บทที่ 7 ตั้งใจเรียนหน่อยนะมะลิ
“ไม่ได้รำคาญ อยู่บ้านฉัน เธอสามารถเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ แค่รู้หน้าที่ว่าควรต้องทำอะไรเมื่อไหร่ก็พอแล้ว”
สาวน้อยมองหน้าของผู้มีบุญคุณเท่าชีวิตด้วยแววตาแสนเทิดทูน ไม่รู้ว่าจะตอบแทนความดีของเขาเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ
“ไม่ต้องมาทำหน้าซึ้ง ถ้าอยากตอบแทนก็ช่วยแม่บ้านทำงานบ้าน เป็นเด็กดี เชื่อฟังผู้ใหญ่ และตั้งใจเรียนก็พอ เข้าใจไหม”
“เข้าใจค่ะ”
“อืม เห็นแบบนี้แล้วอยากนอนบนตึกไหม ห้องนอนสวยๆ ทั้งนั้นเลยนะ”
“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูไม่เคยอยู่บ้านใหญ่ขนาดนี้ น่าจะนอนไม่หลับมากกว่า แล้วบ้านในสวนอยู่ที่ไหนคะ ต้องไปจากที่นี่ไกลไหมคะ”
“อยู่ข้างบ้านนี่แหละ รั้วเดียวกัน เดี๋ยวขึ้นไปหาพ่อแม่ฉันก่อนแล้วจะพาไป”
“ค่ะหมอ”
หมอหนุ่มพาเด็กสาวในปกครองเดินเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหราสวยงามสมฐานะ คนตัวบางกวาดตามองทุกอย่างในบ้านอย่างตกตะลึง และตกตกตะลึงยิ่งกว่าเดิมเมื่อในห้องรับแขกขนาดใหญ่ที่เขาพาเดินเข้ามา บนโซฟาตัวหรูมีชายหญิงวัยกลางคนที่ต้องบอกว่าโคตรหล่อและโคตรสวยดูดีไปทุกกระเบียดนิ้วนั่งอยู่
แต่ก็ยังไม่เท่ากวาดสายตามองไปด้านข้างชายหญิงวัยกลางคนคู่นั้นแล้วเจอกับชายหนุ่มรูปหล่อเรือนร่างใหญ่โต ที่ใบหน้าเหมือนกับหมอน่านฟ้าของเธอราวกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกันก็ไม่ปาน
“นี่พ่อแม่ของฉัน พ่อปราณต์ กับแม่ณิชา ส่วนนี่น้องชายฝาแฝดของฉัน เหนือเมฆ”
น่านฟ้า กับเหนือเมฆ รูปก็งาม นามก็เพราะ ไม่มีอะไรที่เด็กสาวอย่างเธอจะบรรยายผู้มีพระคุณและครอบครัวได้ดีเท่ากับคำว่าเพอร์เฟค ทั้งหล่อ ทั้งสวย ทั้งร่ำรวย และใจดี
“สวัสดีค่ะ คุณท่าน คุณเหนือเมฆ”
“สวัสดีจ้ะ มะลิ ไม่ต้องเรียกว่าคุณท่านหรอกนะจ๊ะ จะเรียกลุงกับป้า หรือ เรียกพ่อกับแม่เหมือนที่พี่ๆ เขาเรียกก็ได้ลูก”
“ใช่ เรียกว่าพี่เหนือก็ได้ครับ ไม่ต้องเรียงคงเรียกคุณอะไรหรอกนะ คนบ้านเราไม่ได้มีพิธีรีตองอะไร ทำตัวตามสบายเลย”
“ค่ะ คุณลุง คุณป้า พี่เหนือ”
“มาอยู่ด้วยกันนะลูก ไม่ต้องคิดอะไรมากแล้ว ทิ้งชีวิตเก่าๆ ไปให้หมด ป้ากับลุงจะดูแลหนูเอง มาหาป้ามาลูก”
ณิชาอ้าแขนรับร่างบอบบางที่ขยับตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นเบื้องหน้าแล้วถลาตัวเข้าสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นของผู้หญิงแสนสวยคนนี้
“ขวัญเอ๊ยขวัญมา หมดเคราะห์หมดโศกแล้วนะลูก”
มือเล็กๆ ลูบแผ่นหลังบอบบางของเด็กสาวเพื่อเป็นการเรียกขวัญและปลอบประโลมจิตใจที่อ่อนแอและแตกสลายนั่น ให้กลับมาดีเหมือนเดิม
“ขอบคุณมากค่ะ หนูไม่รู้จะตอบแทนพระคุณของคุณลุงคุณป้าและคุณหมอยังไงหมด ถ้ามีอะไรที่หนูพอจะตอบแทนได้ ให้คุณป้ารีบบอกเลยนะคะ ต่อให้ลำบากยากเย็นแค่ไหน หนูก็เต็มใจค่ะ”
“ป้าไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทนหรอกลูก แค่หนูมีชีวิตต่อไป ตั้งใจเรียน และมีความสุขในทุกวันก็พอแล้ว พ่อกับแม่ของหนูที่มองลงมาจากฟ้า ก็จะได้สบายใจหมดห่วง หนูทำได้ไหม”
“ทำได้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ คุณป้า”
“เอาๆ ขึ้นมานั่งดีๆเถอะลูก ลุงยินดีต้อนรับ มีอะไรก็ปรึกษาพูดคุยกับลุงกับป้าได้ทุกเรื่อง ถือเสียว่าลุงกับป้าคือพ่อแม่ของหนูอีกคนนะ”
“ขอบคุณมากค่ะ คุณลุง”
มะลิขยับตัวขึ้นไปนั่งด้านข้างหมอหนุ่มตามเดิม มือเล็กปาดน้ำตาเพื่อมองใบหน้าของผู้มีพระคุณให้ชัดขึ้นอีกนิด รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้มีชีวิตใหม่แบบนี้
“พ่อครับ แม่ครับ ผมว่าจะมอบหมายงานให้มะลิรับผิดชอบ เอาเป็นทำความสะอาดห้องนอนของฉันแล้วกันนะมะลิ วันหยุดหรือปิดเทอมเข้าไปทำทุกเช้าตอนหกโมงเช้า เตรียมเสื้อผ้าไว้ให้ฉันที่หน้าตู้เสื้อผ้า ส่วนวันที่ต้องไปเรียนก็ค่อยกลับมาทำตอนเลิกเรียนก็ได้ ถ้าฉันต้องทำงานดึกๆ ก็ชงกาแฟมาให้ที่ห้อง แค่นี้ก็พอ ส่วนหน้าที่อื่นๆ ก็แล้วแต่แม่จะให้ช่วยเลยครับ ทำได้ไหม มะลิ”
“ทำได้ค่ะ”
“งานอื่นก็ไม่มีอะไรหรอกลูก แม่บ้านเราก็มี เอาไว้ถ้ามะลิว่างๆ ไม่ต้องไปเรียน อยากจะช่วยทำกับข้าว หรือจัดดอกไม้ หรือช่วยแม่ดูแลต้นไม้ก็ได้ แต่ช่วงที่ไปเรียนไม่ต้องทำอะไร แค่ช่วยดูแลหมอน่าน กับตั้งใจเรียน ตั้งใจสอบก็พอแล้ว”
“ได้ค่ะ”
“ส่วนเรื่องการกินข้าว มะลิมากินพร้อมกับพวกป้าที่บ้านใหญ่ทุกมื้อนะลูก หนูอยู่ที่นี่ในฐานะหลานสาวของลุงกับป้า ที่จริงป้าอยากให้มะลิขึ้นมานอนบนตึกนี่ แต่ก็ไม่รู้ว่ามะลิจะสะดวกแบบไหน หมอน่านเลยจัดการให้จัดเรือนเล็กให้มะลิก่อน เผื่อหนูต้องการอิสระ แต่ถ้าอยู่ไม่ได้ต้องรีบบอก อย่าเกรงใจ ห้องนอนบนตึกเยอะแยะไปหมด มาอยู่ใกล้ๆ กับป้าก็ดีเหมือนกัน”
“ขอบคุณมากค่ะคุณป้า หนูว่าอยู่เรือนหลังเล็กก็ดีเหมือนกันค่ะ หนูยังไม่ชินกับบ้านใหญ่ขนาดนี้เลยค่ะ จะนอนไม่หลับเอาเสียเปล่าๆ นะคะ”
“ฮ่าๆๆ เอาตามที่มะลิสบายใจเลยลูก”
“เรื่องเรียนต้องตั้งใจเรียนหน่อยนะมะลิ เพราะผู้ปกครองของมะลิเป็นเด็กเรียน บ้านที่จะไปอยู่ก็มีแต่หนังสือของเขาปาไปครึ่งบ้านแล้ว แทบไม่มีทางเดินเลยล่ะ”
เหนือเมฆแซวพี่ชายฝาแฝดที่ชอบทำอะไรจริงจังไปทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเดียวคือเรื่องผู้หญิง ที่ไม่เคยจริงจังกับใครสักคน ยกเว้นคนที่มีสถานะแค่เพื่อนคนนั้น
“มึงก็พูดไป แต่ก็ต้องตั้งใจเรียนล่ะนะ เพราะฉันจะดูผลการเรียนทุกเทอม โอเคไหม”
“รับทราบค่ะ คุณหมอ”
