บทที่ 3 ห้ามแตะต้อง
“อืม...พีทคะ”
ชัญญาภัคที่กำลังพยายามจับท่อนร้อนของพิรัชย์ยัดใส่ร่องรักของเธอเป็นครั้งที่สอง หลังจากเขาจัดให้เธอเพื่อเป็นการสั่งลาไปแล้วหนึ่งรอบ ด้วยหลังจากนี้คงไม่ค่อยได้มีโอกาสมานอนด้วยกันบ่อย ๆ หรือใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวันอีกต่อไปแล้ว
เพราะต่างคนต่างต้องอยู่บ้านของตัวเอง เขาไม่สามารถปลีกตัวออกไปอยู่คอนโดมิเนียมกับเธอแล้วทิ้งให้แม่อยู่กับเด็กสาวสองคนได้ ส่วนเธอก็ไม่อยากที่จะมาอยู่ร่วมบ้านกับเขาทุกวันอยู่ดี เพราะรู้ว่ามารดาของเขาไม่ค่อยจะปลื้มเธอนัก
“พอแล้วชัญญ่า ผมเหนื่อย”
“อะไรกันคะพีท ปกติคุณไม่เป็นแบบนี้”
ใช่...ปกติเขาไม่เคยเป็นแบบนี้ และคนที่ออกกำลังกายอย่างหนักจนร่างกายหนั่นแน่นไปด้วยมัดกล้าม ไม่มีอะไรมาทำให้เขาเหนื่อยง่าย ๆ แต่ก็ไม่รู้เป็นอะไร ทุกครั้งที่กระแทกกระทั้น
ในร่องรักของคนรักเมื่อสักครู่ กลับมีภาพใบหน้าของยัยเด็กผอมกะหร่องนั่นเข้ามารบกวน จนเขาหงุดหงิดและหมดอารมณ์
“ผมเดินทางอดหลับอดนอนมานะ เหนื่อย อยากพัก คุณอย่างี่เง่าได้ไหม”
จับตัวของคนรักสาวให้ลงมาจากการนั่งคร่อมทับ
ตัวเขา หันหลังให้ หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลียแล้วหลับไปอย่างรวดเร็ว
ชัญญาภัคมองแผ่นหลังกว้างที่ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอแปลว่าเขาหลับสนิทแล้วก็ไม่พอใจ นับวันเขายิ่ง
ทำเหมือนเธอเป็นของตาย เป็นแค่ที่ระบายอารมณ์หนุ่มของเขาเท่านั้น ถ้าเขาไม่ต้องการ อย่าหวังว่าเขาจะสนใจไยดีเธอ
เหมือนอย่างตอนนี้ ที่เขาทิ้งเธอแล้วหลับไปต่อหน้าต่อตา
เธอจึงเปิดประตูระเบียงออกไปยืนสูดอากาศหวังระบายความหงุดหงิด แต่เหมือนยิ่งรู้สึกตะขิดตะขวงใจแปลก ๆ เมื่อเห็นแม่ลูกนอกไส้กำลังยืนสั่งงานคนสวนหลายคนที่ช่วยกันขุดดินรอบรั้วบ้านด้านใน
รู้สึกไม่สบายใจเท่าไรนักที่เขาต้องอยู่ร่วมบ้านกับน้องสาวนอกไส้ที่ทั้งสวยและน่ารักขนาดนี้ และอีกไม่นานก็คงเติบโตเป็นสาวสะพรั่งสมวัย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแม่ของเขาตั้งใจเอาผู้หญิงคนนั้นมาเป็นลูกสาวจริง ๆ หรือเอามาเป็นลูกสะใภ้เพื่อเขี่ยเธอไปให้พ้นจากลูกชายคนโตของบ้านก็สุดรู้
“หึ อย่าคิดว่าคนอย่างชัญญ่าจะยอมยกผัวของตัวเองให้ใครง่าย ๆ นะ ตราบใดที่ฉันยังไม่เจอใครที่เพอร์เฟคกว่าพีท
ฉันไม่มีวันยอมปล่อยเขาไปแน่”
แม้ว่าหนทางเดียวที่จะจับลูกชายบ้านนี้ให้อยู่หมัดก็คือการปล่อยให้ตัวเองตั้งท้อง แต่เขาก็ไม่เคยเปิดโอกาสให้เธอทำอย่างนั้นได้เลย เมื่อตลอดเวลาที่คบกันมาสองปีกว่า เขาจะป้องกันตัวเองอย่างดีในทุกครั้งที่มีอะไรกัน แม้เขาจะเมาแค่ไหน
ก็ตาม เห็นทีว่าเธอคงต้องพยายามทำอะไรสักอย่างแล้ว
บนโต๊ะอาหารของบ้านตระกูลคลาร์กที่วันนี้คึกคักกว่าทุกทีเพราะลูกชายคนโตของบ้านกลับมาแล้ว แถมยังมีว่าที่ลูกสะใภ้ร่วมโต๊ะเพิ่มมาอีกหนึ่งคน
“พีททานปลาทอดนี่สิคะ อร่อยมากเลยค่ะ”
ชัญญาภัคตักอาหารให้เขาอย่างเอาใจเหมือนทุกทีและก็ได้รับการดูแลกลับจากคนรักเหมือนทุกทีเช่นกัน
“ขอบคุณครับ ชัญญ่าก็ทานทอดมันกุ้งนี่สิครับ ของโปรดคุณนี่”
“ขอบคุณค่ะ”
“แม่ครับ ทานผัดผักนี่หน่อยนะ อร่อยมาก ๆ เลย เปลี่ยนแม่ครัวเหรอครับ อาหารบ้านเราถึงรสชาติดีขึ้นจากเดิมมาก”
เขาตักผัดผักรวมมิตรรสเลิศให้กับมารดา พร้อมเอ่ยชมรสชาติอาหารไม่ขาดปาก
“ขอบใจจ้ะ แม่ครัวหลักก็คนเดิมแหละลูก แต่แม่ครัวเสริมนี่สิ เปลี่ยนคนใหม่ ผัดผักจานนั้นก็ฝีมือเขาล่ะ”
“เหรอครับ รับมาจากไหนครับเนี่ย ฝีมือดีมาก อาหาร
ถูกปากอย่างนี้ผมคงอ้วนตาย”
“นั่งอยู่ข้าง ๆ แม่นี่ไง”
เขาเงยหน้าขึ้นมองสาวน้อยที่นั่งอยู่ข้างมารดา ซึ่งเธอก็หลบตาเขาอีกแล้ว คิ้วเข้มจึงขมวดมุ่นอีกครั้ง รู้สึกไม่
สบอารมณ์ที่เด็กนี่เอาแต่หลบหน้าหลบตาเขา
“อ่อ ฝีมือพั้นช์เองเหรอ อร่อยมากนะ”
แต่ก็ต้องเอ่ยชมออกไป แม้จะไม่ค่อยสบอารมณ์ในตัวแม่ครัวคนใหม่คนนี้เท่าไรนัก
“เอ่อ ขอบคุณมากค่ะ”
เธอก้มหน้าก้มตาตอบ ไม่กล้าสบตาคมกริบมีเสน่ห์นั่นอีก เพราะแค่ครั้งแรกเมื่อตอนบ่ายที่สบกับดวงตาคู่นี้เข้าอย่างจัง ก็ทำเอาเธอใจสั่น ใบหน้าร้อนผ่าวจนทำตัวไม่ถูก
ลูกชายคนโตของป้าพิมพ์ของเธอ ที่เธอเคยได้มองสบตากับเขาในรูปถ่าย ก็ว่าหล่อเหลาจนใจสาวสั่นสะท้านแล้ว แต่เทียบไม่ได้เลยกับตัวจริง ที่ต้องบอกว่าหล่อมากและมีเสน่ห์ดึงดูดจนไม่อาจหาญจะสบตากับเขาได้เลยจริง ๆ
ชัญญาภัคลอบมองปฏิกิริยาของคนรักหนุ่มที่มีต่อสาวน้อยหน้าหวานก็เห็นว่าปกติดี ไม่ได้มีวี่แววว่าจะสนใจสาวน้อยคนนั้นเป็นพิเศษ และสาวน้อยนั่นก็ก้มหน้าก้มตา ไม่ได้มีท่าทีให้ท่าผู้ชายของเธอก็รู้สึกสบายใจขึ้น บางทีต่อให้เด็กนี่จะสวยน่ารักขนาดไหน แต่ก็คงไม่ใช่ผู้หญิงในสเปกแบบที่เขาชอบอยู่ดี แต่ก็ต้องรู้เขารู้เราเอาไว้ก่อน
“เก่งจังเลยนะคะ น้องพั้นช์อายุเท่าไหร่แล้วคะ ท่าทางยังดูเด็กอยู่เลย”
“พั้นช์อายุสิบแปดค่ะ”
แค่อายุก็ไม่ผ่านแล้ว เพราะเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เด็กกว่ามาก ๆ เพราะเหตุผลคือเด็กสาว ๆ มักงี่เง่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาจึงคบแต่คนรุ่นราวคราวเดียวกันมาตลอด
“สิบแปดเองเหรอ แล้วตอนนี้เรียนอยู่ ม.6 หรือจ๊ะ”
“กำลังจะขึ้นปีหนึ่งค่ะ”
“ตอนแรกแม่ว่าจะส่งพั้นช์ไปเรียนที่อเมริกา ให้ตาแพทกับยัยพลอยช่วยกันดูแล แต่พั้นช์น่ะสิไม่ยอมไป บอกว่าอยากอยู่กับแม่มากกว่า แต่น้องก็สอบได้คณะบริหารธุรกิจภาคอินเตอร์นะ มหาวิทยาลัยนี้คะแนนสูงเสียด้วย”
คุณพิมพ์มาดาอวยลูกสาวคนใหม่ด้วยความภูมิใจ
ด้วยสนิทสนมกันมาชั่วอายุของสาวน้อยคนนี้ จึงรู้ดีว่าเด็กในปกครองทั้งเรียนเก่งและมีความประพฤติดีขนาดไหน
“เรียนที่นี่ก็ดีแล้วครับ แม่จะได้มีเพื่อนด้วย ขืนส่งไปอยู่กับเจ้าสองแสบนั่นมีหวังลูกสาวแม่ได้เสียคน ยัยพลอยก็เอาแต่ใจตัวเอง ติดเที่ยว ติดเพื่อน ถึงแม้อายุใกล้กันก็เถอะ แต่ต้องได้พากันเที่ยวเล่นไม่สนใจการเรียนแน่ ๆ ส่วนเจ้าแพทก็เจ้าชู้ควงสาว
ไม่ซ้ำหน้า เผลอ ๆ มันจะมาเล่นลูกสาวนอกไส้ของแม่เสียเอง”
“เหอะ ลองมาเล่นลูกสาวของแม่สิ แม่จะจับแต่งงาน
ให้ ลูกสาวแม่ไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่ใครจะมาเล่น ๆ ด้วยได้นะ
จะเอาเลือดหัวออกให้แถมด้วย”
“โหดจังเลยนะครับ อย่างนี้เจ้าแพทมันคงไม่กล้าเข้าใกล้แน่ ๆ”
เขาปรายตามองใบหน้าหวาน ๆ นั่นชั่วครู่ อมยิ้มมุมปากด้วยความสมใจ แต่จะสมใจเรื่องอะไรก็ให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้เหมือนกัน
“น้องพั้นช์น่ารักขนาดนี้ มีแฟนแล้วหรือยังจ๊ะ”
“เอ่อ ยังหรอกค่ะ พั้นช์ยังไม่อยากสนใจเรื่องอื่นค่ะ อยากตั้งใจเรียนก่อน ไม่อยากทำให้ป้าพิมพ์ผิดหวัง”
พิมพ์มาดายิ้มหวานเต็มใบหน้า สมใจที่มีลูกสาวที่น่ารักแบบนี้
“เดี๋ยวพั้นช์เรียนมหาวิทยาลัยแล้วก็มีได้ลูก โตแล้ว ป้าให้อิสระ แต่ขอให้ดูดี ๆ เลือกดี ๆ พาเข้ามาให้ผู้ใหญ่รู้จัก ป้าก็โอเคนะ”
“ค่ะ ป้าพิมพ์”
ทันทีที่เธอไม่ปฏิเสธแม่ของเขา คิ้วเข้มจึงขมวดมุ่น ดวงตาคมกริบตวัดมองใบหน้าหวานด้วยความไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก
“อย่าเพิ่งมีแหละดีแล้ว ผู้ชายสมัยนี้มันไว้ใจยาก สนใจแค่เรื่องเรียนก็พอ เธอต้องส่งเกรดให้ฉันดูทุกเทอม ถ้าไม่เป็นที่น่าพอใจคงต้องควบคุมความประพฤติ”
นี่เป็นประโยคยาว ๆ ประโยคแรกที่เขาอ้าปากคุยกับเธอ แต่แววตาดุดันคู่นั้นมันคืออะไร ทำเหมือนไม่พอใจเธอตลอดเวลาเสียอย่างนั้น จนเธอเองที่เพิ่งรู้จักเขายิ่งทำตัวไม่ถูก ไม่กล้ามองสบตาเขาอีกแล้ว
“โหดจังเลยนะคะพีท น้องพั้นช์กลัวจนหงอหมดแล้ว”
“กลัวก็ดี จะทำอะไรจะได้เกรงใจกันบ้าง ไม่สร้างปัญหาให้แม่ปวดหัว”
“ฝันไปเถอะว่ายัยพั้นช์จะทำให้แม่ปวดหัว แกยังไม่รู้จักน้องดี แม่รู้จักน้องมาตั้งแต่น้องเกิด แม่รู้ดีว่าน้องเป็นยังไง
ไม่เหมือนพวกแกหรอก หัวนอก ใช้ชีวิตเสรีจนแม่ปวดหัว”
“อ้าว ทำไมวกกลับมาที่ผมได้ล่ะครับเนี่ย แตะต้องไม่ได้เลยนะ ลูกสาวคนใหม่เนี่ย”
“ใช่ ห้ามแตะลูกแม่”
คอยดูแล้วกัน ว่าเขาจะแตะต้องยัยเด็กนี่ได้ไหม
ถ้าทำตัวเหลวไหลเมื่อไร เขานี่แหละจะเล่นงานเธอให้น่วมเลย
