บทที่ 2 ภาค 3 Ep.1 เคยตัว (2) จบตอน
“ฉะ... ฉลาม” ฉันเบ้หน้าออกมาเพราะกลั้นน้ำตาเอาไว้อีกไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ฉันพยายามแล้วแต่มันทำไม่ได้จริงๆ เขาพูดออกมาได้ยังไงอ่ะ เขาคิดได้ยังไง “ถ้าฉลามจะพูดแบบนี้กับเรา...”
“...”
“งั้นก็เพิ่งอย่ามายุ่งกับเราเลย” ฉันพูดแล้วดันเขาออกด้วยมือที่สั่นเทา แล้วฉลามดุก็มองหน้าฉันเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง “แล้วตั้งแต่นี้เราจะไม่ยุ่งกับชีวิตของฉลามแล้ว”
“...”
“เราจะกลับบ้าน... ไปส่งเราที่บ้านได้มั้ย”
[CHALAMDU : SIDE]
แม่งเอ้ย
ผมทึ้งหัวตัวเองอย่างแรงหลังจากที่ขับมอไซต์มาส่งนิ้งที่หอพักเธอตามที่เธอขอ ตอนแรกก็ไม่อยากทำ แต่พอเห็นว่าถ้าไม่ไปส่งนิ้งจะกลับเองแล้วจะออกไปจากชีวิตผมจริงๆ ผมก็เลยไม่มีทางเลือก เลยต้องตามมาส่งเธอที่นี่
คนตัวเล็กไม่มองหน้าผมเลยตอนที่ลงจากรถแล้วผมหันกลับไปจ้องหน้าเธอตลอดเวลา ตอนที่นั่งมาก็ไม่พูดกับผมสักคำ ผมอยากจะถามว่าทำไม แต่พอเห็นว่าเธอไม่แม้แต่จะมองหน้าผมก็ไม่ได้ถาม
ผมรู้สึกว่าตัวเองพลาดว่ะ โคตรพลาดเลย
ก็ไม่ได้ตั้งใจจะพาลใส่เธอ แต่แม่งทนไม่ได้ ก็นิ้งจะขอผมเลิก ถึงผมจะเหี้ยแต่ผมก็ไม่ใช่คนที่ได้ผู้หญิงแล้วทิ้งนะเว้ย ผมรักเธอไปแล้ว ทำไมผมต้องเลิก
มันไม่ใช่เหตุผลที่ควรจะขอเลิกเลย เอาตรงๆ ปะ
แล้วผมก็ง้อเธออยู่ แต่ก็ดูเธอพูดกับผมดิ ไม่ให้คิดได้ไงว่าไม่รักผมแล้ว
“นิ้ง” และสุดท้ายผมก็เรียกชื่อเธอขึ้นมา แล้วร่างเล็กก็ทำแค่เหลือบมามองนิดหน่อย “ไม่เลิกนะ รู้ปะ”
คะนิ้งมองหน้าผม ก่อนที่เธอจะหันหน้าหนีไม่ยอมตอบอะไรแล้วเดินขึ้นตึกไปเหมือนหมดคำที่จะพูดกับผมในวันนี้แล้ว ทิ้งผมให้นั่งคร่อมมอเตอร์ไซต์มองตามหลังเล็กๆ ของเธอที่ค่อยๆ ห่างออกไปโดยที่ทำอะไรไม่ได้ จะตามเธอไปแต่สัญชาตญาณมันพอรู้ตัวว่าถ้าตาม ไม่ถูกไล่ออกจากห้องก็คงโดนตบอีก ผมเลยไม่ได้ไปไหน แล้วนั่งอยู่ที่เดิม
ไม่รู้ว่าเธอคิดยังไงกับตัวผมช่วงนี้ แต่ผมพูดไว้แค่นี้
ผมไม่ได้เปลี่ยนไปเลยจริงๆ
“มึงว่าไงนะอีหลาม”
“โทรไปคุยกับนิ้งให้กูหน่อย” ผมเว้าวอนกับเจ๊ตอนที่แวะมาบ้านมันเพราะวันนี้ไม่มีงาน ไอ้พัสก็อยู่ด้วย มันหนีเมียมันมาที่นี่ แต่น้าติ๋มไม่อยู่ เห็นเจ๊บอกขาดขาเลยต้องไปช่วยคืนทุนให้เพื่อน แต่ก็ช่างแม่งเหอะ มันไม่ค่อยสำคัญมาก
“มึงทะเลาะกันมาอีกแล้วล่ะสิ” เจ๊พูดเหมือนรู้ทัน แล้วผมก็เถียงไม่ได้ “ให้กูเดา มึงคงจะใจร้อนอะไรใส่น้องอีกถูกปะ”
เออ แล้วกูก็เถียงไม่ออกอีกไง รู้ดีแม่งไปหมดทุกเรื่องจริงๆ
“นิ้งขอกูเลิก” ผมตอบเสียงห้วน พูดแล้วก็หงุดหงิด “เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องเลิกเลยเหรอวะ”
“...”
“หรือนิ้งจะเจอคนอื่นที่ดีกว่ากูแล้ววะเจ๊” ผมพูดเอาเอง แล้วกำแก้วเหล้าแน่นจนแทบแตกคามือ “มันเป็นใครวะ กูจะได้ไปเล่นแม่ง”
“มึงเลิกหึงจนหน้ามืดแล้วฟังกูก่อนได้ปะ” เจ๊ตบหัวผมก่อนที่จะทำสีหน้าจริงจังขึ้นมา “น้องนิ้งบอกมึงว่ายังไงนะ มึงเปลี่ยนไป?”
“เออ” ผมลูบหัวตัวเองแล้วตอบรับสั้นๆ
“แล้วมึงได้เปลี่ยนจริงปะ”
“กูไม่เคยเปลี่ยนเหี้ยอะไรทั้งนั้นอ่ะ” ผมพูดอย่างเครียดๆ ก่อนที่จะเสยผมขึ้นแล้วคว้าเบลนด์เทใส่แก้ว ใส่โซดา วนๆ ด้วนิ้วกลางแล้วชิม ชงเหล้าให้ตัวเอง “นิ้งบอกว่าตอนนี้สำหรับกูมันเป็นช่วงหมดโปร โปรห่าไรวะ”
“...”
“กูก็แค่ขี้เกียจฟังเวลานิ้งบ่น ก็แค่อยากเป็นตัวเองเฉยๆ” ผมระบายออกมา ก่อนที่จะกระดกเหล้าลงคอ “แล้วที่หวงเค้ามากไป ก็กูรักเค้าอ่ะ กูหวงเมียตัวเองมันผิดตรงไหน”
“มันไม่ผิดหรอก” เจ๊เพทเอื้อมมือมาตบไหล่ผมเหมือนจะปลอบใจอยู่ในที “แต่มันมากไป แล้วปากมึงก็หมาจะตายเวลาโมโหอ่ะ”
“...”
“มึงเป็นผู้ชายเวลามึงพูดมึงแม่งไม่คิดหรอก แต่ผู้หญิงมันคิด”
“...”
“ก็บอกแล้วว่าคนอย่างมึงมันต้องเจอของจริงมันถึงจะคิดได้” มันพูดกับผมแบบนั้น แล้วผมก็นิ่งไป “เอาเป็นว่าเดี๋ยวกูจะคุยให้ กูก็ไม่อยากเห็นน้องนิ้งเสียใจ”
“...”
“ส่วนมึงก็เก็บเรื่องวันนี้ไปคิดด้วยละกัน”
[CHALAMDU : SIDE END]
ฉันนั่งทบทวนหนังสืออยู่ในห้องคนเดียว
ถึงจะแทบไม่เข้าใจเลยเพราะมีแต่เรื่องที่ทะเลาะกับฉลามวันนี้อยู่ในหัวก็ตาม แต่ฉันก็เหนื่อยเกินกว่าที่จะหันไปคุยกับเขาแล้ว ฉันไม่รู้ว่าเขาจะมองฉันว่าเป็นผู้หญิงงี่เง่ารึเปล่า แต่ฉลามทำให้ฉันเหนื่อยที่จะพูดกับเขาแล้วจริงๆ
ก็เขาไม่เหมือนเดิมนี่
ครืด ครืด
ฉันสะดุ้งน้อยๆ ตอนที่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์สั่นข้างๆ มือ ตอนแรกก็คิดว่าถ้าเป็นฉลามฉันจะไม่รับสาย แต่มันกลับไม่ใช่เขา
เป็นพี่เพทายที่โทรมาต่างหาก
ติ๊ด
“ฮัลโหล พี่เพทาย” ฉันรีบรับสายทันทีเพราะพี่เพทายก็เหมือนกับเป็นพี่สาวแท้ๆ ของฉัน ฉันไม่ได้เจอกับเธอหลายวันเพราะฉลามบอกเธอไม่ค่อยว่างก็เลยแทบไม่ได้คุยกันเลย จนวันนี้ที่ฉันไม่สบายใจ เหมือนพี่เพทายจะเป็นที่พึ่งของฉันได้เพียงคนเดียวในเวลานี้ “... คิดถึงพี่เพทายจังเลย”
[เฮ้ย ปากหวาน] เธอหัวเราะกลับมาทันที [เจ๊ก็คิดถึง เนี่ย ที่โทรมาก็จะมาคุยด้วย]
“อะไรเหรอคะ” ฉันถามกลับไป แล้วพี่เพทายก็ตอบกลับมา
[วันนี้ทะเลาะกับอีหลามมาใช่มั้ย] ฉันชะงักไป ไม่รู้ว่าเธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง แต่เพราะอยากหาคนระบายความรู้สึกอยู่แล้วฉันเลยเลือกที่จะไม่ถามอะไร และตอบรับไปแทน
“ใช่ค่ะ” เสียงของฉันสั่นน้อยๆ “ฉลามพูดไม่ดีกับนิ้งเลย”
[ไหนเล่ามา]
“ก็...” ฉันเม้มริมฝีปากพอรู้สึกตัวว่าจะร้องไห้ออกมา แต่ก็กระพริบตาไม่ให้ตัวเองร้องเพราะฉันไม่อยากทำตัวขี้แยแล้ว “ช่วงนี้ฉลามดูเปลี่ยนๆ อ่ะค่ะ ฉลามไม่ใจดีเหมือนเดิมเลย แถมยังชอบดุนิ้งด้วย พอนิ้งจะไปคุยกับเพื่อนฉลามก็หึง โมโหใส่นิ้งตลอดเลย”
[...]
“พอบ่นเขาก็ไม่ค่อยฟัง แถมบอกว่านิ้งขี้บ่นอีก”
[...]
“พอไปปรึกษากับเพื่อน เค้าก็บอกว่าตอนนี้เป็นช่วงหมดโปรของฉลามแล้วอ่ะค่ะ ฮึก... นิ้งไม่รู้จะทำยังไงแล้ว” ท้ายประโยคฉันพูดเสียงแผ่วลงเพราะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว พี่เพทายเงียบไปสักพักเหมือนเธอกำลังใช้ความคิด ก่อนที่จะตอบกลับมา
[สำหรับอีหลาม เจ๊ว่ามันก็ไม่เชิงช่วงหมดโปรหรอกมั้ง] เธอพูด แล้วเริ่มอธิบาย [เออ แต่พอได้ฟังงี้เจ๊ถึงได้รู้ว่าอีหลามตอนนี้มันดีกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยว่ะ]
“ดะ... ดีกว่ายังไงเหรอคะ” ฉันถามขึ้นมาอย่างตั้งใจฟัง เพราะไม่เคยรู้เรื่องแบบนี้จากปากของฉลามมาก่อนเลย เหมือนเขาไม่ค่อยชอบพูดถึงเรื่องเก่าๆ ของตัวเองสักเท่าไหร่
[ก็เมื่อก่อนมันแรงกว่านี้อีก นี่ยังไม่ถึงครึ่งของฤทธิ์เดชจริงๆ มันเลยรู้ปะ] พี่เพทายตอบกลับมา แล้วฉันก็เริ่มหน้าซีด [คือนี่ก็นิสัยมันนั่นแหละน้องนิ้ง อย่าซีเรียสเลย มันเป็นคนงี้มานานแล้ว ถามเจ๊ได้ เจ๊รู้ดีกว่าที่มันรู้สันดานตัวเองอีก]
“...”
[อีหลามถ้ามันไม่แคร์จริงๆ มันไม่มานั่งหงุดหงิดน้องนิ้งให้เสียเวลาหรอกนะ มันจะไม่ยุ่ง ไม่สนใจ เอาง่ายๆ คือแม่งจะไม่ไว้หน้าอะไรเลย]
“...”
[อันนี้เจ๊หมายถึงถ้าสมมุติมันไม่ไยดีอะไรน้องนิ้งจริงๆ อ่ะนะ]
“...”
[อีนี่อ่ะมันปากหมาเวลาโมโห ก็ฟิลผู้ชาย มันก็พูดห้วนๆ ไม่แคร์ใครหรอก] เธอพูดเสริมขึ้นมาพอเห็นว่าฉันเงียบไป [แต่นี่ดูๆ แล้ว ก็แค่สันดานมันเริ่มออกเฉยๆ ก็ต้องทำใจอ่ะน้องนิ้ง อีหลามใจมันแรง]
“...”
[เมื่อก่อนที่มันเหี้ยๆ มันเคยหึงขนาดที่ว่าเอาไม้หน้าสามไปทุบกระจกรถผัวใหม่ของเมียเก่าจนเค้าแจ้งความจะจับมันเลยรู้ปะ] ฉันช็อกไปเลยพอได้ยินแบบนั้น [แต่ตำรวจแม่งไม่รับเรื่องหรอกเพราะตอนนั้นมันยังเด็กอยู่]
“...”
[เจ๊ก็รู้นะว่าแม่งเยอะ แต่เจ๊ห้ามไม่ได้ว่ะ ของพวกนี้ ก็เตือนมันไปแล้วแหละ แต่ไม่รู้ว่ามันจะคิดตามที่เจ๊พูดได้มั้ย]
“...”
[แต่ก็งี้อ่ะ ผู้ชาย แม่งไม่นิ่มนวลนักหรอก] พี่เพทายพูดเหมือนอยากจะให้ฉันใจเย็นลง [เจ๊ว่าก็อย่าถึงกับเลิกกันเลย มันก็ไม่ได้มีคนอื่นนะ มันก็รักน้องนิ้งอยู่]
“...”
[เอาจริงๆ อีหลามมันก็ไม่รู้จะง้อน้องนิ้งยังไง นี่มันให้เจ๊โทรมาคุยให้นะเนี่ย]
“...”
[เป็นไง ได้ยินงี้แล้วสบายใจขึ้นยัง]
“ก็...” ฉันนิ่งไป ก่อนที่จะถอนหายใจเฮือกใหญ่ “นิ้งพอเข้าใจแล้วค่ะ”
[...]
“แต่ฉลามก็ใจร้อนจนบางทีนิ้งก็เหนื่อยที่จะพูดแล้วอ่ะพี่เพทาย” ฉันเม้มริมฝีปากแน่น “นิ้งก็แค่อยากปล่อยให้ฉลามลองมีอิสระดูบ้างก็เท่านั้น”
[...]
“นิ้งไม่อยากได้ยินคำว่าขี้บ่นจากฉลามแล้ว”
[CHALAMDU : SIDE]
ผ่านไปห้าวัน
นิ้งแม่งไม่โทรตามผมจริงๆ ด้วยว่ะ
เอาจริงๆ สี่ห้าวันที่ผ่านมาผมไปนั่งกินเหล้าเหมือนปกติ ใช้ชีวิตเหมือนเดิม กลับตีสองตีสาม ทั้งๆ ที่นิ้งต้องทักมาถามไม่ก็เคาท์ดาวน์ผมไปแล้ว แต่นี่แม่งไม่มีเลย
เอาจริงๆ หลังจากที่ทะเลาะกันวันนั้น รู้สึกว่าเจ๊มันจะไปพูดอะไรสักอย่างให้เธอฟัง วันต่อมาพอผมขับรถไปหานิ้งก็กลับมาคุยกับผมเหมือนเดิม เราไม่ได้เลิกกันอย่างที่ผมกลัว แต่แม่งก็มีอะไรเปลี่ยนไปนิดหน่อย
อย่างเช่น ก็นั่นไง ที่ไม่โทรไม่บอกอะไรผมเลย
เวลาจะเลิกเรียนก็ไม่โทรตามให้มารับ ไม่ทักมาบอก ก็มีผมนี่ไงที่ต้องทักไปถามเธอถึงจะตอบกลับมาว่าเลิกแล้ว
“ทำไมไม่โทรมาบอกวะว่าเลิกแล้วอ่ะ” ผมพูดกับเธอแล้วขยี้หัวตัวเองอย่างหงุดหงิด
ก็วันนี้ผมมารับเธอแล้วเห็นว่านิ้งกำลังจะเดินออกจากมหาลัยโดยที่ไม่รอผมมารับเหมือนทุกวัน เพราะเธอไม่ยอมบอกไงว่าเลิกกี่โมงผมเลยไม่รู้ พอเลิกเรียนก็ไม่ทักมาบอกผมเลยกะเวลาเอาเอง
ถ้าแม่งมาช้าอีกนิดเธอก็คงกลับไปแล้ว ทำไมทำงี้วะ
“เราก็นึกว่าฉลามทำงานอยู่นี่” เธอตอบซื่อๆ แล้วคลี่ยิ้มให้ผม “แต่ฉลามมารับเราทันก็ดีแล้วล่ะ”
“แล้วเราจะรู้มั้ยว่าเลิกเวลานี้ ก็เธอไม่บอกปะ” ผมสวนกลับทันทีตอนที่นิ้งยกตัวขึ้นมานั่งบนมอไซต์ ก่อนที่เธอจะนิ่งไป แล้วตอบกลับมา
“ก็เราอยากให้ฉลามมีเวลาอยู่กับตัวเองเยอะๆ”
“...”
“ไม่ดีเหรอ”
“แต่มัน” ผมตั้งท่าจะสวนกลับอีก แต่พอมานั่งคิดทบทวนคำพูดเธอดีๆ ผมก็ชะงักไปเพราะรู้สึกว่ามันมีไรเคลือบแฝงอยู่นิดหน่อย ไม่รู้ว่าแม่งหมายความว่าไงนะ ไม่รู้ว่าใช่อย่างที่ผมคิดมั้ย
แต่อยู่ดีๆ กูก็พูดไม่ออก
แม่งรู้สึกขึ้นมาเองว่ะ ไม่รู้ทำไม
“แล้วคืนนี้นิ้งจะให้เรากลับห้องกี่โมง?” ผมเปลี่ยนเรื่องคุยแล้วถามถึงช่วงเวลาที่ผมต้องกินเหล้าขึ้นมาตอนที่ขับออกนอกประตูมหาลัย เอาจริงๆ ไม่เคยถามคำถามนี้กับเธอเลยว่ะ เพราะปกตินิ้งก็ชอบโทรมาเคาท์ดาวน์ผมอยู่แล้ว แต่พอสี่ห้าวันเธอไม่โทรตามผมแม่งก็รู้สึกเหมือนขาดๆ อะไรไป
แต่พอนิ้งตอบกลับมาที
“ฉลามจะมาถามเราทำไมอ่ะ”
“...”
“เราตามใจฉลามเลยนะ ฉลามจะกินเหล้าถึงเช้าเราก็จะไม่บ่นเลย”
เฮ้ย
“ได้ถึงเช้าเลยเหรอวะ” ผมทวน แล้วปรับกระจกมองหลังจะได้เห็นสีหน้าของเธอชัดๆ ว่าไม่ได้หูฝาด แล้วผมก็เห็นว่าคะนิ้งกำลังยิ้มอยู่
“อื้อ” เธอพยักหน้ารับ “แล้วถ้าฉลามไม่ไหวฉลามก็ไม่ต้องมารับเราก็ได้”
“...”
“เดี๋ยวเราไปเอง จะได้ไม่รบกวนเวลานอนฉลามด้วย” ผมชะงักไปเมื่อเห็นว่าอยู่ดีๆ เธอก็ว่าง่ายขึ้นมา ไม่บ่น ไม่พูดเยอะ ตามใจผมทุกอย่าง ไม่รู้ว่าเจ๊ไปพูดยังไงนิ้งถึงกลับมาโหมดนี้ใส่ผมได้ เอาจริงๆ แม่งก็ดี ผู้ชายที่ไหนก็ชอบ ผู้หญิงที่ว่าง่ายๆ
เออ ตัวผมก็รู้สึกว่ามันก็ดี ไม่ต้องมานั่งฟังเธอบ่น ไม่ต้องคอยเอาใจฝ่ายเดียว แต่ไม่รู้ทำไมว่ะ
แม่งหน่วงแปลกๆ
เออ แม่งหน่วงชิบหายเลยไง
“เฮ้ย วันนี้ไอ้หลามอยู่ยาวว่ะ” ไอ้ธันพูดพร้อมกับตบไหล่ผมหนักๆ หลังจากที่พอไปส่งนิ้งที่หอผมก็ไปทำงาน พอเลิกแล้วก็วกกลับมาที่บ้านมัน เห็นแม่งบอกว่าปิดร้านเลี้ยงเหล้าอยู่ พวกผมเองก็ยกพวกมานั่งแดกๆ กันในบ้านมันจนตอนนี้ตีสองจะตีสามล่ะ
นิ้งไม่โทรตามเลยว่ะ
“เออ ปกติมันอยู่ไม่ได้ไง เมียตาม” ไอ้เดี่ยวที่เริ่มเมาสมทบขึ้นมาเพราะมันอยู่ในทุกเหตุการณ์ที่นิ้งโทรตามผมกลับห้อง แล้วผมก็ตบหัวมันอย่างแรงตอนที่คว้าขวดเหล้ามาเทใส่แก้ว 1 ส่วน 4 “หรือเลิกกันแล้ววะ เค้าไม่ตามมึงเลยอ่ะ”
“ปากมึงมันน่าเอาตีนลูบว่ะไอ้เดี่ยว” ผมพูดเสียงห้วน แล้วกระดิกส้นตีนตัวเองยิกๆ
“เอ้า กูพูดจริง” มันพูดกับผมแล้วยกเหล้าขึ้นกระดกลงคอ แล้วใจผมก็กระตุกนิดหน่อย
“เลิกเหี้ยไร ช่วงนี้นิ้งแค่ตามใจกูขึ้นเฉยๆ” ผมพยายามหาข้ออ้าง หลักๆ คือปลอบใจตัวเอง แต่ลึกๆ แม่งก็รู้สึกเหมือนกันว่าเธอไม่เหมือนเดิมว่ะ ไม่ตามไม่อะไรเลยงี้ มันดูเหมือนเธอไม่สนใจผมยังไงไม่รู้
“เออ ก็ดีว่ะ เหมือนตอนมึงยังโสดดี” ไอ้บิ๊กโพล่งขึ้นมาตอนที่ผมยกเหล้าเข้าคอกลบเกลื่อนความคิดตัวเอง ผมชะงัก แล้วมันก็ก้มหน้ามองโทรศัพท์ตอนที่มีสายโทรเข้า “ไม่เหมือนเมียกู แม่งตามตลอด น่ารำคาญมัน”
ผมจ้องหน้ามัน หลังจากที่ไอ้เหี้ยบิ๊กพูดจบมันก็กดรับแล้วออกไปคุยกับเมียมันข้างนอก เพื่อนคนอื่นหัวเราะมันเสียงดัง เพราะศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายถ้าถูกสยบด้วยเมียแม่งจะเป็นอะไรที่เฟลเหี้ยๆ มันเหมือนถูกคุมเชิงต่อหน้าเพื่อน
แต่ผมกลับรู้สึกแปลกๆ ว่ะ
ผมรู้ว่ามันคงไม่ได้จงใจจะอวด เอาจริงๆ มันก็ดีไงที่ไม่มีคนคอยตาม จะอยู่จนถึงเช้าก็ยังได้ ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบหรอกว่ะที่นั่งๆ อยู่ก็มีคนคอยโทรให้กลับเหมือนแม่ แต่ผมแม่งหงุดหงิดว่ะ
ผมแม่งอิจฉา
ก็ไม่รู้จะอิจฉาไปทำเหี้ยอะไร
“เดี๋ยวกูมา” ผมพูดกับเพื่อนตอนที่กระแทกแก้วเหล้าลงบนโต๊ะในร้าน ก่อนที่จะเดินออกไปกดโทรศัพท์โทรหานิ้ง ก็ถ้าเธอไม่โทรตามผมก็โทรหาเองแม่งเลยไง จะได้รู้ไปเลยว่าทำไรอยู่
ผมรอสายอยู่นาน จนสุดท้ายนิ้งก็กดรับ
[... ฮัลโหลค่ะ] เสียงเธอดูงัวเงียเหมือนเพิ่งตื่น แล้วผมก็ไม่รอเหี้ยไรทั้งนั้น
“เราออกมากินเหล้ากับเพื่อน” เพราะพอเธอได้พูดผมก็แทรกขึ้นมาทันที “ยังไม่กลับ”
นิ้งเงียบ แล้วผมก็ลุ้นว่าเธอจะพูดอะไรกลับมา จนเธอตอบ [แล้วฉลามจะโทรมาบอกเราทำไมอ่ะ]
“...”
[เราก็บอกแล้วว่าเราตามใจฉลาม]
“แต่นี่แม่งจะตีสี่แล้วนะนิ้ง” ผมสวนขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจเพราะเธอดูไม่เดือดร้อนห่าเหวอะไรกับผมสักอย่างเลยว่ะ ทั้งที่ปกติเธอต้องเร่งให้ผมกลับแล้วไง แต่นี่คือไรวะ ตามใจ? จะมาตามใจผมทำไม “ถ้าเรากลับเช้าทำไง”
[ก็ตามใจฉลามเลยจ้ะ ฉลามจะกลับกี่โมงก็ได้]
“...”
[วางก่อนได้มั้ยอ่ะ... เราง่วงแล้ว]
ผมแม่งใบ้แดกตอนที่นิ้งพูดประโยคหลังพร้อมกับทำน้ำเสียงเหมือนจะงอแง ก่อนที่จะกดวางให้เธอทั้งๆ ที่ยังไม่เข้าใจว่าแม่งเกิดเหี้ยอะไรขึ้น ในหัวผมคิดทบทวนอะไรอยู่เงียบๆ จนได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์กับเมียของไอ้บิ๊กดังแจ้วๆ
แล้วอยู่ดีๆ ผมก็ของขึ้นว่ะ อยู่ดีๆ ก็โคตรหงุดหงิด
ไอ้บิ๊กหันมามองหน้าผมเพราะยืนอยู่ใกล้กันพอดี มันถือโทรศัพท์คุยค้างกับเมียไว้อยู่ แล้วผมก็จ้องหน้ามันตาขวางเหมือนพาล ก่อนที่จะกลับเข้าไปในร้าน แล้วเดินเข้าไปไปหาไอ้ธันโดยไม่สนใจคนอื่น
“มึง” ผมจ้องหน้ามัน ก่อนที่จะตัดสินใจทำไรสักอย่างเรียกร้องความสนใจเธอ “กูจะย้อมทอง”
“...”
“มึงเอายามาให้กูย้อมหัวตอนนี้เลยได้ปะ”
ย้อมหัวทองประชดเมียแม่ง
[CHALAMDU : SIDE END]
