บทที่ 2 2. อัปสร ส.บัวเพชร
สามเดือนก่อน
เก๊ง! เก๊ง! เก๊ง!
เสียงระฆังหมดยกดังขึ้นหลังหมัดขวาของนักมวยหญิงคนดังพลาดเป้าไปไม่ถึงสองวินาที หญิงสาวลดการ์ดลงพร้อมกับคู่ชก ต่างฝ่ายต่างถอยออกจากกันตามเสียงของกรรมการ
คนโปรดใช้ลิ้นดุนฟันยางในปาก ขณะที่ร่างเพรียวหมุนตัวเดินกลับมาที่มุมของตน ซึ่งมีพี่เลี้ยงนักมวยสามสี่คนกระโดดขึ้นมารออยู่แล้ว
เสียงเชียร์รอบเวทียังคงดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ พอหญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งบนสตูลมวยปั๊บ ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นก็ถูกพี่เลี้ยงเอามาเช็ดตามเนื้อตัว
“มาล้างหน้าก่อนอีโปรด” มีมี่ หรือเมธ ผู้ซึ่งเป็นทั้งพี่เลี้ยงนักมวยและเพื่อนที่โตมาด้วยกัน เอ่ยพลางเอาน้ำมาบีบใส่ลงบนใบหน้าที่แดงซ่านด้วยเลือดฝาดและเปียกไปด้วยเหงื่อ
อีกฝ่ายไม่ได้เป็นเพียงพี่เลี้ยงและเพื่อนของเธอเท่านั้น แต่ยังเป็นถึงลูกชายเจ้าของค่าย ที่สอนวิชามวยไทยให้ด้วย
“เอ้า อ้าปากซิ” มีมี่สั่งก่อนที่มือเล็กจะล้วงฟันยางในปากของเธอไปอย่างชำนาญ ไร้ซึ่งความรังเกียจเพราะมีมี่มีหน้าที่ล้วงฟันยางจากปากไอ้พวกนักมวยมาตั้งแต่สิบขวบ
นักมวยในค่ายทั้งชายและหญิง ตั้งแต่รุ่นเล็กถึงรุ่นใหญ่ล้วนผ่านมือลูกชายคนเดียวของครูม่วงมาแล้วทั้งสิ้น
“บ้วนเลือดออกมาก่อน” ล้วงเสร็จก็เอาขวดน้ำมาจ่อปาก อีกด้านคือพี่เลี้ยงอีกคนเอาแก้วน้ำพลาสติกมารอรับ คนโปรดเองก็ทำตามโดยไม่มีเงื่อนไข
เธอรับน้ำเข้าปากแล้วบ้วนโลหิตอันเค็มปร่าออกจากปากทันใด บ้วนเสร็จก็เงยหน้ามาเจอ ครูม่วง เจ้าของค่ายมวยผู้เปรียบเหมือนบิดาของตนปีนขึ้นมายืนเกาะเชือกบนขอบเวที
ใบหน้าของชายวัยสี่สิบห้าดูเคร่งเครียด ยื่นมือมาบีบไหล่เธอเพื่อเรียกสมาธิ ก่อนโน้มตัวเข้ามาพูดกรอกหูแข่งกับเสียงคนดู
“เอ็งอย่าเอาแต่ไล่บี้ที่หัว มันรอเอ็งเข้าอยู่ เห็นไหมว่าพอเอ็งเอาแต่จะรีบปิดเกม เข้าทีไรมันถอยครึ่งก้าวแล้วสวนทุกที หน้าแหกไปหมดแล้ว มันจะโดนน็อกเอานะโว้ย”
“จ้ะครู”
“มันกันหมัดเอ็งได้ทุกดอกแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อน ชายโครงจะเปิดตอนออกที่หมัด เอ็งเตะล่างให้มันเสียจังหวะก่อน ไม่ต้องรีบ พอมันเริ่มห่วงขาค่อยเข้า เข้าใจไหม”
“เข้าใจจ้ะ”
“อย่าประมาท ค่ายนี้เขาศึกษาเรามาดี เราต้องระวัง”
“จ้ะครู”
เห็นศิษย์เอกพยักหน้าเชื่อฟังครูม่วงก็หมดห่วง เพราะในบรรดาเด็กในค่ายทั้งชายหญิง คนโปรดถือว่าเป็นเบอร์ต้นในทุก ๆ ด้าน ทั้งฝีมือและความสอนง่าย
เมื่อครูม่วงถอยไปแล้ว พี่เลี้ยงอีกคนก็เอาทิชชูมาเช็ดแผลที่หางคิ้วให้ตามด้วยป้ายวาสลีนเคลือบแผลไว้ คนโปรดเพิ่งรู้ว่าตนคิ้วแตกก็ตอนนี้ คงโดนศอกเฉี่ยวไปเมื่อกลางยกนี่เอง
มิน่าถึงรู้สึกแสบ ๆ
ครบเวลาพักยกแล้วพวกพี่เลี้ยงก็ลงไปจากเวที พอไม่มีคนบังแล้วสายตาของนักมวยสาวก็ซัดผ่านเชือกเวทีออกไปอย่างตั้งใจ สายตาของเธอปะทะกับดวงตาคมคู่หนึ่งที่มองมาอยู่แล้ว
คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ของสปอนเซอร์ ใกล้พอจะมองเห็นได้ว่าเขากำลังขมวดคิ้วมองแผลแตกบนหน้าเธอ เห็นเพียงเท่านั้นก็เสียวหลังจนต้องหลบตา
เพราะกลับบ้านเมื่อไหร่โดนบ่นแน่นอน
เก๊ง! เก๊ง! เก๊ง!
เสียงระฆังยกสองดังขึ้น ดึงความคิดของหญิงสาวให้หันมาจนจ่ออยู่กับการแข่งขันตรงหน้า เธอหมุนคอคลายกล้ามเนื้อแล้วเดินออกไปตรงกลางเวที
ด้านคนที่กำลังขมวดคิ้วจนหัวคิ้วแทบผูกโบว์นั้นพยายามอย่างยิ่งที่จะคงความนิ่งเอาไว้ แม้ไม่รู้ว่าจะทำได้สักแค่ไหนแต่เขาก็ยังไม่ละความพยายาม
ครามไม่เคยเข้าใจเลยว่าคนอื่นมานั่งดูมวยกันอย่างสนุกได้อย่างไร เพราะตอนนี้เขาสนุกไม่ออกเลยสักนิด เคร่งเครียดไม่แพ้ครูมวยของเธอที่กำลังนั่งสั่นขาอยู่ข้าง ๆ กันเลย
เพียงแต่เขากำลังใช้มือจิกขาตัวเองอยู่ก็เท่านั้น
ชายหนุ่มมาดูแฟนขึ้นชกหลายครั้งแล้ว และรู้ดีว่าเจ้าตัวเก่งแค่ไหน ต่อให้ไม่ได้รู้เรื่องมวยลึกเท่าคนในค่าย แต่เขาก็สังเกตทุกครั้งว่าปกติเธอจะเป็นฝ่ายคุมเกม
บางไฟต์ครามยังไม่ทันนั่งจนก้นอุ่นดี แม่คุณก็จัดการคู่ชกจนกรรมการต้องเข้ามาแยกเสียแล้ว แต่วันนี้ไม่เหมือนกัน ดวงพรจากหาดใหญ่เก่งกว่าหลายคนที่เขาเคยเห็นมา
แต่ถ้าไม่เก่งก็คงขึ้นมาระดับภาคไม่ได้
รู้มาว่าเธอขึ้นชื่อเรื่องความอึด แถมยังเตรียมตัวมาแก้ทางคนโปรดโดยเฉพาะ ยกแรกเลยไม่มีใครยอมใครง่าย ๆ ผลัดกันเข้า ผลัดกันสวน ทำยัยแมวเก่าของเขาคิ้วแตกจนเลือดอาบหน้า
พอกรรมการให้สัญญาณเริ่มชกอีกครั้ง ครามก็หลุดจากภวังค์ความคิด ตาคมมองไปยังนักมวยสาวฝ่ายแดงบนเวทีที่กำลังวาดลวดลาย
คนโปรดเตะต่ำตามที่ครูม่วงสอน ทว่าคู่ชกกลับถอยหนีแล้วสวนหมัดกลับมา เธอเอี้ยวหลบทันทีแต่เพราะหมัดมาเร็วมากจึงยังเฉี่ยวที่สันจมูกจนหน้าหัน
ครูม่วงที่นั่งอยู่ข้างเขานั้นถึงกับสบถคำหยาบอย่างลืมตัว
“เอาอีกแล้ว สู้เขาโว้ยไอ้ลูกลิง”
แต่เหมือนยิ่งเจ็บอะดรีนาลีนก็ยิ่งหลั่ง ทั้งที่จมูกเริ่มแดงแต่คนโปรดกลับไม่เดือดร้อนสักนิด ถอยออกมาตั้งหลักอยู่ไม่กี่จังหวะก็กลับเข้าไปใหม่ คราวนี้เธอไม่ไล่บี้ด้านบนอย่างยกแรกอีกแล้ว
แต่เตะเจาะยางซ้ำตรงจุดเดิมสองครั้ง จนอีกฝ่ายที่เดิมหนีเก่งเริ่มช้าลง จากนั้นก็ส่งหมัดขวาเข้าที่ใบหน้าเพื่อหลอกให้ยกแขนขึ้นมากัน จะได้เปิดจุดอ่อน
ผลั่ก!
ผัวะ!
เมื่อช่องว่างที่ลำตัวเปิดออกอย่างที่ครูม่วงสอน หมัดขวาลุ่น ๆ จึงพุ่งเข้ากระแทกชายโครงด้านซ้าย และเมื่ออีกฝ่ายหุบศอกลงอีกหมัดก็เปลี่ยนทิศขึ้นไปที่ซีกหน้าด้านขวา
เสียงหมัดกระแทกดังปะปนไปกับเสียงคนพากย์และเสียงของคนดูรอบ ๆ เวที ครามแทบจะลืมตัวลุกจากเก้าอี้เมื่อเห็นว่าเธอถูกคู่ชกพุ่งเข้ากอดจนเซไปติดเชือกอีกฝั่ง
อีกหลายหมัดที่ประเคนเข้าที่จุดอ่อน ก่อนที่กรรมการจะพุ่งมาจับทั้งคู่แยกออกจากกัน อีกไม่ถึงสองนาทีต่อจากนั้น ดวงพรที่ถูกหมัดขวาเสยเข้าที่คางเป็นหมัดสุดท้ายก็ล้มลงหน้าหงาย
กรรมการรีบพุ่งเข้ามาขวางตรงกลาง เมื่อเช็กแล้วว่าฝั่งสีน้ำเงินหมดสติก็โบกมือยุติการแข่งขัน เป็นสัญญาณให้ฝั่งสีแดงชนะน็อคเอ้าต์ในทันที
“
และผู้ชนะในวันนี้คือ...อัปสร ส.บัวเพชร
!!!”
