บทที่ 7 7. เขินก็บอก
“หรือว่าพี่เขิน” ขณะที่คิดแบบนั้น หญิงสาวก็ถามขึ้นยิ้ม ๆ ท่าทางไม่สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิด แถมยังหยอกหน้าตายทำเอาครามรู้สึกว่าใบหน้าเขามันร้อนผ่าวชอบกล
“พี่แค่แปลกใจ จั๊กจี้นิดนึงด้วย”
“เขินก็บอก ไม่ต้องมาทำพูดว่าจั๊กจี้”
แต่ถามว่าแปลกใจอย่างที่บอกเธอไปไหมก็คงต้องบอกว่าไม่ขนาดนั้น เพราะคบกันมาครบปีไปไม่กี่วันทำให้เขารู้จักเธอมากพอที่จะรู้นิสัย และนิสัยแบบนี้ของเธอมันก็ทำให้เขาชอบมาก
มันเขี้ยวเสียเต็มประดาจนต้องโน้มลงไปอุ้มยัยคนน่ารัักขึ้นมานั่งบนตักของตัวเอง
“เก่งจริง ๆ เลยนะ ตัวแค่นี้” ว่าพลางใบหน้าคมก็กดจมูกหอมลำคอเธอไปด้วย เพราะมันเป็นจุดเดียวที่หอมได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนแผล
ด้านคนโปรดไม่ได้ว่าอะไรเพราะคุ้นชินกันอยู่แล้ว เธอยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอของเขา มือลูบที่ช่วงท้ายทอยก่อนจะสอดนิ้วเข้าไปเล่นกับเส้นผม
“เราไม่ได้ตัวเล็ก พี่ต่างหากที่ตัวใหญ่”
“อ๋อ งั้นเหรอคะ”
ตามองตาอย่างลึกซึ้ง สารที่สื่อกันผ่านแววตาทำให้ครามรู้ว่าเธอไม่ได้แค่จะหยอกเขาเล่นแล้ว แต่กำลังเชิญชวนเขาอยู่
“ใช่สิ”
“โปรดขา ทำอย่างนี้พี่จะไหวได้ไง ไม่สงสารพี่เหรอ”
แต่คนโปรดลืมไปครามรู้จุดอ่อนเธอมากที่สุด รู้ว่าต้องพูดแบบไหนถึงจะทำให้ท่าทางก๋ากั่นสะดุด แค่มือที่ลูบกันก็ทำเอาร้อนผ่าวไปทั้งตัวแล้ว นี่ยังมาเรียกด้วยชื่อที่ใช้เรียกตอนทำอะไรกันอีก
ไม่รู้คิดถูกหรือไม่ที่ไปหยอกเขาแบบนั้น
“อะ อะไร”
“ไม่ได้แตะมาตั้งหลายวัน รู้ไหมพี่ต้องอดทนแค่ไหน”
“อื้ออ”
ริมฝีปากสวยโดนฉกจูบเบา ๆ โดยเจ้าของตัก ครามกดริมฝีปากลงมาอีกสองสามครั้งเพื่อหยั่งเชิง เมื่อเห็นว่าเธอไม่ว่าอะไรจึงยิ่งเหิมเกริมมากขึ้น
“จะให้พี่ทำยังไง มันแข็งจนปวดไปหมดแล้ว”
“ความผิดเราเหรอ”
“แล้วจะความผิดใครคะ ใครใช้ให้มาหอมเข่าพี่ล่ะ”
“แค่นั้นก็ขึ้นเลยเนี่ยนะ”
“แข็งโป๊กปาหัวหมาแตกเลยล่ะ”
“จะบ้า”
“ขอนะคะ ขอได้ไหม สัญญาจะระวังแผล”
แขนแกร่งโอบเอวคอดเข้าหาตัวจนแนบชิดไร้ช่องว่าง อีกมือประคองใบหน้าแม่นักมวยคนสวย จูบแผ่วเบาค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้นตามความโหยหา
คนโปรดเอนตัวตามแรงเบียดจนแผ่นหลังจมลงกับพนักโซฟา มือข้างหนึ่งเลื่อนไปจับต้นคอเขาไว้ ความรู้สึกภายในเริ่มคุกรุ่นและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“อื้ม คราม”
“ขา ว่าไง” ยิ่งเขาปากหวานตัวของเธอก็ยิ่งร้อนรุ่ม ครามผละออกไปแค่นิดเดียวเพื่อถามกลับ เธอก็รีบตามไปกำคอเสื้อแล้วดึงเข้าหาตัวเสียอย่างนั้น
ถึงปากจะพูดเหมือนไม่ยอมแต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความต้องการ แน่นอนว่าครามเห็นมันและรับรู้ได้เป็นอย่างดี
“จะทำก็ทำ”
ชายหนุ่มยิ้มพอใจก่อนประกบปากจูบอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่คิดจะพูดอะไรอีก แต่จัดการช้อนอุ้มคนน่าเอ็นดูขึ้นมาจากโซฟาในท่าอุ้มเข้าเอว คนโปรดเองก็คล้องแขนรอบลำคอเขาอย่างดี
ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่วายพูด
“แต่วันนี้ขึ้นให้ไม่ไหวแล้วนะ เจ็บขา ดวงพรเตะเอา ๆ เลยวันนี้” ได้ยินอย่างนั้นครามก็ยิ้มแล้วหอมแก้มนิ่มไปฟอดใหญ่ ก่อนจะกดจูบลงบนริมฝีปากที่ตนเพิ่งฟัดจนขึ้นสีแรง ๆ
“โอเค เดี๋ยวพี่ทำเองค่ะ” ว่าจบแขนแกร่งก็กระชับเรือนร่างปราดเปรียวของแฟนสาว พาเดินผ่านประตูห้องนอนไป
ทิ้งเอาไว้เพียงจอทีวีที่ยัังคงเล่นมิวสิควิดีโอต่อไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่มีใครสนใจมันอีก
