วงแรกๆ ที่มาจีบเค้าก็ดีกับนิ้งมากใช่มั้ยล่ะ เชื่อฟังทุกอย่าง เราพูดอะไรก็ยอมไปหมด นั่นล่ะคือช่วงโปรโมชั่น” ฉันนั่งคิดตามแล้วก็พยักหน้าหงึกหงัก “แต่พอหลังจากคบกันสักพักก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไป”
“...”
“ก็จะกลายเป็นเย็นชาขึ้น ชอบทำตัวเป็นใหญ่มากขึ้น เมินเราเพราะคิดว่าทำยังไงก็ได้เพราะเราก็รักไปแล้ว เวลาเราพูดอะไรก็จะไม่ยอมไม่เชื่อเหมือนช่วงแรกๆ แล้วก็เริ่มเผยตัวตนจริงๆ ออกมา” ฉันหน้าซีดเลยพอได้ยินแบบนั้น เพราะอาการฉลามเท่าที่พลอยว่ามามันจริงเกือบทุกอย่างเลย “นั่นล่ะคือช่วงหมดโปร”
“แล้วมันแย่มากมั้ยอ่ะพลอย” ฉันแทบจะร้องไห้ตอนที่ถามเธอกลับไป แล้วพลอยก็พยักหน้า
“แย่มากเลยล่ะนิ้ง” ฉันเม้มริมฝีปากแน่นตอนที่เธอตอบรับกลับมา เป็นคำตอบที่ไม่อยากได้ยินที่สุด “เพราะช่วงนี้แหละที่เค้าจะมีคนอื่นได้ง่าย”
“...”
“นิ้งเองก็ต้องระวังพี่หลามให้ดีนะ”
“นี่พลอย แกเลิกยุนิ้งได้ปะ” จนสุดท้ายชินที่นั่งกอดอกฟังเงียบๆ ก็โพล่งขึ้นมา แล้วฉันก็หันไปมองเขาอย่างมีความหวังว่าเขาจะพูดอะไรที่จะทำให้ฉันสบายใจขึ้นออกมาบ้าง “แต่ถ้าพี่ฉลามมีคนอื่นจริงๆ นิ้งก็อย่าลืมว่ายังมีเราอยู่นะ”
“...”
“เราพร้อมให้นิ้งหันมาควงได้เสมอ”
... โธ่
“แกจะได้โดนแฟนนิ้งต่อยปากเอาน่ะสิ” พลอยหันไปจิกกัดชิน ก่อนที่จะหันกลับมาคว้าข้อมือของฉันมาจับเอาไว้ “แต่นิ้งก็อย่าเพิ่งคิดมากนะ เราว่าพี่เค้าก็ดูรักนิ้งดีอ่ะ อาจจะไม่ใช่ช่วงหมดโปรก็ได้”
“แต่ที่พลอยพูดมันตรงหมดเลยอ่ะ” ฉันพูดเสียงสั่น ก่อนที่จะเบ้หน้าออกมา “เราก็กลัวเหมือนกันว่าฉลามจะมีคนอื่น”
“โห ถ้าได้แฟนน่ารักแบบนิ้งแล้วยังจะมีคนอื่นอีกนะ เราว่าพี่เค้าโคตรโง่อ่ะ” ชินโพล่งขึ้นมาทันทีพร้อมกับกอดอก ก่อนที่จะทำสีหน้าเหมือนนึกอะไรได้แล้วขยับเข้ามาหาฉันไปด้วย “แล้วสรุปเรื่องถ่ายแบบนิ้งจะเอายังไง นี่เราเคลียร์งานพร้อมถ่ายแล้วนะ เหลือนางแบบนี่แหละ”
ฉันชะงักไป นี่เขายังจำได้อยู่อีกเหรอ? ฉันเกือบลืมไปแล้วนะ
“คือฉลามไม่ให้เราไปถ่ายแน่ๆ อ่ะ” ฉันสั่นหน้าไปด้วยตอนที่ตอบไปตามความจริง แค่ฉันคุยกับเพื่อนผู้ชายในคณะเขาก็ตึงๆ ใส่แล้ว ถ้าไปถ่ายแบบฉลามคงจะโกรธฉันมากแน่ๆ เลย เผลอๆ อาจจะโดนทุบหลังเอาด้วยซ้ำ “... เราว่าคงไม่ได้หรอกชิน”
“เฮ้ย” ชินทำสีหน้าตกใจ “นี่แฟนหรือพ่ออ่ะ ต้องคุมเข้มขนาดนี้เลยเหรอ”
ฉันก้มหน้างุดเลย ก็ฉลามเป็นแบบนั้นจริงๆ นี่นา ฉันเถียงไม่ออกหรอก
แต่ที่ฉันไม่ได้อึดอัดอะไรมากคงเป็นเพราะว่าฉันถูกตีกรอบมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว และฉันก็ไม่ค่อยคุยกับผู้ชายด้วย เวลาฉลามมาตามคุมตามดูว่าฉันจะคุยกับใคร จะไปมหาลัยยังไง จะแวะมาหาฉันที่ไหน ฉันถึงไม่ได้รู้สึกแย่หรือไม่มีอิสระเพราะฉันอยู่กับฉลามจนติดเขาไปแล้วอ่ะ
แต่มันก็มีลำบากใจกับน้อยใจเวลาที่เขาโมโหใส่นิดหน่อยนั่นล่ะ
... แต่มันก็ไม่ได้นิดหน่อยหรอก
“เราก็ไม่แน่ใจแล้วอ่ะ” ฉันตอบชิน ก่อนที่จะบีบมือตัวเองเงียบๆ “เราขอโทษนะชิน เรื่องถ่ายแบบอ่ะ”
“เฮ้ย ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอโทษ” ชินโบกมือเหมือนเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ก่อนที่ประโยคต่อไปจะทำให้ฉันตกใจ “เดี๋ยวเราจะหาทางให้เธอถ่ายโดยที่พี่ฉลามไม่รู้ให้เอง”
ฉันอ้าปากค้างเลยล่ะ
“เอ้อ แบบนี้ก็ดีนะนิ้ง” พลอยที่นั่งฟังอยู่ด้วยก็สมทบขึ้นมาอีกเสียง “คราวนี้จะได้รู้ไปเลยว่าพี่หลามสนใจนิ้งมั้ย ถ้าคนที่สนใจจะหึงแน่นอน เชื่อเรา”
ฉันอึกอัก พอหันไปมองชินก็เห็นว่าเขาก็พยักหน้ากลับมาอย่างเห็นด้วย
“กะ...”
ครืด ครืด
แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะตอบอะไรกลับไป เสียงโทรศัพท์ที่ฉันวางไว้บนโต๊ะก็สั่นจนฉันสะดุ้งเฮือก พอหยิบขึ้นมาดูก็ชะงักไปเมื่อเห็นว่าเป็นฉลามดุที่โทรมา ตอนแรกฉันก็ไม่อยากจะรับสาย แต่กลัวว่าถ้าไม่รับแล้วฉลามจะไม่โทรมาอีก
ถึงฉันจะโกรธ แต่ฉันก็เดาใจเขาไม่ออกเหมือนกัน ฉันกลัวเขาจะไม่ง้อฉันแล้วอ่ะ
ติ๊ด
[นิ้ง] ทันทีที่ฉันรับสายก็ได้ยินเสียงฉลามที่เรียกชื่อฉันขึ้นมาทันทีเหมือนรออยู่ ฉันนิ่งไป แล้วเงยหน้าขึ้นมองพลอยกับชินที่มองฉันแล้วทำสีหน้าเหมือนมีคำถามว่าใครโทรมา แล้วฉันก็ยิ้มแหยๆ กลับไป [เลิกยัง?]
“... เลิกแล้ว” ฉันตอบไปตามความจริง “แต่ฉลามไม่ต้องมารับเราหรอก”
[...]
“เรากลับเองแหละ”
[ก็อยู่หน้ามหาลัยเธอเนี่ย] เขาตอบกลับมา แล้วทั้งตัวของฉันก็ชาวาบไปทั้งแถบ [ถ้าเลิกแล้วก็เดินมาเลย]
“...”
[หรือจะให้เราขับเข้าไปหา]
“ฉลามกลับไปเถอะ” ฉันเม้มริมฝีปากแล้วพูดขึ้นมา ก่อนที่พยายามจะกลั้นน้ำตาไว้เพราะไม่รู้ว่าที่เขากำลังทำอยู่คือมาง้อฉันรึเปล่า ฉันไม่อยากคิดไปเอง “เราไม่กลับด้วยหรอก”
[...]
“เราขี้บ่นไม่ใช่เหรอ ถ้ากลับกับฉลามเดี๋ยวเราก็บ่นฉลามอีกอ่ะ”
[...]
“... เราว่าเรากลับเองดีกว่า”
[บ่นมาเหอะ] ฉันชะงักไปพอเขาโพล่งขึ้นมาสั้นๆ แต่เป็นคำที่ฉันแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง [เอาให้แม่งหูหนวกกันไปข้างเลย ยอมแล้วก็ได้]
“...”
[เดี๋ยวขับเข้าไปหา]
“แต่เราบอกว่า...”
ติ๊ด
ฉันเบิกตาโตพอเห็นว่าฉลามพูดออกมาแบบนั้นแล้วก็วางสายไปเลยโดยไม่รอฟังอะไร ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ยิ่งหันไปมองพลอยกับชินที่ทำสีหน้าเหมือนงุนงงฉันก็ยิ่งตื่นตัว
ฉันนั่งกระวนกระวายอยู่แบบนั้นจนได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซต์ที่มาจอดอยู่ด้านหลัง แล้วก็เห็นว่าพลอยกับชินมีสีหน้าตกใจ แต่ฉันก็ไม่กล้าหันไปมอง
“นิ้ง”
ฉันสะดุ้งน้อยๆ พอได้ยินเสียงฉลามเรียกฉันขึ้นมา แต่ก็ไม่ยอมหันกลับไปมองเขาอยู่ดี
“...”
“นิ้ง จะกลับมั้ย”
“...”
ฉลามดุเงียบไปทันทีพอเห็นว่าเรียกแล้วฉันเอาแต่ก้มหน้าหันหลังให้เขาแล้วก็ไม่ตอบอะไรกลับไป จนฉันได้ยินเสียงพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ ก่อนที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังแล้วก็มือหนาที่คว้าต้นแขนของฉันไว้
“เมีย” เขาเอนตัวลงมาเรียกฉันเกือบชิดศีรษะเสียงหนัก แล้วฉันก็เบิกตากว้าง “จะกลับได้รึยัง”
“...”
“ผั ฉันเหลียวไปมองเขาอย่างตกใจ แล้วก็เห็นว่าฉลามกำลังจ้องหน้าฉันอยู่ ก่อนที่เขาจะละสายตาไปมองชินที่ทำสีหน้าเหมือนตกใจ ตอนแรกฉันก็กลัวว่าฉลามจะโมโหใส่ฉันอีกที่อยู่กับชิน แต่ต่อมาก็เห็นว่าเขาทำแค่ดึงข้อมือของฉันให้ลุกขึ้น แล้วจูงให้ไปที่รถด้วยกัน
ฉันพยายามแกะมือเขาออก ในขณะที่คนตัวโตเองก็ไม่ยอมปล่อย
“ฉะ... ฉลาม เราไม่กลับ”
ฉันพูดเสียงสั่นเพราะเดาอารมณ์ของเขาในตอนนี้ไม่ออก แต่ร่างสูงก็ไม่สนใจที่จะฟัง เขาดึงฉันให้มานั่งข้างหน้าในขณะที่ตัวเองก็นั่งคร่อมหลังไว้ ทุกคนมองมาที่เราทั้งคู่แต่ก็ดูเหมือนว่าฉลามจะไม่สนใจเลย พอฉันจะลงเขาก็รั้งเอวฉันให้เข้ามาจนชิดตัว ก่อนที่จะสตาร์ทเครื่องแล้วขับออกไปทั้งอย่างนั้น
ฉันทำหน้าตื่น พอจะแกะมือเขาออกฉลามก็ยิ่งรั้งเอวฉันเอาไว้แน่นขึ้นอีก แล้วก็เหมือนเขาจะเลี้ยวรถไปที่อื่นที่ไม่ใช่หอพักของฉันด้วย
ฉันเบิกตากว้าง พูดไม่ออกเลยตอนที่ลมตีเข้าหน้าแล้วฉลามก็รัดเอวฉันเอาไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม
เขาไม่พูดอะไรด้วยเลยตอนที่เลี้ยวเข้าซอยคอนโดของเขาเอง ฉันเคยมาที่นี่มาก่อนฉันก็เลยจำได้ จนเขามาจอดอยู่หน้าคอนโดของเขาเองจริงๆ ฉันถึงแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองตอนที่เขาดับเครื่องแล้วนั่งนิ่งเหมือนรอให้ฉันขยับตัว พอฉันหันไปมองเขาร่างสูงถึงได้พยักเพยิดให้ลง
“พาเรากลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย”
ฉันพูดเสียงสั่นตอนที่พยายามดึงมือเขาออก แล้วฉลามก็จ้องหน้า ก่อนที่เขาจะไม่พูดอะไรแล้วกวาดขาออกจากรถมอเตอร์ไซต์ ฉันไม่เข้าใจว่าเขาจะทำอะไร จนร่างสูงช้อนตัวฉันขึ้นอุ้มทั้งตัวเหมือนอุ้มเด็ก ฉันก็ตกใจแล้วก็กลัวว่าจะตกจนต้องคว้าต้นคอของเขาไว้
“ขึ้นไปคุยที่ห้อง” เขาพูดแค่นั้น แล้วฉันก็เม้มริมฝีปากทันที
“ไม่คุยแล้ว” ฉันพยายามดันเขาออกให้ปล่อย แต่ฉลามก็รั้งข้อพับขาของฉันเอาไว้แน่นตอนที่คว้ากุญแจรถมาใส่กระเป๋ากางเกงไว้แล้วเดินไปที่ลิฟต์อย่างไม่ยอมฟัง
ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังง้อหรือจะทำอะไรอยู่เพราะฉลามไม่ยอมพูดอะไรเลย มารู้สึกตัวอีกทีก็ขึ้นมาถึงห้องของเขาแล้ว
“ฉะ... ฉลาม ไม่เข้านะ” ฉันทุบไหล่เขาเพราะฉันไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรฉันกันแน่ แต่ฉลามก็ทำหูทวนลมแล้วไขประตูเข้าไป แล้วฉันก็ทำหน้าบึ้งออกมา “เราบอกว่าเราไม่เข้า ปล่อยเราลงนะ เราจะกลับบ้าน”
“ก็อยากคุย” เขาพูดขึ้นมาสั้นๆ ตอนที่วางฉันลงอย่างว่าง่าย แต่ฉันไม่มีทางอยู่คุยกับเขาอยู่แล้ว เพราะพอเขาวางฉันลงได้ฉันก็รีบเดินหนีไปทางประตูทันที แต่ก็ถูกคนตัวใหญ่กว่าที่ยืนจังก้าขวางทางประตูรั้งข้อมือไว้ “จะไปไหน?”
“เราจะกลับบ้าน” ฉันพูดเสียงแข็งกับเขาเป็นครั้งแรกเลย แล้วแกะมือเขาออกด้วย “ปล่อยนะ”
“โกรธเหรอ” เขาถามขึ้นมา แล้วฉันก็ชะงักไป ก่อนที่จะเงยหน้ามองเขาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
นี่เขาไม่รู้ตัวจริงๆ เหรอ?
“เราไม่มีสิทธิ์โกรธหรอก” พอเห็นอย่างนั้นก็น้อยใจจนต้องตัดพ้อหนึ่งคำ น้ำตาคลอออกมาพอเห็นว่าเขาเองก็นิ่งไป “เรารู้ว่าถึงเราโกรธไปฉลามก็คงไม่สนใจอยู่ดี”
“...”
“สำหรับฉลามมันเป็นช่วงหมดโปรแล้วใช่มั้ยอ่ะ... เราไม่สำคัญขนาดนั้นหรอก” ฉันก้มหน้างุดตอนที่พูดแบบนั้นเพราะนึกถึงคำพูดของพลอย ฉันรู้นะว่าทุกอย่างมันเป็นความจริง แล้วฉลามก็บีบข้อมือของฉันแน่นขึ้นเหมือนเขาไม่เข้าใจ
“รู้ได้ไงว่าไม่สำคัญ?” เขาถาม แล้วฉันก็สะอื้นออกมาเลย
“ฮึก ก็ฉลามเปลี่ยนไปนี่ เราไม่รู้แล้วว่าตัวเองเป็นอะไรของเธออ่ะ” ฉันปล่อยโฮออกมาเสียงดังเพราะทนไม่ไหว ฉลามจ้องหน้าฉันในความเงียบ ก่อนเขาจะดึงทั้งตัวของฉันเข้ามาสวมกอดเอาไว้ แต่ฉันก็พยายามดันเขาออก “ไม่ต้องมากอดเลย”
“สำคัญดิ” ฉันชะงักไปพอได้ยินเขากระซิบเสียงหนักกลับมาชิดริมหู “ไม่สำคัญได้ไง”
“...”
“แล้วจะร้องไห้ทำไมเนี่ย” เขาถามพร้อมกับผละออกมาเพื่อเอาปลายเสื้อมาเช็ดน้ำตาให้ฉัน “ใครทำเธอร้องไห้วะ บอกดิ๊”
... ก็เขานั่นแหละ
แต่ฉันไม่ได้ตอบกลับไปแบบนั้นหรอก ฉันทำได้แค่หันหน้าหนีเขาแทนไม่ให้เขาแตะตัว แล้วหมุนตัวจะเดินหนีไปที่ประตูเพราะฉลามผละออกไปแล้ว แต่ต่อมาก็ถูกเขารวบตัวเข้ามากอดไว้จากทางด้านหลัง
“นิ้ง” เขากระซิบ ตอนที่กอดฉันเอาไว้แน่นขึ้น “เราไม่ได้รำคาญเธอ รู้ปะ”
“...”
“ไม่ได้เห็นว่าเธอไม่สำคัญ”
“...”
“แค่เราไม่ชอบฟังเวลาที่เธอบ่น มันเหมือนมาตีกรอบเรา แต่อันนี้เราแม่งแย่ของเราเองว่ะ ขอโทษ” ฉันหน้าชาไปเลยตอนที่เขาพูดออกมาตรงๆ “คราวนี้ไม่ห้ามเลย จะบ่นไรบ่นไปเลย”
“...”
“จะด่าเราว่าไอ้เหี้ยฉลามก็ได้” ฉันเงียบไป ก่อนที่จะแกะมือเขาออก
“ไม่เอาแล้ว” ฉันสั่นหน้า แล้วไม่หันกลับไปสบตาเขาด้วย “เราเหนื่อยแล้วอ่ะ เรารู้ว่าฉลามทำไม่ได้หรอก ถ้าบ่นแล้วฉลามไม่ชอบเราก็จะไม่บ่นแล้ว”
“...”
“ที่ฉลามทำแบบนี้เพราะสงสารเราใช่มั้ยอ่ะ... ไม่เป็นไรหรอก”
“...”
“ฉลามจะทำอะไรก็ทำไปเลย เราจะไม่ห้ามแล้ว”
“นิ้ง” พอเห็นว่าฉันพูดว่าไม่อยากจะยุ่งกับเรื่องของเขาอีกแล้วฉลามก็รั้งเอวฉันไว้แน่นไม่ให้ฉันหนี แน่นจนอึดอัด ต้องพยายามแกะนิ้วใหญ่ๆ นั่นออก “ไม่เอาแบบนี้ดิ”
“...”
“เราขอโทษ ไม่ได้อยากพูดงั้น อย่าทำงี้ได้ปะ”
“...”
“จะไม่พูดแบบนั้นแล้ว สัญญา”
ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ขยับตัวยุกยิก แต่ฉลามก็กอดฉันไว้โดยไม่ยอมปล่อยมือออกเลย จริงๆ ฉันเองก็แอบใจอ่อนอยู่เหมือนกัน แต่ฉลามทำแบบนี้กับฉันมาหลายครั้งแล้วอ่ะ เชื่อไม่ได้หรอกว่าเขาจะไม่กลับมาทำอีก
ฉันเหนื่อยแล้วนะ เหนื่อยที่จะต้องมารับมือกับความไม่แน่นอนแบบนี้
“ปล่อยเถอะนะ” ฉันพูดออกมาตอนที่พยายามจะแกะมือของเขาออก แต่ฉลามไม่ยอมทำตาม เขาซบหน้าลงกับแผ่นหลังของฉันแล้วจูบต้นคอฉันหนักๆ จนฉันสะดุ้งทั้งตัว
“ไม่เอางี้ดิวะนิ้ง”
“...”
“ง้ออยู่เนี่ย รักเธอมากนะเว้ย อย่าใจร้ายกับเรางี้ดิ”
“เราไม่ได้ใจร้ายนะ” ฉันตอบเขา ก่อนที่จะพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ “เราแค่อยากตามใจในสิ่งฉลามเคยพูดดูอ่ะ”
“...”
“ไม่มีเราคอยบ่นมันต้องดีกว่าอยู่แล้วล่ะ”
“เฮ้ย ไรวะ พูดงี้คือจะเลิกกับเราไง?” ฉลามถามฉันเสียงเข้มขึ้นทันทีพอเห็นฉันพูดเหมือนฉันจะไม่อยู่กับเขาแล้ว และฉันก็เงียบไป “จะขอเลิกเหรอ”
“... เราก็ไม่แน่ใจ” ฉันตอบเสียงแผ่วกลับไปเพราะก็เริ่มสับสน คนตัวใหญ่กว่าผละออกแล้วดึงฉันให้หันกลับมาเผชิญหน้าด้วยทันที
“นี่พูดจริงปะ?”
“...”
“แค่นี้ถึงกับต้องเลิกเลยเหรอวะ”
“... ก็ถ้าไม่มีเราบ่นฉลามก็จะได้ทำอะไรก็ได้ตามใจฉลามเลยอ่ะ” ฉันพูดแล้วก็ร้องไห้ออกมาต่อหน้าเขา แล้วก็เห็นว่าสีหน้าของฉลามดูตกใจ ก่อนที่เขาจะลูบหน้าตัวเองแรงๆ แล้วบีบต้นแขนของฉันไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บแปลบๆ
“ไม่เลิก”
“...”
“ไม่เลิก ได้ยินปะ” เขากระแทกเสียงใส่ฉันเหมือนเริ่มโมโห ก่อนที่จะเขย่าตัวฉันด้วย “พูดงี้ได้ไงวะ ถ้าเลิกแล้วเธอจะไปหาใครนอกจากเรา”
“...”
“เธอเป็นเมียเราปะนิ้ง”
“แล้วทำไมฉลามต้องไปพูดแบบนั้นด้วยล่ะ” ฉันเงยหน้าขึ้นพูดกับเขาทันที “ฉลามไม่คิดถึงคนอื่นที่มาฟังบ้างเหรอว่าเค้าจะคิดยังไง”
“อะไร?”
“...”
“ที่เรียกเธอว่าเมียอ่ะนะ” ฉันพยักหน้ารับทันที แล้วฉลามก็เสยผมตัวเองเหมือนไม่รู้จะอธิบายยังไง “ทำไม ก็เธอเป็นเมียเราจริงปะ”
“...”
“แล้วไอ้ชินอะไรนั่นมันก็อยู่ ก็ให้มันรู้ไปเลยไงว่าเราเป็นไรกัน”
“แต่เราไม่อยากให้ใครรู้” ฉันตอบกลับไปทันที ไม่ใช่ว่าฉันไม่รักเขาหรือไม่ยอมรับอะไรเลยนะคะ ฉันรู้ว่าที่ฉลามพูดแบบนั้นเพราะเขาไม่คิดมากกับสายตาของคนอื่น แต่ฉันเป็นผู้หญิงอ่ะ ฉันให้ความสำคัญนะ “ขนาดฉลามมาง้อเราฉลามยังไม่เคยสนใจความรู้สึกเราเลย”
“ไม่สนอะไรวะ ถ้าไม่สนเธอแล้วจะมาง้องี้มั้ย” เขาเลิกคิ้วเหมือนเริ่มไม่เข้าใจ ก่อนที่จะคว้าข้อมือฉันแล้วดึงให้เข้ามาหาตัว “นิ้งไม่ต้องมาอ้างนู่นอ้างนี่ได้ปะ เรื่องแค่นี้นิ้งต้องขอเราเลิกเลยไง?”
“...”
“หรือที่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเป็นเมียเราเพราะเจอคนอื่นแล้วว่างั้น?” ฉันเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าเขาจะคิดแบบนี้ “ทำไม หรือพอเรามันแย่ใส่แล้วเลยจะไปเหรอวะ”
“...”
“จะทิ้งเรายังไงก็ได้ว่างั้น”วรอนานแล้วนะครับ”
