บทที่ 2 แรกพบ

เช้านี้พิมพ์มาดาทำหน้าที่เจ้าบ้านพาพาขวัญเดินชมรอบบริเวณบ้านและทำความรู้จักกับพื้นที่ใช้สอยในบ้านและห้องต่าง ๆ ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ในห้องรับแขกที่แสนโอ่อ่าเป็นห้องสุดท้าย

เด็กสาวยืนนิ่งตกตะลึงตาค้าง ไม่ใช่เพราะความหรูหราของเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งราคาแพงในห้องนี้หรอกที่ทำให้เธออยู่ในอาการนั้น แต่เป็นเพราะภาพถ่ายครอบครัวกรอบใหญ่ที่ติดไว้บนฝาผนังต่างหากที่ทำให้เธอตกอยู่ในอาการนี้

เธอมองผู้ชายในรูปซึ่งยืนเคียงข้างกับพอลสามีของพิมพ์มาดาที่เธอเคยเห็นหน้าบ่อย ๆ แต่ชายหนุ่มลูกครึ่งคนนั้น

เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เขามีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวพรรณขาวสะอาด ใบหน้าหล่อเหลาสไตล์ลูกครึ่ง โดยเฉพาะดวงตาคมกริบ

มีเสน่ห์คู่นั้นยิ่งดึงดูดเธอให้ตกอยู่ในภวังค์ จนเสียงของผู้หญิงที่เธอเคารพรักดังขึ้นถึงได้สติกลับคืน

“นี่ไง ลูก ๆ ของป้า ป้าก็ได้แต่เคยเล่าให้พี่ ๆ เขาฟังว่ามีเพื่อนสนิทและมีลูกสาวน่ารัก เด็ก ๆ ไม่เคยเห็นหน้ากันเลย ที่ยืนข้างป้านี่พี่แพท ลูกชายคนที่สองกับพี่พลอยลูกสาวคนเล็ก ส่วนที่ยืนข้างลุงพอลคือพี่พีท ลูกชายคนโตของป้า ตอนนี้พี่ ๆ เขากำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ที่อเมริกา พี่พลอยอยู่ปีสอง พี่แพทเรียนโท

ปีหนึ่ง ส่วนพี่พีทเพิ่งจบโทหมาด ๆ เลย เห็นว่าจะอยู่พาแฟนเที่ยวก่อนค่อยกลับไทยนะ อีกไม่นานคงได้เจอกัน”

“ค่ะ”

เธอตอบรับคำพูดของผู้มีพระคุณ ในใจวูบโหวงอย่างประหลาดเพียงเพราะรู้ว่าผู้ชายคนนั้นมีแฟนแล้ว แต่มันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับเธอเลย

คนหล่อและดูเพอร์เฟคขนาดนี้ แถมอายุยังพร้อมแล้วที่จะทำงานมีครอบครัว ก็ไม่เห็นจะแปลกที่เขาจะมีคนรัก ในเมื่อเขาเป็นลูกป้าพิมพ์ ก็ต้องมีศักดิ์เป็นพี่ชายของเธอด้วยนับจากนี้

“ไปดูที่สวนกุหลาบกับแปลงผักสวนครัวของป้าดีกว่า พั้นช์ต้องชอบแน่ ๆ ปกติป้าก็ไม่ค่อยมีเวลาดูแลหรอก ให้เด็ก ๆ

ในบ้านนี่แหละเป็นธุระให้ ถ้าพั้นช์อยากปลูกอะไรก็จัดการได้

เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ คิดเสียว่าบ้านนี้คือบ้านของพั้นช์เหมือนกัน”

ด้วยรู้ดีว่าสาวน้อยตรงหน้าชอบปลูกต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจเหมือนตัวเอง จึงรีบเปิดโอกาสให้สาวน้อยได้หางานอดิเรกทำแก้เหงาทันที

“ค่ะป้าพิมพ์”

“พรุ่งนี้ป้าก็ต้องไปทำงานแล้ว จะเกเรอีกวันก็คงไม่ได้ เพราะมีประชุมผู้ถือหุ้น เอาไว้วันหลังป้าพาไปซื้อต้นไม้มาปลูกกันนะ ป้าไม่ได้มีเพื่อนไปเดินดูต้นไม้มานานแล้ว ตั้งแต่พี่พีทไปเรียนโทนั่นแหละ”

เพราะพิมพ์มาดามีตำแหน่งเป็นถึงประธานบริษัทของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังที่เป็นเจ้าของทั้งบ้านจัดสรร รวมไปถึงคอนโดมิเนียมทั่วประเทศ จึงไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนัก ตอนนี้ก็รอเพียงลูกชายคนโตกลับมารับช่วงบริหารต่อ เพื่อที่จะได้มีเวลาว่างปลูกต้นไม้และเดินทางท่องเที่ยวใช้ชีวิตวัยเกษียณกับสามีเสียที

“ได้ค่ะป้าพิมพ์”

แล้วครึ่งวันเช้า สาว ๆ ก็ขลุกตัวอยู่ในสวนกุหลาบ โรงเรือนกล้วยไม้และแปลงผักสวนครัวจนใกล้จะถึงเวลาอาหารกลางวันจึงได้แยกย้ายกันไปอาบน้ำ แล้วลงมาเจอกันที่ห้องอาหารเหมือนเดิม

ช่วงบ่ายของวัน สองสาวใช้เวลาในการค้นหาข้อมูลการปลูกต้นไฮเดรนเยีย เพราะลงมติกันแล้วว่าจะทำแปลงปลูกรอบรั้วบริเวณด้านหน้าบ้านและในสวนหน้าบ้านอีกหลายจุด

“แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว”

เสียงทุ้มดังขึ้น เรียกให้สองสาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาหาข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือมองไปยังต้นเสียงทันที

“พีท กลับมาแล้วเหรอลูก”

พิรัชย์ คลาร์ก หนุ่มลูกครึ่งไทยอเมริกันที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวเทพเจ้าปั้น คิ้วหนาเข้ม ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ จมูกโด่งตามเชื้อสายของบิดา ริมฝีปากหยักได้รูปสีแดงสดสุขภาพดี รูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาว ผมรองทรงไถข้างสั้นปล่อยด้านหน้ายาวจัดทรงยุ่งนิด ๆ ยิ่งทำให้เขาดูหล่อเหลาอ่อนกว่าวัย

เขาตรงเข้าสวมกอดมารดาที่ลุกขึ้นยืนแล้วอ้าแขนรอ

ลูกชายคนโตของบ้าน

“ไหนว่าจะอยู่พาแฟนเที่ยวต่อไงลูก ทำไมรีบกลับมา”

“ค่อยกลับมาเที่ยวที่ไทยก็ได้ครับ ไปเรียนที่นั่นหลายปีแล้ว เที่ยวกันจนเบื่อแล้วครับ”

ทั้งสองผละออกจากกัน มารดาของเขาจึงมองไปยังด้านหลังของลูกชายที่มีสาวสวยแต่งกายโชว์สัดส่วนยกมือไหว้เธอ

“คุณแม่ สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีจ้ะ ชัญญ่า”

เธอรับไหว้ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักของลูกชาย แม้ว่าในใจจะไม่ค่อยชอบใจว่าที่สะใภ้คนนี้สักเท่าไร แต่เธอกับสามีถือคติที่ว่าปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน ไม่ว่าอย่างไร คู่ครองของลูกทั้งสามก็จะให้อิสระกับพวกเขาทุกคนในการเลือกกันเอาเอง แม้ว่าคนคนนั้น จะไม่ค่อยถูกตาต้องใจแม่สามีอย่างเธอเลยก็ตาม

ดวงตาคมกริบจ้องมองไปที่สาวน้อยร่างผอมบาง

ผิวขาวจัดซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังมารดา

“นี่หรือครับ เด็กที่แม่บอกว่าเป็นลูกเพื่อนรักที่เสียไป”

“ใช่จ้ะ นี่ลูกชายคนโตของป้า พี่พีทไงลูก ส่วนนั่นก็แฟนของพี่พีทเขา ชื่อชัญญ่า ส่วนนี่น้องพั้นช์ ต่อไปนี้น้องจะมาอยู่

กับเราในฐานะลูกสาวอีกคนของแม่”

“สวัสดีค่ะ”

พาขวัญยืนขึ้นแล้วพนมมือไหว้หนุ่มสาวคู่นั้นด้วยความนอบน้อม

“สวัสดีจ้ะ น้องพั้นช์”

ชัญญาภัคเอ่ยทักทายคนที่เป็นลูกสาวอีกคนของว่าที่แม่สามีเสียงหวาน แม้จะรู้สึกไม่ค่อยถูกชะตากับสาวน้อยผิวขาวผ่อง หน้าตาสวยหวานน่ารักราวตุ๊กตาคนนี้ก็ตาม

ดวงตาคมกริบจ้องมองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า สาวน้อยรูปร่างผอมเพรียว เอวบางร่างเล็กในชุดเดรสกระโปรงสั้นสีหวาน ผมยาวสีน้ำตาลเข้มมีผมหน้าม้า ใบหน้าเรียวรูปไข่ คิ้วเข้มถูกกันตกแต่งรับกับรูปหน้า ดวงตากลมโตหวานสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่งปลายเชิดรั้นรับกับริมฝีปากรูปกระจับอวบอิ่มสีแดงสด ใบหน้าสวยหวานน่ารักจนชวนใจแกว่งแม้ไม่ได้แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเลยก็ตาม

แต่เมื่อดวงตาคมกริบประสานกับดวงตากลมโตของเธอ สาวน้อยก็หลบตาวูบ ไม่ยอมมองหน้าเขาอีก ทำเหมือนกับว่าเกรงกลัวเขาเสียเต็มประดา จึงกดหัวคิ้วเข้าหากัน รู้สึกไม่ค่อยพอใจเธอสักเท่าไรนัก

“มากันเหนื่อย ๆ ไปพักก่อนไหม ค่อยลงมากินข้าวเย็นกันก็ได้ แล้วชัญญ่าจะค้างที่นี่หรือกลับบ้านตัวเองจ๊ะ”

“ขอรบกวนพักผ่อนที่นี่และทานข้าวเย็นก่อนนะคะ ชัญญ่าเหนื่อย ๆ ค่ะ เดี๋ยวค่ำ ๆ ค่อยกลับบ้าน ชัญญ่าบอกพ่อกับแม่ไว้แล้วว่าจะถึงบ้านค่ำ ๆ”

เพราะปกติหนุ่มสาวคู่นี้ก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเป็นประจำที่คอนโดมิเนียมของลูกชายเธอที่อเมริกา จึงไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จะให้ว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้อยู่ร่วมบ้าน

“งั้นผมพาชัญญ่าขึ้นไปพักก่อนนะครับแม่ เดี๋ยวมื้อเย็นเจอกันครับ”

“จ้ะ”

ดวงตาคมกริบเหลือบไปมองสาวน้อยคนนั้นอีกครั้ง และครั้งนี้เธอก็หลบตาเขาวูบเหมือนเดิม ยิ่งทำให้เขารู้สึกขัดหู

ขัดตาและไม่พอใจมากยิ่งขึ้น คนหล่อ ๆ อย่างเขามีแต่คน

อยากมองและอยากสบตาเพื่อเรียกร้องความสนใจ มีแต่ยัยเด็กผอมกะหร่องนี่คนเดียวที่ทำเหมือนเขาเป็นยักษ์เป็นมาร

บทก่อนหน้า
บทถัดไป