บทที่ 8 8. เดี๋ยวพี่ถอดให้
“พี่ถอดให้นะคะ”
ครามว่าใบหน้าระรื่นขณะที่วางแฟนสาวลงบนเตียง ไม่กี่วินาทีชุดที่เพิ่งใส่ได้เพียงชั่วโมงเดียว รวมถึงชั้นในแบบสปอร์ตของเธอก็ถูกถอดออกไปทั้งหมด
ทั้งบนและล่าง...
ร่างขาวที่มีแผลเป็นประปรายจากการประกอบอาชีพชกมวย และมีผิวสีแทนบางช่วงจากการซ้อมกลางแจ้ง ถูกจับให้นอนหงายอยู่ท่ามกลางผ้าปูสีเข้ม
สีผิวขาวนวลธรรมชาติตัดกับสีผ้าปูถูกใจคนมองอย่างยิ่ง
ชายหนุ่มคลานขึ้นเตียงมาทาบทับ ขาสองข้างของเธอถูกจับให้แยกออกกว้าง และดันขึ้นไปจนแนบกับหน้าอก ก่อนที่ปลายลิ้นเปียกชุ่มจะเริ่มตวัดเลียแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง
“อ๊ะ! คราม…”
“ขาที่รัก”
เขาขานรับเสียงหวาน มือลูบต้นขาที่มีร่องรอยช้ำม่วงแผ่วเบาและระมัดระวัง ดวงตาเรียวคมเหลือบขึ้นมองคนที่ตัวกระตุกอยู่เมื่อครู่อย่างถูกใจ
เรียวลิ้นร้อนผ่าวเริ่มไล้เลียไปบนเกสรที่กำลังชูช่อ นิ้วโป้งเริ่มขยี้เบา ๆ ลงบนปากทางที่เริ่มชุ่มน้ำหล่อลื่น
เรามีอะไรกันครั้งสุดท้ายเมื่อห้าวันก่อน จากนั้นเธอก็ต้องซ้อมและกลับไปนอนที่ค่ายเพื่อความสะดวก นอกจากกอดหอมบนรถตอนเขาแวะไปหาก็ไม่ได้ทำอะไรเลยกระทั่งวันขึ้นชก
เพราะอย่างนั้นต่อให้อยากแทบตายก็ทำเลยไม่ได้
น้องโปรดน้อยกลับไปปิดสนิทแบบนี้ หากบุ่มบ่ามทำเธอจะเจ็บตัว ครามไม่อยากให้แฟนเจ็บเลยแม้แต่ปลายเล็บ เพราะเขาชอบเวลาเธอเสียวจนน้ำตาร่วงมากกว่า
“ว่าไงคะ” เขาถามซ้ำแต่กลับไม่ปล่อยให้เธอตอบเลยแต่อย่างใด ตรงกันข้ามครามอ้าปากงับเม็ดสีชมพูแล้วดูดแรง ๆ เล่นเอาหญิงสาวสะดุ้งตัวโยน
“อ๊า!” เผลอร้องเสียงดังลั่นห้อง
แก้มขาวแดงปลั่งเป็นลูกมะเขือเทศ ขาเรียวทั้งสองข้างสั่นระริกไปหมด ลมหายใจถี่กระชั้นเพราะความตื่นเต้นตีรื้นขึ้นมาจนแทบกระอัก ทั้งที่ไม่ได้โดนเขาปลุกเร้าอะไรมากมายนัก
บางทีเธอก็ไม่เข้าใจร่างกายตัวเองเหมือนกัน อย่างกับพอเป็นครามมาสัมผัสก็พร้อมจะสนองเต็มทีเสียอย่างนั้น แต่ก็ว่าไม่ได้ เขาชำนาญขนาดนี้มันก็ไม่แปลกเลยที่เธอจะติดมือ
ติดทั้งสัมผัส ติดทั้งกลิ่นของแฟนจนงอมแงม
“อะ อื้ออ”
เรียวลิ้นอุ่นยังคงตวัดเลียซ้ำ ๆ ก่อนจะเริ่มเกร็งแหย่เข้าไปด้านใน ฉกชิมน้ำหวานที่หลั่งไหลออกมาอย่างบ้าคลั่ง มือข้างหนึ่งละจากต้นขามาสอดนิ้วเข้าในร่องชุ่มฉ่ำ
เริ่มที่หนึ่งนิ้วและสองนิ้วสำหรับถ่างขยายตามลำดับ
เขาทั้งใช้ปากและใช้มือไปพร้อมกัน สองนิ้วสลับกระแทก สลับกระดกบดขยี้จุดจีสปอร์ตปรนเปรอจนเกิดเสียงลามก ช่องทางถูกขยายให้อย่างนุ่มนวลแต่ก็ยังเสียวปานจะขาดใจ
“พี่ โอ๊ย...” กายสาวดีดดิ้น ร้องเรียกเขาเสียงกระเส่าก่อนจะร้องโอ๊ยอย่างน่าเอ็นดู เพราะโดนล็อกขาเอาไว้จึงไม่อาจหนีได้ ไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงที่เคยต่อยคนจนหมอบ ตอนนี้มันหายไปไหน
“เจ็บเหรอคะ” ถามทั้งที่ปากยังคงทำงานอย่างขะมักเขม้น นิ้วยาวงอกระแทกถูกจุดจนคนโปรดสะอื้น น้ำตาร่วงอาบแก้มอย่างน่าสงสาร สิ้นคำถามนั้นหญิงสาวก็ส่ายหน้า
“ไม่ มันเหมือนปวดฉี่”
“ไม่ใช่ฉี่หรอก เขาเรียกเสียวต่างหาก”
“พี่ ไม่เอานิ้วแล้วได้ไหม มันไม่ไหว” เสียงงอแงทำให้ครามยิ้มกริ่ม สายตาเจ้าชู้ลากไปบนเรือนกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของนักกีฬา แผลเป็นและรอยช้ำยังปรากฏให้เห็นอยู่ในสายตา
แม้จะบอกว่าไม่เคยอยากให้เจ็บตัว แต่ครามก็ยอมรับว่ามันสวยมากสำหรับเขา ทุกแผลบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตของเธอได้โดยที่ไม่ต้องเล่าออกมาเป็นคำพูดเลย
“หนูอยากได้อย่างอื่นเหรอคะ”
“อื้ม” ได้ฟังเธอตอบรับกลับมาซื่อ ๆ ทั้งที่หูตาแดงเถือกไปหมด รอยยิ้มร้ายกาจก็ยิ่งกดลึก ดวงตาของชายหนุ่มวาววับราวกับสัตว์นักล่า ครามหยุดสิ่งที่ทำอยู่ทันที
ครามเอี้ยวตัวไปเปิดลิ้นชักข้างหัวเตียง หยิบซองฟอยล์สีทองออกมาแล้วแกะสวมอย่างรวดเร็ว ไม่ให้ลีลาให้เธอใช้ปากแล้วเพราะทนรอไม่ไหว
ขาเรียวถูกยกขึ้นมาพาดบ่ากว้าง
“เดี๋ยวพี่ให้สิ่งที่อยากได้” ว่าพลางกดจูบลงบนฝ่าเท้าที่ยังปกคลุมด้วยถุงเท้าสปอร์ตสีขาวที่ยาวถึงกลางน่อง นั่นคืออาภรณ์ชิ้นเดียวที่คนโปรดมีเหลืออยู่ และมันก็เร้าอารมณ์ของเขาชะมัด
กายสูงขยับเข้าไปคร่อมทับร่างที่กำลังสั่นระริก ป้อนจูบเร่าร้อนปลุกเร้าให้หญิงสาวยิ่งต้องการมากขึ้น คนโปรดในตอนนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะมาต่อกร เป็นช่วงเวลาที่ว่าง่ายที่สุด
มือหนาชักรูดส่วนนั้นฟาดลงบนโหนกนูนเบา ๆ สองสามครั้ง ส่วนปลายถูไถกับปากทางคับแคบที่เข้าไปเยือนมาหลายครั้งแล้ว ก่อนจะผละจูบออกมาครูดฟันขบกัดลำคอเบา ๆ
ลากยาวลงมาถึงไหปลาร้า
“เจ็บก็บอกพี่นะ”
“อะ อือ...”
“แต่พี่รู้ว่าต่อให้เจ็บโปรดก็ไม่ให้หยุดหรอก จริงไหมคะ”
“อื้ออ!”
