บทที่ 5 เรียกผม "ที่รัก"

คนหล่ออมยิ้มมีเสน่ห์ พร้อมจ้องมองเธอด้วยสายตาแพรวพราวที่ใช้สะกดเหยื่อทุกรายจนอยู่หมัดมาแล้ว

ปัณยตากระแอมแก้เก้อเล็กน้อยแล้วยื่นมือไปรับเครื่องดื่มสีอำพันนั้นมากรอกปากจนแทบหมดแก้ว ข่มความประหม่าและความอาย ที่จ้องมองใบหน้าเขาอย่างเผลอไผลจนเขาจับอาการของเธอได้แบบนั้น

“ฮึ่ม เปล่าค่ะ แค่คุณชงช้า”

“คอแห้งหรือครับ ปั้นหยา”

เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกชื่อเธอแบบที่ไม่เคยได้ยินจากใครมาก่อน ทำเอาขนอ่อนในกายสาวลุกซู่ หัวใจเต้นรัวแบบแปลกๆ ราวกับเพิ่งแตกเนื้อสาวแล้วมีผู้ชายมาขายขนมจีบไม่มีผิด

“เอ่อ ค่ะ คุณก็ดื่มบ้างสิคะ”

“ที่รัก ครับ”

ปัณยตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ดวงตาคมกริบยังคงจ้องมองสบตากับเธอไม่เลี่ยงหลบ ต้องยอมรับจากใจเลยว่าผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์มาก ทั้งยังหล่ออย่างร้ายกาจอีกต่างหาก หัวใจดวงน้อยของเธอแทบจะต้านทานไม่ไหวอยู่แล้ว

“เรียกผมว่า..ที่รัก”

ดวงตาที่เบิกกว้างอยู่แล้ว เบิกโตขึ้นอีกเท่าตัว เมื่อคิดว่าเขาอยากให้เธอเรียกเขาแบบนั้น จะบ้าหรือเปล่า ไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตน จะให้มาเรียกเขาว่าที่รักได้อย่างไร กระดากปากตายเลย

“ผมชื่อ..ที่รัก จริงๆ ครับ”

“เอ่อ คุณ..ที่รัก ไม่มีชื่ออื่นให้เรียกหรือคะ”

“ไม่อยากเรียกที่รัก เรียก..สุดที่รัก..ก็ได้ครับ”

สุทธิรักษ์ ออกเสียงคล้ายกับ สุดที่รัก และเขามักจะโดนเพื่อนล้อเป็นประจำ แต่เขาไม่เคยอาย เพราะพ่อกับแม่ตั้งใจตั้งชื่อเขาให้เล่นเสียงแบบนั้นอยู่แล้ว ออกจะภูมิใจด้วยซ้ำว่าเขาเป็นสุดยอดดวงใจของพ่อและแม่

แม้ว่าครอบครัวของเขาจะมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งระหว่างพ่อกับแม่ในเรื่องละเอียดอ่อนต่างๆ แต่สำหรับเขา ไม่เคยกังขาในความรักที่พ่อกับแม่มีให้เขาซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวเลยแม้แต่น้อย

แต่สำหรับคนฟังนี่สิ แทบจะสำลักเครื่องดื่มที่กำลังยกกระดกดับความอาย

หนักกว่าเดิมอีก แค่ชื่อ “ที่รัก” ก็รู้สึกกระดากปากแล้ว ให้มาเรียก “สุดที่รัก” จะบ้าหรือเปล่า

“ใช้มุกแบบนี้จีบสาวบ่อยหรือคะ”

“เปล่าเลยครับ ผมไม่เคยจีบใคร”

คนสวยอมยิ้ม ก็คงจะจริง คนหล่อขนาดเขาไม่จำเป็นต้องเข้าไปจีบผู้หญิงที่ไหนก่อนเลย แค่นั่งทำหน้าหล่อๆ ปรายตามองสาวสวยพวกนั้น ต่างก็คงวิ่งกรูกันเข้ามาถวายตัวให้เขาแล้ว ไหนจะอาชีพแบบนี้อีก ถ้าไม่จำเป็น เขาคงไม่คิดผูกมัดกับใครให้เป็นอุปสรรคของการหาเงินหรอก

“มีแต่ผู้หญิงเข้ามาจีบหรือคะ ก็น่าอยู่หรอกนะ”

“ผมจะถือว่าเป็นคำชมนะครับ ปั้นหยา”

เขายกแก้วเครื่องดื่มสีอำพันชนแก้วของเธอที่เขาเพิ่งชงให้ใหม่เบาๆ ก่อนจะยกขึ้นดื่มอึกใหญ่ ทั้งที่สายตายังไม่ยอมละไปจากดวงตากลมโตแสนหวานคู่นี้เลย


เสียงทุ้มหวานที่เรียกชื่อเล่นของเธอบ่อยๆ ทำเอาเธอรู้สึกแปลกๆ ในหัวใจ

“เอ่อ คุณเรียกฉันว่า พี่ก็ได้นะคะ เพราะฉันคงแก่กว่าคุณหลายปี”

สุทธิรักษ์พิจารณาใบหน้างดงามนั้นอีกครั้ง เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะแก่กว่าเขา เพราะปีนี้เขาก็อายุ 33 ปีแล้ว ถ้าเธอแก่กว่าเขาต้องอายุ 34 ปีขึ้นไปเท่านั้น

ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เพราะผิวพรรณของเธอยังดูเต่งตึงไม่มีแม้เพียงริ้วรอยสักขีด ดวงตากลมโตที่ตกแต่งเครื่องสำอางมาอย่างบางเบานั้นขับความงามตามธรรมชาติ ยิ่งทำให้เธอดูไม่น่าจะอายุเกิน 27 ปี ซึ่งอย่างไรก็ต้องเด็กกว่าเขาแน่นอน

“คุณอย่ามาอำผมดีกว่าครับ ผมเองก็ไม่ได้เด็กอย่างที่คุณคิดหรอกนะ ผมเลยสามมาแล้วครับ เผลอๆ จะเป็นคุณเองหรือเปล่า ที่ต้องเรียกผมว่าพี่ แต่ผมไม่ชอบหรอกนะ อยากให้คุณเรียกว่า..ที่รักมากกว่า”

“อ้อนเก่งแบบนี้ ท่าทางจะมีลูกค้าประจำเยอะนะคะ”

“คุณอยากเป็นลูกค้าประจำผมอีกคนหรือเปล่าล่ะครับ”

“ขอบายดีกว่าค่ะ ไม่ชอบแย่งชิงกับใคร”

คนตัวโตแค่นยิ้มมุมปาก เธอไม่ชอบแย่งชิงกับใคร แต่ถ้าเธอเกิดหลงเสน่ห์เขาขึ้นมา ก็คงหนีไม่พ้น ที่จะต้องมาตบตีแย่งชิงเขากับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ต้องการจะเป็นตัวจริงของเขาทั้งนั้น ไม่เว้นแม้สักคน

“ปกติคุณมาที่นี่บ่อยไหมครับ ทำไมผมไม่เคยเห็นคุณเลย”

“ไม่เคยมาที่นี่หรอกค่ะ”

ที่จริงก็ไม่เคยไปที่ไหนที่เป็นลักษณะนี้เหมือนกัน แต่เรื่องอะไรเธอจะเผยความจริงให้ได้รู้กันล่ะ วันนี้เธอมาในมาดนางพญานะ

“จากนี้ก็มาที่นี่บ่อยๆ นะครับ ปั้นหยา”

“หาลูกค้าเก่งนะคะ”

คนหล่อยกยิ้มมุมปาก ก่อนชนแก้วกับเธอเบาๆ พร้อมยกกระดกหมดแก้ว เป็นเชิงให้เธอทำเหมือนกัน ซึ่งสาวแซ่บอย่างปั้นหยาก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง

“ได้ข่าวว่าวันนี้เป็นปาร์ตี้สละโสด คนไหนคือว่าที่เจ้าสาวครับ”

เขามองเธอนิ่งนาน แทบไม่กล้าหายใจเพราะลุ้นในคำตอบ แถมยังพยายามสะกดจิตให้เธอตอบในสิ่งที่เขาอยากได้ยินอีกต่างหาก

“เดาดูสิคะ ว่าคนไหน”

เขาหลุดยิ้มขำกับลูกล่อลูกชนของเธอ ไม่รู้หรอก ว่าเธอจะรู้ตัวไหมว่าเขาลุ้นคำตอบนี้ขนาดไหน เธอถึงจงใจกลั่นแกล้งเขาแบบนี้ หมดกัน คนอย่างนายสุทธิรักษ์ ทำไมเสียทรงได้ขนาดนี้

“เป็นคนไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่คุณ ใช่ไหมครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป