บทที่ 10 พยาบาลจำเป็น

เมื่อเธอกินอาหารเช้าเสร็จ พิมพ์มาดาก็เอ่ยไหว้วานให้ทำธุระบางอย่างให้ทันที

“พั้นช์ ป้าขอรบกวนให้ช่วยดูแลพี่พีทหน่อยได้ไหมลูก

ยัยส้มมันโก๊ะ ๆ เดี๋ยวทำตาพีทป่วยหนักกว่าเดิม พอดีลุงกับป้า

มีธุระต้องออกไปทำนิดหน่อย ไม่งั้นป้าจะดูแลตาพีทเอง”

พาขวัญกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่แต่ก็ไม่เสียเวลาคิดนาน เพราะเรื่องง่าย ๆ แค่นี้ อย่างไรก็ทำให้กับผู้มีพระคุณของเธอได้อยู่แล้ว

“ได้ค่ะ ป้าพิมพ์ไม่ต้องห่วงนะคะ พั้นช์จะดูแลคุณพีทเองค่ะ”

เธอกลับเข้าไปในห้องนอนของเขาอีกครั้งพร้อมด้วยอุปกรณ์เช็ดตัว มือเล็กแตะบนหน้าผากก็พบว่าเขายังคง

ตัวร้อนจี๋เหมือนเดิม จึงถอดเสื้อออกแล้วค่อย ๆ เช็ดตัวให้ โดยแทบไม่กล้ามองเรือนร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสมบูรณ์แบบ แต่จนแล้วจนรอด อุณหภูมิร่างกายก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย

เธอจึงสอดมือเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนหนา ก่อนรูดเอากางเกงนอนตัวบางออกมา แล้วสอดผ้าเข้าไปเช็ดตัวในส่วนล่างให้ทุกซอกทุกมุม ยกเว้นบริเวณส่วนนั้นของเขาที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะเอามือเข้าไปใกล้

เมื่อเช็ดตัวให้ทั้งด้านบนด้านล่างสลับไปมาหลายครั้ง จนอุณหภูมิร่างกายเริ่มลดลงแล้ว จึงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหาชุดนอนมาสวมใส่ให้ แต่เมื่อเดินกลับมาถึงเตียง ก็พบว่าเขานอนลืมตามองเธออยู่ก่อนแล้ว

“คุณพีท ตื่นแล้วเหรอคะ เป็นอย่างไรบ้างคะ”

“ฉันเป็นอะไร”

เขามองเธอแบบงง ๆ ว่าเขาเป็นอะไร เท่าที่จำได้เมื่อคืนรู้สึกเมาและยังโดนเธอกระทืบเท้าอย่างแรงจนปวดไปหมด จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึก จึงไม่ได้ขึ้นมานอนบนห้อง แต่ทำไมในตอนนี้เขาถึงอยู่ในห้องนอนของตัวเองได้

“เอ่อ เมื่อคืนคุณเมาค่ะ คุณนอนอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เช้ามาเลยเป็นไข้ พี่หมอเพิ่งมาฉีดยาให้คุณ แล้วสั่งให้คอยเช็ดตัวลดไข้ ป้อนข้าวป้อนยาให้ เอ่อ พอดีป้าพิมพ์ออกไปธุระกับลุงพอล เลยวานให้พั้นช์ช่วยดูแลคุณค่ะ นี่พั้นช์เพิ่งเช็ดตัวให้คุณเสร็จ กำลังจะเอาชุดใหม่มาเปลี่ยนให้คุณพอดี”

เขายกผ้าห่มขึ้นดู ก็พบว่าท่อนล่างของเขาเหลือแต่กางเกงชั้นในตัวเดียว จึงรูดมันทิ้งลงทบนพื้นข้างเตียงอย่างรวดเร็ว

“คุณพีท”

“อึดอัด ฉันอยากล้างหน้าแปรงฟัน เธอไปเอาผ้าเช็ดตัวมาให้ฉันหน่อย แล้วพยุงฉันไปที่ห้องน้ำด้วย”

เธอทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย พร้อมพยุงเขาไปจนถึงเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า จัดแจงบีบยาสีฟันให้ และเมื่อมองเห็นภาพของเขาที่สะท้อนในกระจกเงาบานโตก็ต้องแก้มแดงปลั่ง รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า เพราะเขาใส่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวมัดปมไว้หมิ่นเหม่จวนเจียนจะหลุด โชว์เรือนร่างหนั่นแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและลอนซิกซ์แพ็กขึ้นชัดทุกลูก จึงเตรียมตัวจะออกจากห้องน้ำเพื่อให้เขาได้ใช้เวลาส่วนตัว แต่ก็ต้องชะงักเมื่อถูกเรียกเอาไว้ก่อน

“จะไปไหน”

“จะออกไปรอข้างนอกค่ะ”

“แต่ฉันป่วยอยู่นะ ถ้าเกิดล้มหัวฟาดขึ้นมาจะทำยังไง”

เธอมองเขาตาแป๋ว ก็ลุกขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟันได้แล้ว ไม่น่าจะเป็นอะไร ทำไมถึงยังต้องให้เธออยู่ดูแลอีก

“เอ่อ ค่ะ งั้นคุณพีททำธุระเถอะค่ะ พั้นช์จะยืนอยู่ตรงนี้”

คนป่วยพยักหน้าอมยิ้มพึงพอใจ แล้วล้างหน้าแปรงฟัน พร้อมทำธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะให้เธอพยุงพาเดินกลับไปที่เตียงอีกครั้ง

“เอ่อ คุณพีทใส่เสื้อผ้าก่อนนะคะ พั้นช์เช็ดตัวให้คุณแล้ว”

“อืม ใส่ให้ฉันสิ”

เขาจับปมผ้าขนหนูเตรียมที่จะปลดมันทิ้งลงพื้นเพื่อให้เธอใส่ชุดนอนตัวใหม่ให้

“คุณพีท ทำอะไรคะ”

“อ้าว ก็ถอดผ้าขนหนูออกไง เธอจะได้ใส่เสื้อผ้าให้

ฉันได้”

“มะ ไม่ต้องถอดค่ะ คุณใส่เองก็ได้นี่คะ”

“ฉันไม่ค่อยมีแรง เธอต้องใส่ให้ฉัน” พูดจบก็เตรียมถอดผ้าขนหนูที่มัดปมหมิ่นเหม่นั่นอีกครั้ง

“อย่าถอดค่ะ คุณขึ้นไปนอนบนที่นอนสิคะ เดี๋ยวพั้นช์

ใส่เสื้อผ้าให้”

พิรัชย์ทำตามที่เธอบอกอย่างว่าง่าย ขึ้นไปนอนบนเตียงเหมือนเดิม เธอจึงเอาผ้าห่มคลุมลำตัวท่อนล่างให้แล้วสอดมืออันสั่นเทาเข้าไปดึงผ้าเช็ดตัวออกมา พร้อมทั้งรีบสวมชุดนอนให้จนเรียบร้อย

“เสร็จแล้วค่ะ”

“อืม ฉันหิวแล้ว ป้อนข้าวให้หน่อยสิ”

เพราะรับปากกับผู้ใหญ่เอาไว้แล้ว จึงยอมทำตามที่เขาสั่งทุกอย่างด้วยการป้อนข้าวต้มกุ้งให้ แต่คนป่วยกินไปได้ไม่กี่คำก็อิ่มเพราะยังรู้สึกปวดหัวและไม่สบายตัวอยู่มาก

เธอจึงป้อนยาแก้ไข้ตามที่หมอสั่ง แล้วจัดการให้เขานอนพร้อมห่มผ้าให้ด้วย

“อย่าไปไหนนะ”

“ค่ะ พั้นช์จะเฝ้าคุณอยู่ตรงนี้”

ไม่นานเขาก็หลับไปอีกครั้งเพราะพิษไข้ ก่อนจะตื่นขึ้นมาในเวลาบ่ายคล้อยโดยที่อาการไข้ของเขาก็ยังไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไรนัก

“พีท เป็นยังไงบ้างลูก”

พ่อกับแม่ของเขากลับเข้าบ้านมาพอดี จึงรีบขึ้นมาดูอาการของลูกชายคนโตที่นาน ๆ จะล้มป่วยที ซึ่งทุกครั้งที่มีพ่อเขาอยู่ด้วย การสนทนาทุกอย่างของครอบครัวจะกลายเป็นภาษาอังกฤษทันที

“ไม่เป็นไรครับแม่”

“อุ๊ย ตัวยังร้อนอยู่เลย ให้แม่ตามหมอมาอีกรอบดีไหม เดี๋ยวแม่ให้ยัยส้มมาเช็ดตัวให้”

“ไม่เป็นไรครับแม่ เดี๋ยวผมกินยาตามที่พี่หมอจัดให้ แล้วให้พั้นช์เช็ดตัวกับดูแลผมอีกหน่อย เดี๋ยวคงดีขึ้น”

พ่อกับแม่ของเขาหันมองหน้ากันอย่างตกตะลึงที่ลูกชายคนโตร้องขอให้เด็กสาวคอยอยู่ดูแล

“เอ่อ วันนี้ทั้งวันพั้นช์ก็ดูแลและเช็ดตัวให้ผม อย่าให้ยัยเด็กส้มมายุ่งกับผมเลยครับ เงอะ ๆ งะ ๆ เดี๋ยวผมหงุดหงิดซะเปล่า ๆ”

“แล้วพั้นช์จะไหวเหรอลูก ดูแลพี่เขามาทั้งวันแล้ว”

“เอ่อ ไหวค่ะ พั้นช์ดูแลได้ค่ะ”

“งั้นเธอก็ไปเตรียมข้าวมาป้อนฉันเถอะ แล้วก็ไปอาบน้ำ เอาฟูกมาปูนอนข้างเตียงฉันด้วย คืนนี้เธอคงต้องนอนเฝ้าไข้ฉันทั้งคืน”

“ค่ะ”

“จะดีเหรอพีท น้องเป็นผู้หญิง แม่ว่าจะไม่เหมาะนะ”

“ถ้าแม่ให้ยัยเด็กส้มมาดูแลผม ผมก็ต้องให้เด็กนั่น

เอาฟูกมาปูนอนเพื่อเฝ้าไข้ผมอยู่ดีครับ แล้วผมป่วยแบบนี้จะไปทำอะไรลูกสาวแม่ได้ครับ ไม่มีอะไรหรอกครับแม่”

พิมพ์มาดาหันมองหน้าลูกสาวคนใหม่ทันทีเพื่อถามความสมัครใจ ซึ่งพาขวัญเองก็รู้ดีว่าผู้มีพระคุณกังวลเรื่องอะไร แต่เธอรู้สึกผิดไม่น้อยที่เป็นต้นเหตุให้เขาเจ็บเท้าจนขึ้นบ้านไม่ไหวแล้วนอนตากแอร์จนป่วย เพราะฉะนั้นเธอเองก็จำเป็นต้องร่วมรับผิดชอบที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพนี้เช่นกัน

“พั้นช์ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ได้ลำบากอะไร ป้าพิมพ์ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เดี๋ยวพั้นช์ดูแลคุณพีทให้เองค่ะ”

“อืม เอางั้นก็ได้จ้ะ ป้าฝากพี่เขาด้วยนะลูก พีทก็ห้ามเอาแต่ใจกับน้องมากนะ น้องดูแลพีทมาทั้งวันแล้ว คงเหนื่อยแย่”

“โธ่ แม่ครับ เดี๋ยวผมกินข้าวกินยาก็นอน ลูกสาวแม่ก็ได้พักแล้วครับ”

“จ้ะ งั้นพั้นช์ไปอาบน้ำเถอะลูก เดี๋ยวค่อยลงไปเอาข้าวต้มข้างล่าง ป้าจะบอกอังกาบให้ทำรอ”

“ไม่เอาครับแม่ ป้าอังกาบทำไม่อร่อย ให้ลูกสาวแม่ทำให้ผมแล้วกันครับ”

เป็นอีกครั้งที่พ่อกับแม่ของเขาหันกลับมามองหน้ากันด้วยความแปลกใจ แต่อย่างไรทุกคนก็ต้องทำตามใจคนป่วยก่อน

“งั้นเดี๋ยวพั้นช์จัดการเรื่องอาหารให้ค่ะ”

“ฝากด้วยนะพั้นช์ แต่พั้นช์ต้องนอนพักนะลูก พรุ่งนี้มีเรียนนี่นา เดี๋ยวจะไปไม่ไหว ขับรถเองอีก ป้าเป็นห่วง”

“ถ้าพรุ่งนี้ผมหายและไปทำงานไหว จะแวะส่งลูกสาวแม่ให้แล้วกันนะครับ ขากลับก็เดี๋ยวจะเลิกงานเร็วหน่อย ไปแวะรับให้ก็ได้ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ”

“จ้ะ พักผ่อนให้หายก่อนเถอะเราน่ะ”

พาขวัญปูฟูกนอนผืนน้อยที่ข้างเตียงของคนป่วย

ก่อนลุกขึ้นใช้มือแตะหน้าผากเพื่อวัดไข้อีกครั้ง และทันทีที่เธอแตะหลังมือบนหน้าผากอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมกริบก็ลืมขึ้นมามองสบตาเธอนิ่ง ๆ อยู่นาน

“อะ เอ่อ ตัวคุณยังรุม ๆ อยู่เลยค่ะ เช็ดตัวไหมคะ”

“อืม เอาสิ”

เขานอนนิ่งให้เธอจับแก้ผ้าเช็ดตัวให้อีกครั้ง และครั้งนี้ไม่เหมือนกับเมื่อเช้า เพราะเขามีสติรู้ตัวตลอดเวลา

“อืม พอแล้ว ฉันหนาว ไปเอาชุดใหม่มาใส่ให้ฉันทีสิ”

“ค่ะ”

เธอยอมทำตามที่เขาบัญชาทุกอย่าง ก่อนจะให้เขากินยาแก้ไข้อีกครั้งเมื่อถึงเวลา และห่มผ้าให้จนถึงหน้าอก

“นอนเถอะ ฉันก็จะนอนแล้ว”

“ค่ะ”

เมื่อเห็นว่าเขานอนหลับตาเพียงชั่วอึดใจก็หายใจอย่างสม่ำเสมอ เธอจึงทิ้งตัวลงนอนที่ฟูกข้างเตียงแล้วหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความอ่อนเพลีย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป