บทที่ 3 3. แฟนนักมวย
เฮ!!
เสียงโห่ร้องดีใจจากฝั่งชนะดังลั่นยิ่งกว่าครั้งไหนเพราะลุ้นจนนั่งแทบไม่ติดที่มาตั้งแต่ยกแรก ครามหูอื้อไปหมด แต่ตาก็ยังคงไม่ละสายตาจากนักชกที่ยืนหอบอยู่กลางเวที
เธอยกแขนขึ้นเช็ดเหงื่อ ก่อนจะหลีกทางให้ทีมแพทย์ที่ปีนขึ้นเวทีมาได้เข้าไปดูอาการของคู่ต่อสู้ หญิงสาวเดินกลับมาฝั่งของตัวเองที่มีพี่เลี้ยงรออยู่แล้ว
จัดการส่งมือสองข้างให้มีมี่ถอดนวมให้ ก่อนหันมองไปที่ดวงพรด้วยความเป็นห่วง โดนเสยคางกลัวว่าจะเป็นอะไรรุนแรง แต่เมื่อฝ่ายนั้นถูกทีมแพทย์ปฐมพยาบาลจนฟื้นสติก็เบาใจ
“แป๊บนะ” ถอดนวมเสร็จก็ไม่ได้ยืนให้พี่เลี้ยงเช็ดเลือดให้ แต่เดินกลับไปหาคู่ชกของตน คนโปรดย่อตัวคุกเข่าช่วยประคองอีกฝ่ายที่กำลังลุกขึ้นนั่ง ก่อนยกมือไหว้เป็นการขอโทษ
“ขอโทษนะพร”
“ไม่เป็นไร ๆ รอบนี้เก่งแกฉิบหายเลยว่ะ ยินดีด้วยนะ” ฝั่งดวงพรเองก็โบกมือเบา ๆ เป็นเชิงว่าตนไม่ได้ติดใจเอาความ เพราะการบาดเจ็บบนเวทีมวยมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่รอบแรกที่ทั้งคู่ได้เจอกัน คนโปรดกับดวงพรเคยเจอกันมาแล้วเมื่อสี่ปีก่อน และรอบนั้นดวงพรเป็นฝ่ายชนะ ส่วนคนโปรดก็สลบเหมือดเหมือนเธอในครั้งนี้
หนักกว่าด้วยเพราะถึงขั้นโดนหามลงจากเวที
“แกก็โคตรเหนียวเลย ฉันเกือบไม่รอดอ่ะ” คนโปรดว่าด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะยกมือไหว้ดวงพรอีกครั้ง แล้วลุกขึ้นเพราะต้องไปทำตามขั้นตอน
‘ไอ้ลูกลิง’ ของครูม่วงที่วิ่งทำสีหน้าร่าเริงกลับให้พี่เลี้ยงฝั่งตัวเองเช็ดหน้าเช็ดตาให้ จากนั้นก็ถูกพาไปที่กลางเวทีเพื่อรับถ้วยรางวัลและสิ่งที่พวกนักมวยเรียกติดปากกันว่าเช็คยักษ์
ในฐานะตัวแทนของสปอนเซอร์ ครามเองก็ต้องขึ้นเวทีไปถ่ายรูปร่วมกับเธอและคนอื่นด้วย กว่าจะได้แยกย้ายก็นานทีเดียวที่อยู่ในขั้นตอนนั้น
นานพอให้เขาได้เห็นแผลที่คิ้วของเธอใกล้ ๆ และเห็นว่ามีอีกหลายแผลให้หงุดหงิดหัวใจ ทั้งที่สันจมูก ทั้งมุมปากที่ช้ำ ครามอยากจะบ้าตายเสียในตอนนั้น
แต่เพียงเสี้ยวเดียวที่มองตากัน เขาก็รู้ว่าต้องเก็บอาการ
ครามลงไปนั่งที่เดิม ไม่นานคนโปรดก็ลงจากเวทีไปพร้อมกับพี่เลี้ยงและคนอื่น ๆ อ้อมเวทีอีกฝั่งเพื่อไปที่ห้องพักนักกีฬา แต่ไปถึงได้ครู่เดียว เพื่อนที่สนิทอีกคนอย่าง เพลิง ก็ยื่นโทรศัพท์มาให้
มันไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่พยักพเยิดให้รีบรับสาย ส่วนตนก็กลับไปเตรียมตัวขึ้นชก คนโปรดมองหน้าจอก็เห็นว่าเป็นชื่อของคนที่เพิ่งมองตากันไปก่อนหน้านี้
กะเวลาแม่นเสียจริง
“กูเห็นฮีทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ตอนเห็นมึงคิ้วแตก รีบรับเหอะอีโปรด เดี๋ยวฮีก็มาพังห้องนักกีฬาหรอก” มีมีว่าก่อนจะผละไปช่วยเพลิงเตรียมตัวในฐานะลูกเจ้าของค่ายที่ทำงานหนักกว่าใคร ๆ
คนโปรดได้ยินอย่างนั้นก็หลุดยิ้ม แต่ไม่นานก็ต้องนิ่วหน้าเพราะมุมปากเจ็บตึง เธอกดรับสายในทันที
“ว่าไง”
“พี่ไปรอที่รถนะ ถ้าจะให้เพื่อนทำแผลให้ หนูแค่ล้างแผลก็พอ เดี๋ยวพี่ไปทำให้อีกทีที่บ้าน” แว่วเสียงทุ้มลอดผ่านสายมา บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
เหตุผลมันก็เพราะแผลบนตัวเธอ เป็นแบบนี้ทุกครั้งไป คนโปรดไม่เข้าใจว่าชกมวยไม่ให้มีแผลมันจะเป็นไปได้ไง แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเขา แถมยังตอบกลับไปอย่างใจเย็นอีกด้วย
“โอเค แป๊บเดียว”
“ค่ะ”
สายตัดไปแล้ว หญิงสาวจึงเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋า เธอเดินไปให้มีมี่ช่วยล้างแผลให้ตามคำสั่งคุณชายที่ออกไปรออยู่ก่อนแล้ว เกือบยี่สิบนาทีหญิงสาวก็เดินออกไปตรงที่ที่นัดกันไว้
เพียงแค่เดินพ้นตัวอาคารก็พบกับรถเบนซ์สีดำมันปลาบมาจอดรออยู่ใต้ร่มไม้ ทั้งคู่มักจะมานัดกันในที่แบบนี้เพราะมันอยู่ค่อนไปทางด้านหลังฮอล์ และไม่ค่อยมีคนเดินผ่านมาสักเท่าไหร่
เมื่อมองไปยังข้างรถ เรียวคิ้วก็เลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ เพราะในอากาศร้อนของตอนบ่าย แทนที่เขาจะนั่งตากแอร์รออยู่ในรถก็กลับมายืนกอดอกทำท่าทางขี้แอคอยู่ด้านนอก
“ทำไมไม่ไปนั่งรอในรถล่ะ ข้างนอกมันร้อนนะ” ว่าพลางก็เดินเข้าไปหาคนที่กำลังยืนพิงประตูฝ่ังคนขับ ด้านเขาเห็นเธอเดินไปหาก็โบกมือให้เดินไปอีกทาง ซึ่งเป็นฝั่งคนนั่งแล้วเดินตามมา
“ไม่เอาค่ะ มันไม่เท่” เขาว่าพลางเปิดประตูให้ มือหนาผายเป็นเชิงให้ขึ้นไปนั่ง
ด้านหญิงสาวเองแม้ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะมาเอาเท่อะไรตอนนี้แต่ก็คร้านจะถาม เพราะที่จริงลึก ๆ ก็รู้อยู่แล้วว่าเขาออกมายืนรอด้านนอกเพื่อจะมาคอยเปิดประตูรถให้เธอเท่านั้น
“ขอบพระคุณค่ะ”
ประชดกลับไปหนึ่งทีแล้วก็ขึ้นไปนั่งบนรถอย่างว่าง่ายเพื่อเอาใจคนที่อารมณ์บูดแต่ก็ยังมีแก่ใจมาทำตัวเจนเทิลแมน ไม่นานครามก็เดินอ้อมรถขึ้นมานั่งฝั่งคนขับ
แอร์ในรถเย็นฉ่ำสมกับที่ติดเครื่องทิ้งรอเอาไว้ คนโปรดเพิ่งเอนหลังกับเบาะได้ไม่ทันไรแฟนหนุ่มก็โน้มเข้าหา มือใหญ่ประคองข้างแก้มเธอเบา ๆ แล้วจับให้หันหน้าไปทางแสง
เธอเองก็ปล่อยให้เขาจับหน้าพลิกซ้ายพลิกขวาแต่โดยดี ปล่อยให้นิ้วโป้งของครามแตะใกล้รอยแตกตรงคิ้วอย่างไม่กลัวเจ็บเพราะเชื่อใจเขาอยู่มาก
แว่วเสียงถอนหายใจดังขึ้น ไม่นานนิ้วโป้งนั้นก็เลื่อนลงมาที่สันจมูกกับมุมปาก สีหน้าของเขาย่ำแย่มากขึ้นเรื่อย ๆ
“คิ้วแตกแบบนี้ คงเจ็บมากเลย”
“ไม่เจ็บหรอกน่า”
“เลือดไหลขนาดนั้นยังจะปากแข็งอีก”
“พี่...นักมวยไม่มีแผลคือนักมวยที่ไม่ได้ขึ้นชกนะ” แม้จะพูดแบบนั้น แต่คนโปรดก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเธอเอ็นดูเขาด้วยซ้ำที่เอาแต่นั่งบ่นเป็นหมีกินผึ้ง
ทำไมน่ารักแบบนี้วะ
คนยิ่งเจ็บจมูกหอมแก้มไม่ได้อยู่
