บทที่ 9 เมามาก
“อ้าวพั้นช์ ตื่นเช้าจังลูก วันนี้ไม่มีเรียนไม่ใช่หรือ เมื่อคืนก็นอนดึก ทำไมไม่นอนอีกหน่อยล่ะ”
นอนดึกหรือ...เธอแทบไม่ได้นอนเลยต่างหาก แต่จะให้พูดออกไปได้อย่างไร มีหวังป้าพิมพ์ของเธอได้เรียกเขามาต่อว่า แล้วจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต คราวนี้คงต้องโดนเขากลั่นแกล้ง จนอยู่บ้านหลังนี้ต่อไปอีกไม่ได้แน่
“พั้นช์จะลงไปช่วยป้าอังกาบทำอาหารเช้าค่ะ”
“งั้นลงไปพร้อมป้า ว่าจะลงไปดูอาหารที่ลุงเขาชอบพอดี”
เมื่อทั้งหมดลงมาถึงข้างล่าง ก็เจอเข้ากับเด็กรับใช้ที่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้องนั่งเล่น ไม่กล้าเข้าไปทำความสะอาด เจ้าของบ้านจึงเอ่ยถามขึ้น
“มีอะไรส้ม ไม่เข้าไปทำความสะอาด มัวมายืน
ทำอะไรอยู่”
“เอ่อ คุณพีทนอนหลับอยู่ข้างในค่ะ ส้มไม่กล้าเข้าไปกวน”
“อ้าว ตายจริง ทำไมตาพีทมานอนอยู่ตรงนี้ได้”
“สงสัยเมื่อคืนคงเมามากค่ะ ก่อนปิดบ้านหนูเห็นคุณพีทนั่งดื่มอยู่ที่บาร์เหล้า”
“อืม ไปทำห้องอื่นก่อนเถอะส้ม เดี๋ยวฉันดูเอง พั้นช์ เข้าไปดูพี่พีทกันลูก ไม่รู้เมาอะไรขนาดนั้น”
พิมพ์มาดาจูงมือสาวน้อยของตัวเองพร้อมด้วยสามีเดินเข้าไปในห้องทันที
“พีท”
สามีที่ฟังภาษาไทยก่อนหน้านี้ไม่รู้เรื่อง จึงไม่ได้เข้าใจเรื่องราวอะไรด้วย เมื่อเข้าห้องมาเจอลูกชายนอนตากแอร์
อยู่ก็ตกใจรีบเข้าไปดูทันที
“ที่รัก ทำไมลูกมานอนอยู่ที่นี่”
“ยัยส้มว่าแกเมาค่ะ สงสัยเมื่อคืนขึ้นบ้านไม่ไหว”
พิมพ์มาดาจึงจูงมือพาขวัญเข้ามานั่งใกล้ ๆ กับโซฟา
ตัวที่เขานอนอยู่ แล้วคนเป็นแม่ก็ปลุกลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่เมาไม่รู้เรื่องทันที
“พีท อุ๊ยคุณ ลูกตัวร้อนจี๋เลย”
ทันทีที่แตะมือลงไปบนตัวของลูกชายก็ต้องรีบชักมือกลับ เพราะร่างกายหนั่นแน่นที่นอนหลับไม่รู้เรื่องนั้นร้อน
ราวกับไฟ
“พั้นช์ โทรตามพี่หมอให้ป้าหน่อยลูก เดี๋ยวป้าจะให้หนุ่ม ๆ ช่วยกันพาพี่เขาขึ้นไปนอนบนห้อง”
พาขวัญรีบกดโทรศัพท์มือถือของตัวเองโทรหาหมอเหมราช ลูกพี่ลูกน้องของคนที่นอนป่วยอยู่ ซึ่งหมอหนุ่มเคยถูกเรียกตัวมาตรวจอาการให้ก่อนหน้านี้ไปรอบหนึ่งแล้ว
ไม่นาน หมอเหมราชก็มาถึงและตรวจอาการให้เบื้องต้นก็พบว่าพิรัชย์เป็นไข้เนื่องจากร่างกายพักผ่อนน้อยเพราะหักโหมงานหนักมานาน รวมทั้งเมื่อคืนนอนตากแอร์โดยไม่มีผ้าห่มปกคลุมร่างกายสักผืน และเมื่อตรวจร่างกายจนทั่วก็พบว่าที่เท้าของเขาแดงช้ำเป็นจ้ำ เหมือนมีอะไรแข็ง ๆ ตกกระแทกอีกต่างหาก
“ท่าทางจะเมามากนะครับน้าพิมพ์ ถึงได้ทำอะไรหล่นใส่เท้าจนแดงช้ำขนาดนั้น ท่าทางนี่ก็คงเป็นอีกเหตุผลให้เจ้าพีทมันขึ้นบ้านไม่ไหว ทั้งเมาทั้งเจ็บเท้า เลยนอนตากแอร์อยู่ที่ห้องนั่งเล่นจนป่วยแบบนี้ครับ”
“เฮ้อ ร่างกายก็ไม่ค่อยได้พัก ยังจะห้าวไปนั่งดื่มคนเดียวอีก”
“อาจจะฉลองตำแหน่งใหม่ก็ได้ครับ แต่ร่างกายอ่อนเพลียเป็นทุนเดิมเลยเมามากไปหน่อย”
พาขวัญก้มหน้างุด เธอรู้ว่ารอยจ้ำแดงที่เท้าของเขาได้มาได้อย่างไร เพราะเธอเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นด้วยตัวเธอเอง จึงรู้สึกผิดไม่น้อย เพราะถึงแม้ว่าเขาจะเมามาก แต่ถ้าไม่เจ็บเท้า คงเดินขึ้นบ้านไหวและคงไม่ต้องมาเป็นไข้นอนซมไม่รู้เนื้อรู้ตัวแบบนี้หรอก
“ยังไงก็หมั่นเช็ดตัวให้เจ้าพีทมันหน่อยนะครับ ผมฉีดยาแก้ไข้ให้แล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมาก แล้วถ้าตื่นขึ้นมาก็ค่อยทานยาลดไข้ ถ้าตัวยังร้อนอยู่ ยังไงรบกวนหาคนเฝ้าไว้สักคนนะครับเผื่อเช็ดตัวและดูแลเรื่องป้อนยา”
“จ้ะ ขอบใจมากลูก อยู่ทานข้าวเช้ากันก่อนไหมเหม”
“ไม่เป็นไรครับน้าพิมพ์ เดี๋ยวผมกลับเลยดีกว่าครับ พอดีวันนี้ต้องเข้าเวร”
“งั้นเดี๋ยวพั้นช์ลงไปส่งนะคะพี่หมอ”
“ขอบคุณครับ”
หมอหนุ่มรูปหล่อยิ้มหวานให้แล้วเดินตามเธอลงไปด้านล่าง
“พั้นช์เป็นยังไงบ้างครับ เรียนหนักไหม”
“สบายดีค่ะ ช่วงนี้จะสอบแล้ว เลยต้องไปติวกันนิดหน่อย แต่ยังไม่มีอะไรหนักหรอกค่ะ เพิ่งปีหนึ่งเอง”
“ถ้ามีอะไรที่พี่ช่วยได้ พี่ยินดีนะ พั้นช์ไลน์หาพี่ได้ตลอดเวลา”
“ขอบคุณมากค่ะ”
“แล้วถ้าพี่จะไลน์หาพั้นช์บ้าง พั้นช์จะว่าอะไรไหมครับ”
“ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ ถ้าพี่หมอว่าง ก็ไลน์มาได้ค่ะ พั้นช์ว่างแทบตลอดเวลาอยู่แล้ว”
ดวงตาคมกริบมอบสบตากับเธอด้วยแววหวาน เขา
อมยิ้ม ไม่รู้ว่าสาวน้อยคนนี้จะรู้หรือเปล่าว่าเขาคิดอะไรกับเธอ มากกว่าแบบที่เธอคิดกับเขา
แต่เด็กที่ดูท่าทางเรียบร้อยและอยู่ในความดูแลของพิมพ์มาดาอย่างดี เขาคงไม่ต้องรีบร้อนอะไร รอให้เธอโตกว่านี้อีกสักสองสามปีค่อยจีบแบบจริงจังก็น่าจะยังไม่สาย เพราะขืนเขาทำอะไรกระโตกกระตากไปตอนนี้ เธออาจตื่นกลัวหรือเขาอาจโดนพิมพ์มาดาต่อว่าเอาได้
“งั้นพี่กลับก่อนนะครับ”
“ค่ะ สวัสดีค่ะ”
