บทที่ 8 แค่แกล้ง
ร่างบางในชุดนอนแบบเสื้อเชิ้ตสีขาวสั้นเหนือเข่าขึ้นไปเป็นคืบเดินลงมาเอาน้ำเปล่าในห้องครัวอีกครั้ง หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ครั้งนั้น เธอก็ไม่เคยลืมที่จะเตรียมหยิบน้ำขึ้นไปไว้บนห้องนอนของเธออีกเลย แต่วันนี้เธอดันลืมเสียสนิท
เมื่อได้น้ำเปล่าขวดใหญ่แล้ว เธอก็เดินกลับห้องโดยจะต้องเดินผ่านห้องอาหารและบาร์เหล้าอีกครั้ง และครั้งนี้เธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อมีเสียงทุ้มดังขึ้น แถมยังมีคนตัวโตขยับเข้ามาประชิดร่างบอบบางจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว
“ลงมาทำอะไร”
เธอชะงักค้างกับสัมผัสร้อนผ่าวตรงข้างแก้ม กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อน ๆ จากเขามันทำให้เธอแทบจะมึนเมาตามไปด้วย
“เอ่อ ลงมาเอาน้ำค่ะ พั้นช์หิวน้ำ”
เขาก้มลงมองผ่านบ่าบอบบางก็เห็นเธอกอดขวดน้ำขวดใหญ่เย็นเจี๊ยบไว้แนบอกด้วยมืออันสั่นเทา
“ฉันว่าเธอแต่งตัวโป๊ไปนะ”
“ขอโทษค่ะ พั้นช์เห็นว่าดึกแล้ว ไม่คิดว่าจะมีคนอยู่ข้างล่าง คราวหน้าจะใส่เสื้อคลุมลงมาค่ะ”
เขาชะโงกหน้ามองอีกครั้งก็เห็นปลายยอดอกเล็ก ๆ มันดุนดันเสื้อนอนของเธอออกมาก็อมยิ้มพอใจ
“ไม่ใช่ชุดนี้ แต่เป็นชุดออกงานของเธอต่างหาก
มันแหวกลึกทั้งหน้าทั้งหลัง ฉันว่ามันเกินงามไปหน่อย หรือเป็นประเภทชอบโชว์”
“ไม่เห็นจะโป๊อะไรสักหน่อยค่ะ ใคร ๆ ก็ใส่กัน แฟนคุณ
ยังใส่โป๊กว่าพั้นช์อีก”
ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอกล้าเถียงเขาออกไปแบบนั้น ทั้งที่ปกติยังแทบไม่ค่อยกล้าจะสบตากับเขาตรง ๆ เลยสักครั้ง
“เธอเถียงฉันเหรอ”
“มะ ไม่ใช่ค่ะ พั้นช์แค่อธิบาย แล้วพั้นช์ก็โตแล้วด้วย”
เธอโตแล้ว เขาไม่เถียง เพราะพวกผู้ชายมองเธอตาเป็นมันกันทั้งงาน ไม่เว้นแม้แต่เขาที่แทบจะละสายตาไปจากใบหน้าหวาน ๆ และเรือนร่างแสนเย้ายวนของวัยแรกสาวนี่ไม่ได้เลยจริง ๆ
“แปลว่าเธอชอบโชว์ ชอบให้ผู้ชายมามอง แล้วคิดอะไรสกปรก ๆ กับเรือนร่างของเธอใช่ไหม”
“ไม่มีใครเขาคิดอะไรสกปรก ๆ แบบที่คุณว่าหรอกค่ะ แล้วพั้นช์ก็ไม่ได้อยากที่จะใส่ชุดนั้นสักหน่อย”
“แล้วใส่ทำไม ทำไมไม่ใส่ชุดอื่นที่มันเรียบร้อยกว่านี้”
เขาพ่นลมหายใจร้อน ๆ ใส่ข้างแก้มและซอกคอของเธออีกครั้ง จนขนอ่อนลุกซู่ไปทั่วกายสาว
“ตะ แต่ป้าพิมพ์เป็นคนเลือกให้ พั้นช์ต้องใส่ตามนั้น
นี่คะ”
“หึ เป็นเด็กดี เชื่อฟังแม่ฉันทุกอย่าง ถ้าแม่ฉันสั่งให้เธอทำอะไรแบบที่เธอไม่ชอบ เธอก็จะทำเหรอ”
“ค่ะ พั้นช์จะทำ เพราะพั้นช์เป็นหนี้บุญคุณของป้าพิมพ์ ป้าพิมพ์อุตส่าห์รับพั้นช์มาดูแล แถมยังให้ความรักความอบอุ่นกับพั้นช์ อะไรที่ป้าพิมพ์อยากให้พั้นช์ทำ พั้นช์พร้อมตอบแทน”
เธอยังคงยืนกอดขวดน้ำนิ่ง ๆ หันหลังให้เขาเหมือนเดิมไม่ยอมขยับกายไปไหน ไม่รู้ว่าไม่อยากเห็นหน้าคนเมา
หรือเพราะขาของเธอก้าวไม่ออกกันแน่
“ดี งั้นฉันในฐานะลูกของแม่ ก็มีสิทธิ์เรียกร้องการตอบแทนจากเธอเหมือนกันสินะ”
มือใหญ่สวมกอด รั้งให้ตัวเธอขยับมาชิดกับอกแกร่ง จมูกโด่งฉกวูบไปที่แก้มนวลอย่างรวดเร็วแบบที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว
“อ๊ะ คุณพีท ปล่อยพั้นช์”
หญิงสาวร่างบางดิ้นรนให้พ้นจากอ้อมกอดของเขา
แต่ยิ่งดิ้นก็เหมือนเขาจะยิ่งรัดเธอแรงขึ้น จนตอนนี้ร่างกายทุกส่วนมันแนบชิดจนไม่มีที่ว่างให้อากาศเล็ดลอดผ่านไปได้แล้ว
“ปล่อยนะ”
เธอยังคงพยายามดิ้นรนขัดขืนและเบี่ยงใบหน้าหนี แต่ยิ่งเป็นการเปิดทางให้เขารังแกเธอได้ง่ายขึ้น เมื่อจมูกโด่งตรงเข้าซุกไซ้ซอกคอของเธออย่างหื่นกระหายทันที
“อืม พั้นช์”
“หยุดนะ คุณเมามากแล้ว ปล่อยพั้นช์นะ”
พาขวัญยังพยายามดิ้นอีกครั้งและครั้งนี้เธอก็ทำมัน
ได้สำเร็จ เมื่อเท้าน้อย ๆ กระทืบลงที่เท้าของเขาเต็มแรง
“โอ๊ย”
เมื่อหลุดออกจากอ้อมกอดที่แข็งราวคีมเหล็กได้ เธอก็วิ่งฝ่าความมืดขึ้นห้องนอนไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองคนตัวโตที่ทรุดกายลงนั่งบนพื้นแล้วร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดอีกเลย
“โอย ยัยเด็กแสบ คิดว่าฉันพิศวาสเธอนักหรือไง แค่แกล้งเล่นนิดหน่อยต้องทำขนาดนี้เลยเหรอวะ อย่าให้ฉันมีโอกาสอีกครั้งนะ ฉันเอาเธอจริง ๆ แน่”
คนตัวโตลุกขึ้นเดินเขย่งขาไปทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาในห้องนั่งเล่น เพราะตอนนี้ทั้งเมาทั้งเจ็บเท้า คงฝืนสังขารเดินขึ้นบ้านไม่ได้แล้ว
เมื่อเข้าห้องนอนของตัวเองมาได้ ก็กดล็อกประตูทันที ร่างบางทิ้งแผ่นหลังพิงบานประตูเอาไว้ มือเล็กกดลงบนหน้าอกในตำแหน่งหัวใจที่มันเต้นกระหน่ำรุนแรงด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะเมาจนขาดสติแบบนี้ ถ้าเธอไม่กระทืบเท้าเขา ตัวเล็ก ๆแบบเธอไม่มีทางสู้แรงของเขาไหว สุดท้ายแล้วจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่อาจคาดเดาได้เลย
“เกือบไปแล้ว เมาซะขนาดนั้น เขาจะรู้ไหมว่าทำอะไรลงไปบ้าง พรุ่งนี้จะมองหน้าเขายังไงดีเนี่ย”
เช้าที่ไม่ค่อยจะสดใสสักเท่าไรสำหรับพาขวัญเพราะเมื่อคืนดันมีเรื่องมากวนใจให้เธอคิดไม่ตก จนนอนแทบไม่หลับ
แต่เมื่อออกจากห้องมาได้ก็เจอเข้ากับพอลและพิมพ์มาดาที่เดินจับมือกันกะหนุงกะหนิงเหมือนคู่รักหนุ่มสาวก็ไม่ปาน
