บทที่ 10 จูบแรก

แรงกดดันจากเรือนร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมา ทำให้เบาะโซฟาหนังเทียมยวบลงไปถนัดตาเมื่อต้องรับน้ำหนักคนถึงสองคนพร้อมกัน

มิลินเงยหน้าขึ้นสบตากับประกายไฟที่ลุกโชนที่อยู่ในดวงตาเรียวยาวของชายหนุ่ม หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก 

ความทระนงและมาดราชินีที่เคยตั้งกำแพงไว้สูงลิบเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรงภายใต้เงาร่างใหญ่ที่แผ่รังสีอันดิบเถื่อนคุกคามลงมา

"ไหนบอกว่าคุณคือคนคุมเกมไงล่ะครับ... ควีนของผม"

เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบเย้าแหย่ชิดริมฝีปากอิ่มของหญิงสาว ลมหายใจร้อนระอุที่เจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานเข้ากับกลิ่นกายสะอาดเข้มข้นเฉพาะตัวที่ทับซ้อนด้วยความเย้ายวนลึกล้ำของ โทบาคโค วานิลลา (Tobacco Vanille) เป่ารดลงมาจนมิลินรู้สึกวูบวาบไปหมด

ทุกท่วงท่าและรอยยิ้มมุมปากของเขา มีแรงดึงดูดประหลาดที่เปรียบเสมือนความอันตรายที่หวานล้ำ

หุ่นฝึกหัดที่ชื่ออาเยี่ยคนนี้ ไม่ได้แค่หล่อเหลาจนน่าตื่นตะลึง แต่เขามีเสน่ห์เย้ายวนอย่างร้ายกาจ ชวนให้มึนเมาและเคลิบเคลิ้มจนแทบลืมหายใจ!

หากเธอใจอ่อนเพียงนิด ปีศาจพราวเสน่ห์ตรงหน้าก็พร้อมที่จะหยิบยื่นความมัวเมาหลงผิดมาให้เธอเดินตกหลุมพรางลงไปเองอย่างเต็มใจ

ก่อนที่มิลินจะทันได้เรียกสติหรือเปล่งเสียงประท้วงใดๆออกมา มือเรียวใหญ่แกร่งดั่งคีมเหล็กก็เลื่อนขึ้นตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะ กดจมลงกับเบาะโซฟาอย่างง่ายดาย

เขาพันธนาการร่างของเธอเอาไว้ใต้อาณัติโดยสมบูรณ์ ขณะที่แผ่นหลังบางแนบชิดจมหายลงไปในเบาะหนา เบื้องบนคือแผงอกแกร่งเปลือยเปล่าที่เธอยังคงทิ้งรอยเปียกชื้นของเรียวลิ้นเอาไว้

สองขาเรียวของเธอที่ก่อนหน้านี้อ้าคล่อมทับร่างสูง พอถูกจับพลิกกลับจากข้างบนลงมาอยู่ด้านล่าง เลยกลายเป็นว่า เธอต้องไขว้ขารัดรอบเอวสอบของเขาเอาไว้อัตโนมัติราวกับเป็นท่าบังคับ

ร่างกายของอาเยี่ยร้อนผ่าวราวกับเตาหลอม และมันกำลังบดเบียดกดทับลงมาจนหญิงสาวแทบหายใจไม่ออก เลยทำให้ได้สติตวาดแหวออกมา

"ปล่อยนะ... อาเยี่ย คุ… คุณกล้าดียังไง...!"

ควีนสาวขึ้นเสียงสั่นระริกอย่างตกใจ ขัดกับแววตาหยิ่งยโสที่พยายามจ้องจิกข่มขวัญเขาเอาไว้

แม้ข้อมือทั้งสองข้างจะถูกตรึงไว้เหนือศีรษะจนขยับไม่ได้ดั่งใจ ทว่าร่างกายและสายตาของเธอกลับพยายามขัดขืนอย่างเต็มที่

"คุณกล้าดียังไงมาทำลายกฎเหล็กของฉัน… ฉันสั่งให้คุณนั่งนิ่งๆ และห้ามใช้มือจับตัวฉันไม่ใช่หรือไง!"

มิลินเชิดหน้าตวาดสู้ แววตาโตหวานวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกลูบคม

"ถ้าคุณยังไม่ปล่อยฉันตอนนี้... ฉันจะยกเลิกสัญญาทันที และเงินมัดจำก้อนที่เหลือ คุณจะไม่ได้มันแม้แต่หยวนเดียว!"

ฉินเยี่ยไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านกับคำขู่ขวัญนั้นเลยสักนิด นัยน์ตาเรียวยาวฉายประกายขบขันกึ่งเอ็นดูแม่เสือสาว ที่กำลังแยกเขี้ยวขู่ฟ่อราวกับแมวน้อยน่ารัก

ชายหนุ่มโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนเกือบชิด แกล้งขยับเอวสอบเบียดเน้นเข้าหากึ่งกลางกายสาวผ่านเนื้อผ้าที่เป็นชุดเดรสรัดรูปตัวสั้น จนมิลินเผลอครางในลำคอ

อ๊ะ!

"ยกเลิกสัญญาเหรอครับ?"

ชายหนุ่มกระซิบเสียงต่ำทว่ามีอำนาจแฝงเร้นอย่างประหลาด ยิ่งเขาขยับเบียดเข้าแนบชิด กลิ่นกายบุรุษเพศที่เต็มไปด้วยความดุดันและเซ็กซี่เร้าใจก็ยิ่งรบกวนสติสัมปชัญญะของมิลินจนหมดสิ้น

พอเขาแกล้งฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ปลายจมูกโด่งคมลากไล้ผ่านผิวเนื้อสีน้ำผึ้งนุ่มละมุนหอมชวนติดใจ ก่อนจะขยับริมฝีปากไปขบใบหูเล็กนุ่มที่กำลังขึ้นสีแดงก่ำ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์แพรวพราวที่สั่นประสาทลงมา

"เจ้านายจะใจร้าย ทิ้งหุ่นฝึกหัดที่เพิ่งชมว่าเก่งจริงคนนี้ได้ลงคอเลยเหรอครับ..."

​ปลายนิ้วแข็งแรงที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เปลี่ยนเป็นเลื่อนลงมาไล้เบาๆ บนกรอบหน้าเนียนงามอย่างถือวิสาสะ ไล่เรื่อยลงมาตามลำคอระหง ก่อนจะหยุดนิ่งตรงแอ่งชีพจรที่เต้นระรัวใต้ผิวเนื้อ ราวกับกำลังจับจังหวะความตื่นตระหนกของเธอ

​"อีกอย่าง… เมื่อกี้เจ้านายเป็นคนเริ่มเล่นกับไฟก่อนเองนะ ทั้งขยันยั่วบดเบียด ทั้งใช้ลิ้นทรมานผมจนแทบคลั่งขนาดนั้น จะให้ผมนั่งนิ่งๆเป็นหุ่นไม้ก็ดูจะใจร้ายกับร่างกายผมเกินไปหน่อยนะครับ"

"คุณ...!"

มิลินอ้าปากจะด่า ทว่าชายหนุ่มกลับขยับริมฝีปากเม้มงับติ่งหูของเธอเบาๆอีกครั้ง เป็นการลงโทษจนร่างบางสะท้านเฮือก

“อย่ามาแตะ!”

ดวงตากลมโตที่วาวโรจน์ไปด้วยโทสะ ยิ่งขับเน้นให้ควีนสาวผู้หยิ่งยโสดูเย้ายวนจนน่าแกล้งน่าฟัดมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

ยิ่งไปกว่านั้น… กลิ่นกายหอมหวานเฉพาะตัวที่ผสมผสานกับความรัญจวนจากลมหายใจหอบสะท้านเพราะความโกรธของหญิงสาว ยิ่งเป็นการปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวพญามังกรหนุ่มให้พุ่งพล่านจนยากจะต้านทาน

ภาพริมฝีปากอิ่มนุ่มน่าจูบที่เม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้น ท่าทีต่อต้านที่พยายามเชิดหน้าสู้ทั้งๆที่ตกใจกลัวจนตัวสั่น ยิ่งเป็นตัวเร่งเร้าชั้นดีที่ทำให้อารมณ์ของมาเฟียหนุ่มเตลิดเปิดเปิงเกินกว่าจะยับยั้งชั่งใจได้อีกต่อไป

ถึงรู้ว่าเขากำลังทำผิดกฎ… ก็ช่างหัวมันปะไร!

ความอดทนที่จะต้องฝืนประคับประคองกฎกติกาเอาไว้ขาดผึ่งลงในเสี้ยววินาทีนั้น…

ก่อนที่เขาจะก้มลงปิดกั้นเสียงหวานที่กำลังต่อต้านทั้งหมด ด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวที่บดขยี้ลงมาอย่างไร้ความปรานี

อื๊ออออ!!

สัมผัสหนักหน่วงแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนดุดันแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปากนุ่ม มิลินเบิกตาโตเมื่อเรียวเรียวลิ้นร้อนจัดสอดแทรกเข้ามาตวัดกวาดต้อนควานหาความหวานล้ำภายในอย่างเอาแต่ใจ

“…!!!”

มันไม่ใช่แค่การจูบเพื่อหยอกเย้าหรือลงทัณฑ์ หากแต่เป็นการรุกรานที่ลึกซึ้งและดุดันราวกับพายุคลั่งที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้

ฉินเยี่ยบดขยี้เรียวปากอิ่มนุ่มของหญิงสาวอย่างลึกล้ำ มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเล็กเปลี่ยนเป็นโอบรั้งท้ายทอยบอบบางและเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิทไร้ช่องว่างใดๆ

บีบบังคับให้หญิงสาวต้องเชิดหน้าขึ้น เพื่อที่เขาจะทำตามใจได้อย่างถนัดถนี่

ร่างกายใหญ่โตบดเบียดแนบชิดแนบแน่น จนมิลินสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุและพละกำลังอันดิบเถื่อนที่มากล้นของเขา

เรียวลิ้นร้อนจัดพยายามไล่ต้อนเกี่ยวพันตวัดดูดดึง และหยอกล้อกับความหวานภายในอย่างหิวกระหาย

มิลินได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนทั้งร่างแข็งค้างไปชั่วขณะ

นี่คือจูบแรก...

จูบแรกในชีวิตของมิลิน ผู้หญิงที่ใครๆต่างก็คิดว่าสูงส่ง เป็นเจ้าหญิงที่วางตัวอยู่เหนือผู้อื่นมาตลอด

ทว่าภายใต้เกราะกำบังอันเย่อหยิ่ง เธอไม่เคยอนุญาตให้ชายใดได้เข้าใกล้และล้ำเส้นลึกซึ้งถึงเพียงนี้มาก่อน

ความซาบซ่านและวาบหวามแล่นพล่านตั้งแต่ปลายเท้าเล็กขึ้นสู่สมอง จนทุกอย่างในหัวขาวโพลนไปหมด

ร่างกายชาวาบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อตแล่นพล่านไปทั้งตัว แรงต้านทานทั้งหมดที่เคยมีพลันมลายหายไปในพริบตา เมื่อถูกปล้ำจูบจากผู้เชี่ยวชาญและเจนจัดรุกไล่จนเธอตั้งรับไม่ทัน 

“….!!”


นี่เขาเรียกว่า…

เล่นกับหมา หมาเลียปาก

หรือว่า เล่นกับไฟ ไฟไหม้ตัว รึเปล่าน้าาาา

อิอิ By ไรริล

บทก่อนหน้า
บทถัดไป