บทที่ 2 หมอน่าน

ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเรียวเล็ก ดวงตากลมโตหวานฉ่ำ คิ้วถูกกันแต่งเป็นทรงสวย จมูกโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงเรื่อ ผิวพรรณขาวผ่องราวน้ำนม เรือนร่างบอบบางแต่อวบอิ่มไปด้วยวัยสาวที่เขาได้เห็นมาแล้วเพียงชั่ววินาที เมื่อคืนตอนที่เหล่านางพยาบาลตรวจร่างกายของเธออย่างรีบเร่งก่อนที่หมอผู้หญิงที่ถูกตามตัวอย่างเร่งด่วนจะมาถึง จึงหมดหน้าที่ของหมอผู้ชายอย่างเขา

เขายืนรอหมอผู้หญิงตรวจร่างกายของเธออย่างละเอียดทุกซอกทุกมุมอยู่ด้านหลังผ้าม่าน ใจแกร่งเต้นระทึกระหว่างรอลุ้นผลการตรวจร่างกายบอบบางขาวโพลนนั้น

แล้วก็ต้องลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อหมอที่ทำการรักษาเดินออกมารายงานผลว่าเธอตกใจจนช็อกและเป็นลมหมดสติไป แถมร่างกายยังอ่อนเพลีย มีแผลแตกที่เท้า ส่วนร่างกายส่วนอื่นๆ ไม่ได้รับการกระทบกระเทือนอะไรและที่สำคัญไม่มีร่องรอยการถูกล่วงละเมิด

“ไม่มีใคร ก็อยู่กับฉัน ฉันจะดูแลเธอเอง”

“คุณหมอ..”

“ฉันชื่อน่านฟ้า เรียกหมอน่านก็ได้ แล้วเธอล่ะชื่ออะไร อายุเท่าไหร่”

น่านฟ้า อธิพัฒน์โภคิน หมอหนุ่มวัย 30 ปี เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งนี้ส่งยิ้มอบอุ่นให้ลูกนกปีกหักตรงหน้า

คนตัวบางมองสบตากับชายหนุ่มรูปหล่อที่กำลังส่งยิ้มอ่อนให้กับเธอด้วยหัวใจเต้นระรัว ใบหน้าขาวสะอาด ดวงตาคมกริบสีดำขลับ คิ้วเข้มดกดำ จมูกโด่งจัด ริมฝีปากหยักได้รูปสีแดงสดราวกับผลเชอร์รี่ คางเหลี่ยมกำลังดีรับกับสันกรามโค้งมน ผมรองทรงไถข้างสั้นแสกกลางปล่อยปลายผมลงมาปรกหน้าผาก ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวสะอาด เขามีรูปร่างสูงใหญ่ผิวพรรณขาวจัดเนียนละเอียดราวผิวเด็กยิ่งทำให้เขาดูหล่อเหลากร้าวใจ

“หนูชื่อมะลิ อายุ 18 ปีค่ะ”

มะลิ ชื่อช่างเหมาะสมกับตัว ผิวพรรณที่ขาวผ่องหอมกรุ่นด้วยวัยสาวของเธอ แถมท่าทางบอบบางราวกับกลีบของดอกมะลินั่นช่างเหมาะสมกับเจ้าของชื่อจริงๆ

“ว่าไง ตกลงจะไปอยู่กับฉันไหม มะลิ ฉันจะส่งเธอเรียนเอง”

“แล้วครอบครัวหมอน่านไม่ว่าเอาหรอคะ หนู..”

“คิดมาก ไม่มีใครว่าอะไรหรอก พ่อกับแม่ฉันใจดี”

สาวน้อยครุ่นคิดอีกครั้ง เพราะไม่อยากที่จะเป็นภาระของใคร แต่จะให้เด็กอายุ 18 อย่างเธอที่ไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้วมีชีวิตรอดในสังคมต่อไป มันเป็นไปไม่ได้เลย

“ก็ได้ค่ะ หนูจะไปอยู่บ้านหมอ ขอบคุณมากนะคะ ถ้ามีอะไรที่หนูตอบแทนหมอได้ขอให้หมอรีบบอกมาเลยค่ะ หนูยอมทำทุกอย่าง”

“ทุกอย่างเลยหรอ”

คนหล่อเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาที่มองสบกับสาวน้อยสว่างวาบขึ้นชั่ววินาที ก่อนจะมอดดับลงเป็นปกติดังเดิมโดยที่เธอไม่ทันได้เห็น

“ค่ะ ทุกอย่าง เพราะหมอช่วยชีวิตหนูเอาไว้ ไม่อย่างนั้นหนูอาจจะถูกพวกมันฆ่าตาย หรือไม่ก็ถูกส่งไปขายกลายเป็นโสเภณีที่ชายแดน หนูติดหนี้บุญคุณหมอ ต่อให้ยากเย็นแค่ไหน ถ้าหมอต้องการ หนูก็จะทำให้ค่ะ”

“หึหึ เอาไว้ก่อนแล้วกัน ตอนนี้ฉันยังคิดไม่ออกว่าต้องการอะไร ไว้ถ้านึกได้ จะบอกเธอแล้วกันนะ”

“ค่ะ ขอบคุณหมอมากค่ะ”

สาวน้อยตัวบางยิ้มหวาน ก่อนจะพนมมือก้มลงไหว้ผู้มีพระคุณอย่างนอบน้อมสวยงามตามที่คนเป็นพ่อได้สั่งสอนมา มันน่าเอ็นดูจนหมอหนุ่มต้องส่งมือไปลูบศีรษะทุยนั้นเบาๆ

“อุ๊ย ขอโทษค่ะ ไม่คิดว่าหมอจะอยู่ในห้อง”

นางพยาบาลสาวสวยเดินเข้าห้องมาพร้อมเสื้อผ้าคนไข้ชุดใหม่และรถเข็นใส่อาหาร

“อืม พอดีผมมาดูคนไข้น่ะ ยังไงฝากด้วยแล้วกันนะครับ ผมมีไปดูคนไข้ห้องอื่นอีก ฉันไปก่อนนะมะลิ เดี๋ยวค่ำๆ จะแวะมาดูอีกรอบ”

“ขอบคุณมากค่ะ หมอน่าน”

-**********************

ช่วงค่ำหลังจากที่นางพยาบาลมาวัดไข้รอบสุดท้าย มะลิก็แอบเข้าไปอาบน้ำเพราะรู้สึกเหนียวเนื้อเหนียวตัว แม้ว่านางพยาบาลจะเช็ดตัวให้แล้วก็ยังไม่รู้สึกดีขึ้น

เธอใช้เวลาในห้องน้ำนานกว่าปกติเพราะร่างกายที่ยังอ่อนเพลียทำให้เธอไม่กล้าที่จะขยับตัวหรือทำอะไรอย่างรวดเร็วเกินไปนัก

น่านฟ้าเปิดประตูห้องพักแบบวีไอพีเข้ามาแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อบนเตียงไม่มีคนไข้นอนอยู่ เสียงน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำดังเล็ดลอดออกมาแว่วๆ ทำให้รู้ว่าเด็กดื้อแอบเข้าไปอาบน้ำเสียแล้ว จึงได้แต่ส่ายหน้าระอา ทั้งๆ ที่เขาสั่งนางพยาบาลหลายรอบแล้วว่ายังไม่ให้เธออาบน้ำเพราะแผลที่เท้าของเธอจะเปียกจนติดเชื้อได้

เขารีบออกไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลชุดใหญ่กับกระเป๋าเป้ใบโตแล้วเข้ามานั่งรอเด็กดื้อที่โซฟาข้างเตียงผู้ป่วย ไม่นานประตูห้องน้ำก็เปิดออกพร้อมด้วยคนตัวบางในชุดคนไข้ชุดใหม่ที่ค่อยๆ เดินโขยกเขยกออกมาเพราะเริ่มรู้สึกตึงๆ ที่บาดแผล

“อูยยย เจ็บแผลเหมือนกันนะ”

“ก็ใช่น่ะสิ แผลยังไม่แห้ง ทำไมถึงเข้าไปอาบน้ำ ฉันสั่งแล้วไม่ใช่หรอว่ายังไม่ให้อาบ”

“อุ๊ย หมอ”

มะลิตกใจสะดุ้งโหยงที่แอบลักลอบทำความผิดแล้วโดนจับได้ จึงรีบกลั้นใจเดินไปที่เตียง แต่สังขารไม่อำนวยเท่าไหร่ เดือดร้อนหมอหนุ่มต้องลุกมาประคองเด็กดื้อไปนั่ง ทั้งๆ ที่เขาอยากจะจับมาตีก้นมากกว่าแท้ๆ

“เอ่อ หนูขอโทษค่ะที่ขัดคำสั่ง หนูเหนียวตัว”

“แล้วพยาบาลไม่ได้เช็ดตัวให้หรือไง”

“เช็ดแล้วค่ะ แต่มันไม่เหมือนอาบน้ำ หนูก็เลย..”

“หัดดื้อกับฉันตั้งแต่วันแรกที่ตกลงจะไปอยู่ด้วยกันเลยหรือ”

“มะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ หนูไม่ได้ตั้งใจจะดื้อกับหมอ หนูขอโทษค่ะ”

เสียงที่สลดลงอย่างน่าสงสารทำเอาคนตัวโตที่อยากจะกำราบเด็กดื้อให้กลัวเกรง เพื่อที่ต่อไปจะได้ดูแลควบคุมกันง่ายหน่อย ต้องถอนหายใจยาวอย่างยอมจำนน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป