บทที่ 5 หวังว่าคงได้กิน
ในขณะที่สองสาวกำลังนั่งกินอาหารมื้อเช้ากันอยู่
พิรัชย์ในชุดสูทพอดีตัวสีกรมท่าเดินตรงเข้ามานั่งประจำที่ของตัวเอง ก่อนปรายตามองไปยังเด็กผอมกะหร่องแต่ตัวหอม
ซึ่งก็เป็นเหมือนทุกวันคือเธอก้มหน้าหลบตาเขาอีกแล้ว
“พีท แต่งตัวหล่อ จะไปไหนลูก”
“ก็ไปศึกษางานกับแม่ไงครับ”
“เพิ่งกลับมาถึง ไม่พาชัญญ่าไปเที่ยวก่อนเหรอ จะลุยงานเลยเหรอลูก”
“ไม่เที่ยวแล้วครับ ใช้ชีวิตวัยรุ่นมาพอแล้ว รีบศึกษางานให้เป็นเร็ว ๆ แม่จะได้พักผ่อนแล้วก็ไปเที่ยวรอบโลกกับพ่อไงครับ ไม่ดีเหรอ”
“ดีจ้ะ แต่แม่ไม่ค่อยอยากไปไหนไกลแล้วล่ะ ห่วงพั้นช์”
“ป้าพิมพ์ไม่ต้องห่วงพั้นช์หรอกค่ะ พั้นช์อยู่ได้ จะตั้งใจเรียน ไม่กลับบ้านดึก ไม่เหลวไหลแน่นอนค่ะ”
สาวน้อยของแม่ชูนิ้วขึ้นมาเป็นการสัญญากันตามประสาสาว ๆ
“นั่นสิครับแม่ ผมก็อยู่ทั้งคน เด็กคนเดียวผมดูแลให้ก็ได้ พั้นช์คงไม่กล้าทำตัวเหลวไหลกับผมหรอก เพราะผมไม่ได้ใจดีเหมือนแม่นะ ถ้าดื้อโดนผมแน่”
โดนผมแน่ ในที่นี้ก็ไม่รับประกันเหมือนกันว่าถ้าเด็กผอมกะหร่องของแม่เกิดทำตัวดื้อด้านไม่เชื่อฟังเขา จะโดนเขา
เล่นงานแบบไหน
“นั่นแหละที่แม่กลัว ขืนทิ้งน้องให้อยู่กับแก มีหวังแม่กลับมา น้องคงเหลือแต่กระดูก”
คำว่าเหลือแต่กระดูกของแม่กับของเขามันต่างกัน เพราะของแม่คงหมายถึงโดนเขาดุหรือทำโทษจนหงอ ไม่มีชีวิตชีวา แต่ของเขามันจะหมายถึง ถูกเขาจับกินจนเหลือแต่ซาก
ชายหนุ่มส่ายหน้าน้อย ๆ กับความคิดเลอะเทอะของตัวเอง นี่เขาคิดอกุศลแบบนี้ไปได้อย่างไร ในเมื่อเด็กนี่ยังอายุน้อยมาก ไม่ทันบรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ แถมเขายังมีคนรักอยู่แล้วทั้งคน
ซึ่งถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เขากับคนรักก็คงได้แต่งงานสร้างครอบครัวกันแน่นอน
“โธ่แม่ อย่าคิดมากสิครับ พั้นช์เองก็โตแล้ว แถมที่บ้านเราแม่บ้านคนเก่าคนแก่เยอะแยะ ไม่มีใครปล่อยให้ผมกินหัว
ยัยเด็กนี่หรอกน่า”
เขาปรายตาคมกริบมองไปทางเธอนิดหนึ่ง ก่อนต้อง
อมยิ้มมุมปากอย่างชอบใจเมื่อเห็นเธอนั่งจับมือจับไม้กับแม่เขาอยู่ เหมือนจะปลอบใจคนแก่ที่ชอบคิดมากอย่างไรอย่างนั้น
“ใช่ค่ะ ป้าพิมพ์ไปเที่ยวกับลุงพอลได้ตามสบายเลยนะคะ ไม่ต้องห่วงพั้นช์จริง ๆ ค่ะ ให้ป้าอังกาบดูแลพั้นช์ก็ได้ พั้นช์เป็นเด็กดีแค่ไหนป้าพิมพ์ก็รู้นี่คะ”
“จ้า ๆ เดี๋ยวถ้าพีทเก่งจนแม่สามารถปล่อยมือให้พีทดูแลบริษัทและพนักงานทั้งหมดแทนแม่ได้แล้ว แม่ก็จะไปเที่ยว
รอบโลกกับพ่อบ่อย ๆ แล้วกันนะ”
“ครับแม่”
พิรัชย์ตักข้าวต้มกุ้งของโปรดเข้าปากก็ต้องทำตาโต เพราะรสชาติของมันทั้งหอมหวานและกลมกล่อมอย่างที่ไม่เคยกินมาก่อน
“ข้าวต้มกุ้งนี่อร่อยจังครับแม่ ป้าอังกาบฝีมือพัฒนานะครับ”
พูดจบก็ตักข้าวต้มรสเลิศนั้นเข้าปากอีกหลายคำ เพราะติดใจในรสชาติของมันเสียแล้ว
“ฝีมือป้าอังกาบที่ไหนกันล่ะ ฝีมือน้องต่างหาก”
ข้าวต้มที่กำลังจะถูกส่งเข้าปากมีอันต้องชะงัก เขาจึงเหลือบมองเธอ ซึ่งก็พบว่าเธอมองเขาอยู่แบบกล้า ๆ กลัว ๆเหมือนเดิม
“ฝีมือพั้นช์เองเหรอ อร่อยมาก”
“ขอบคุณมากค่ะ”
พูดจบก็ส่งข้าวต้มในช้อนเข้าปากทันที แล้วเคี้ยวตุ้ย ๆอย่างเอร็ดอร่อย ฝีมือเด็กผอมกะหร่องนี่ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ทำอาหารเก่งขนาดนี้ ทำไมเจ้าหล่อนถึงได้ผอมเก้งก้างก็ไม่รู้ะ ไม่ชอบกินข้าวหรืออย่างไร ผอม ๆ แบบนี้คงรองรับความดิบเถื่อนของเขาไม่ไหวแน่ เพราะเวลาที่เขามีความต้องการ เขามักแสดงออกมาอย่างเร่าร้อนและติดจะรุนแรงเสมอ
แต่...แล้วเด็กนี่มาเกี่ยวอะไร จะต้องมารองรับความต้องการของเขาทำไมกัน ในเมื่อไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย แถมเขายังมีคนรักให้ระบายอารมณ์หนุ่มอยู่แล้วทั้งคน ทำไมถึงคิดฟุ้งซ่านได้เลอะเทอะขนาดนี้
“ฮึ่ม แล้วทำอะไรเป็นบ้างล่ะ”
เขากระแอมแก้เก้อกับความคิดผิดศีลธรรมของตัวเอง
แล้วรีบถามข้อมูลของแม่ครัวมากฝีมือเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความคิดให้ลึกสุดใจ
“พั้นช์ทำได้หลายอย่างค่ะ ถ้าคุณพีทอยากทานอะไรก็บอกได้เลยนะคะ ถ้าทำไม่เป็นก็เสิร์ชหาสูตรจากในเน็ตได้ค่ะ”
แม้จะไม่ค่อยอยากสบตาหรือพูดคุยกับเขานักเพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน แต่จะอย่างไรคนอยู่บ้านเดียวกันก็คงหนีกันไม่พ้น แถมเมื่อคืนเขาคงโกรธและหงุดหงิดเธอมากที่ไปทำลายสวรรค์ของเขากับคนรัก เลยแกล้งข่มขวัญเธอด้วยวิธีนั้น เขาคงไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรเธอจริง ๆ หรอก เพราะไม่อย่างนั้น
เธอที่ตัวสั่นไร้สิ้นเรี่ยวแรงจะต่อต้านก็คงไม่จะมีทางรอดมาจนถึงตอนนี้ได้
เพราะฉะนั้น ต่อไปเธอต้องระวังตัวให้มาก อย่าทำอะไรให้เขาหงุดหงิดหรือเสียอารมณ์อีก เธอก็น่าจะอยู่รอดปลอดภัย
“อืม จริงสินะ ไว้วันหลังถ้าอยากกินอะไรเป็นพิเศษแล้วฉันจะบอกแล้วกัน หวังว่าเมื่อถึงวันนั้นที่ฉันอยากกิน ฉันคงได้กิน”
“พั้นช์จะพยายามค่ะ”
เขาพยักพึงพอใจ ก่อนกินข้าวต้มชามนั้นต่อจนหมดอย่างรวดเร็ว
“เอาล่ะ วันนี้พีทไปกับแม่ก็ดีเหมือนกัน เพราะวันนี้มีประชุมผู้ถือหุ้น จะได้แนะนำพีทให้ผู้ถือหุ้นและบอร์ดบริหารได้รู้จักไปพร้อม ๆ กันเลย”
“ครับแม่ ผมจะตั้งใจ ไม่ทำให้แม่ผิดหวังครับ”
“แม่เชื่อในตัวลูกอยู่แล้วจ้ะ”
“ขอบคุณมากครับแม่”
หกเดือนผ่านพ้นไปกับการที่เขาเข้าไปศึกษางานอย่างจริงจังในบริษัทพิมพ์มาดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) เพื่อรับตำแหน่งประธานบริษัทต่อจากมารดาของตนเอง ซึ่งเขาก็ทำได้ดี มีภาวะผู้นำและมีวิสัยทัศน์มากจนบอร์ดบริหารต่างไว้วางใจที่จะให้เขารับช่วงบริหารงานต่อจากแม่ได้
และวันนี้ก็เป็นวันที่เขาเข้ารับตำแหน่งต่อจากแม่อย่างเป็นทางการ โดยที่แม่ของเขาจะลดบทบาทลงเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของบริษัทแทน
ซึ่งหกเดือนที่ผ่านมานี้ เขาทำงานดึกดื่นแทบทุกวันและไม่มีวันหยุดเลย จนคนรักสาวงอแงใส่เขาบ่อย ๆ ถึงแม้ว่าเธอจะนอนค้างคืนกับเขาที่บ้านในวันหยุด แต่เขาก็เลือกที่จะหอบงานกลับมาทำมากกว่าจะสนใจเธอ ทั้งยังไม่ยอมแตะต้องเธอเลยมาหกเดือนเต็ม ๆ แล้ว
ที่ผ่านมา เธอจะพยายามเป็นฝ่ายเริ่ม แต่เขาจะอ้างความเหน็ดเหนื่อยและความเครียดจากการทำงานและเอ่ยปฏิเสธจนทำเธอเสียอารมณ์เสมอ
และแม้ว่าเธอเองจะจบปริญญาโทคณะบริหารธุรกิจเหมือนกับเขาและที่บ้านมีบริษัทส่งออกอาหารแช่แข็งก็ตาม แต่เธอก็เอาแต่เที่ยวเล่นไปวัน ๆ ไม่ยอมเข้าไปช่วยพ่อแม่บริหารงานเสียที เพราะเธอหวังว่าจะเป็นสะใภ้ตระกูลคลาร์กที่มั่งคั่งและร่ำรวยมหาศาล ทั้งยังเป็นมหาอำนาจในอเมริกาอีกต่างหาก
ถ้าได้แต่งงานกับทายาทคนโตของตระกูลคลาร์ก ก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำงานให้เหนื่อย สู้เอาเวลามาดูแลปรนนิบัติสามีและคิดหาวิธีมัดใจเขาด้วยลีลาเร่าร้อนบนเตียงจะดีกว่า
และในวันนี้ วันที่เขาจะรับตำแหน่งท่านประธานเต็มตัว ก็จะมีงานเลี้ยงของบริษัทในเวลากลางคืน ซึ่งเธอก็จะไปกับเขา เพื่อแสดงตัวให้พนักงานสาว ๆ ได้เห็น ว่าเจ้านายหนุ่มหล่อมีคนรักตัวจริงแล้ว ตัดปัญหาพวกหวังสบายและใช้เต้าไต่
“เดี๋ยวคืนนี้ พั้นช์ไปงานเลี้ยงแสดงความยินดีที่พี่พีทรับตำแหน่งประธานกับป้าด้วยนะลูก เสื้อผ้าป้าให้เลขาเตรียมให้พั้นช์แล้ว น่ารักเชียว เรียนเสร็จแล้วก็รีบกลับมานะลูก วันนี้
ไม่มีไปติวหนังสือใช่ไหม”
พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นในตอนที่ทั้งสี่นั่งกินอาหารเช้ากันอยู่ ซึ่งวันนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเพราะเมื่อคืนชัญญาภัคมาค้างกับ
เขาด้วย
“ได้ค่ะป้าพิมพ์ วันนี้พั้นช์ไม่มีไปติวหนังสือที่ไหนค่ะ เพราะวันนี้นายวีก็ต้องไปงานเลี้ยงของคุณพีทกับครอบครัวด้วยค่ะ เพื่อน ๆ เลยยกเลิกการติวกันไปก่อน”
เธอหมายถึง ปฐวี เพื่อนกลุ่มเดียวกันกับเธอ ที่เคยมารับมาส่งเธอบ่อย ๆ ตอนไปติวหนังสือในวันเสาร์อาทิตย์
“จริงสิ ตาวีเป็นลูกผู้ถือหุ้นและกรรมการบริหารนี่นา”
ชัญญาภัคแอบเบะปากให้กับมารดาของคนรัก ไม่รู้
จะรักจะเอ็นดูเด็กกาฝากคนนี้ไปถึงไหน แทนที่จะสนใจและให้ความสำคัญกับว่าที่ลูกสะใภ้คนโตอย่างเธอ กลับทุ่มเทความรักและความเอาใจใส่ให้เด็กนั่นจนน่าหมั่นไส้
“พีทจะกลับมาที่บ้านก่อนหรือเปล่าคะ ชัญญ่าจะได้
รอไปพร้อมพีทเลย”
“ผมไม่กลับมาแล้วล่ะ ชัญญ่าจะขับรถไปเองหรือไปพร้อมแม่ก็ได้นะ”
“งั้นชัญญ่าไปพร้อมคุณแม่ก็ได้ค่ะ ขากลับค่อยกลับพร้อมพีท”
“ครับ”
แม้จะไม่ค่อยสบอารมณ์ที่เด็กนั่นพูดถึงเพื่อนชายคนสนิท ที่ไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ ทั้งที่เพิ่งเรียนอยู่ปีหนึ่ง ถึงจะไม่พอใจขนาดไหนก็ไม่สามารถแสดงออกมาได้ เพราะเขาไม่ได้เป็นอะไรกับเธอที่นับวันจะสวยสมวัยและมีน้ำมีนวลขึ้นเรื่อย ๆ จนเขาต้องแอบมองอยู่บ่อยครั้ง
