บทที่ 6 เข้าถ้ำมังกร 2
มิลินปรายตามอง ‘หุ่นฝึกหัด’ ตรงหน้าอย่างประเมิน
ท่าทางนอบน้อมเชื่องเชื่อของเขาบวกกับประโยคที่เรียกเธอว่า ‘เจ้านาย’ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟังนั่น ทำให้อารมณ์ขัดใจจากสภาพแวดล้อมซอมซ่อก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น ความเป็นควีนผู้คุมเกมในสายเลือดดีดกลับคืนมาทันที
เธอไม่ได้ตอบรับคำทักทายนั้นโดยตรง แต่เลือกที่จะเยื้องกรายขยับเข้าไปใกล้โซฟาเก่าตัวนั้นมากขึ้น
กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูราคาแพงลิบระเหยอวลเข้ากับอุณหภูมิผิวเนื้ออุ่น ผสมผสานกับกลิ่นอายเนื้อสาวบริสุทธิ์จนกลายเป็นกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่เย้ายวนชวนหลงใหล มีเสน่ห์ติดตรึงใจเป็นพิเศษ และดึงดูดให้เข้าหาอย่างรุนแรงจนกลบกลิ่นอับชื้นของห้องพักไปจนมิด
มิลินสะบัดโค้ทวูลขนแกะเมอริโนสีครีมตัวยาวออกจากลาดไหล่เนียนอย่างสง่างาม ก่อนจะปล่อยมันทิ้งลงบนพนักโซฟาอย่างไม่แยแส
เผยให้เห็นชุดเดรสรัดรูปสีดำคอวีลึกที่เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งอวบอิ่ม ทรวดทรงอกเอวสะโพกเอสไลน์ ของเธอนั้นไร้ที่ติ
และเมื่อชุดสีดำตัดกับผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดที่ไม่เหมือนสาวจีนทั่วไป กลับทำให้ดูงดงามและมีระดับราวกับเคลือบด้วยผงทองคำเปล่งประกายยามที่ต้องแสงไฟสลัวภายในห้อง
รัศมีของเธอช่างดูนวลตา เย้ายวนใจ และทรงคุณค่าจนแทบลืมหายใจ
มิลินเยื้องกรายนั่งลงบนโซฟาหนังเทียมตรงกันข้าม เอนแผ่นหลังบอบบางพิงพนักอย่างผ่อนคลาย เรียวขาสวยตวัดไขว่ห้างอย่างมีจริต นัยน์ตาคู่หวานทว่าเย่อหยิ่งทอดมองชายหนุ่มที่ยังคงยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า
"ถอดรองเท้าให้ฉันที…"
คำสั่งแรกถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำ มิลินไม่ได้ใช้น้ำเสียงตวาดข่มขู่ ทว่ามันคือกระแสเสียงเรียบนิ่ง สั่งการอย่างเป็นธรรมชาติของคนที่อยู่บนจุดสูงสุดของสังคมมาทั้งชีวิต
พร้อมกับยื่นเรียวขาสวยข้างซ้ายขยับไปข้างหน้าเล็กน้อย รอคอยดูว่าไอ้หนุ่มออฟฟิศหน้าหล่อคนนี้จะยอมลดเกียรติลงมาคุกเข่าแทบเท้าเธอตามสัญญาลูกหมาเชื่องๆจริงไหม
ฉินเยี่ยในคราบลูกแกะหนุ่มไร้พิษภัย ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนหรือฉายแววไม่พอใจแม้แต่นิดเดียว
ทว่า…นี่คือช่วงเวลาที่หอมหวานที่สุดของเกมการพนันที่เขาแสนเต็มใจที่จะลงเล่น
เขามองเห็นประกายความหวั่นไหวที่พยายามซ่อนไว้หลังดวงตาเย่อหยิ่งคู่นั้น
แววตาของราชินีที่คิดว่าตัวเองกำลังเป็นผู้คุมเกม กำลังจ้องมองมาที่เขา... สัตว์ร้ายที่จำแลงกายมาเป็นเพียงลูกหมาเชื่องๆต่อหน้าเธอ
ในหัวของมาเฟียผู้คุมสถาบันการเงินเงา ไม่ได้รู้สึกขัดใจกับความหยิ่งผยองของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
ตรงกันข้าม... เขากลับรู้สึก ‘กระหาย’ อย่างประหลาด
เธอสวย... เลอค่า... และถือดีจนน่าบดขยี้
นัยน์ตาเรียวยาวของพญามังกรกลับวาวโรจน์ขึ้นด้วยความรู้สึกสนุกระคนพึงใจ สายตาของเขาก้มลงมองข้อเท้าเพรียวบางของเธออย่างเปิดเผย
ชายหนุ่มค่อยๆทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นนิ่งๆอย่างช้าๆ แต่ท่วงท่าการคุกเข่าของเขากลับดูดี สง่างาม และเป็นธรรมชาติจนมิลินแอบลอบกลืนน้ำลายเงียบๆ
‘อาเยี่ย’ คนนี้ เขาดูดีมีระดับและมีอะไรบางอย่างที่คล้ายกับคำว่าบารมีที่ไม่ควรมีอยู่ในตัวพนักงานออฟฟิศกระจอกๆได้
ยามฝ่ามือหนาร้อนระอุและสากระคายตามแบบฉบับของผู้ชายที่ผ่านความยากลำบากของชีวิตมาอย่างหนัก ยื่นออกไปกุมรอบข้อเท้าบางของเธอเอาไว้เบาๆ
สัมผัสอุ่นวาบจากฝ่ามือแกร่งที่แนบชิดกับผิวเนื้อสีน้ำผึ้งเนียนละมุน ทำเอาผิวเนื้อของมิลินชาวาบและเผลอเกร็งนิ้วเท้าขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
"เจ้านาย... เท้าเล็กจังครับ"
เสียงทุ้มพร่ากระซิบแผ่วเบา ฉินเยี่ยช้อนสายตาคมกริบที่ซ่อนความร้ายกาจล้ำลึกขึ้นสบประสานกับเธอตรงๆ ขณะที่นิ้วโป้งหนาแกล้งลากไล้ผ่านบริเวณข้อเท้าเหมือนไม่ได้ตั้งใจ
จังหวะที่เขาค่อยๆถอดรองเท้าส้นสูงแบรนด์หรูออกจากเท้าของเธอนั้น มันช่างเชื่องช้า ละเมียดละไม ทว่ากลับเต็มไปด้วยกระแสไฟราคะบางอย่างที่พุ่งพล่านจนมิลินใจสั่นระรัว
"คุณกลัวอะไรอยู่เหรอครับ... เจ้านาย"
เขาแกล้งกระซิบถามพลางเอื้อมมือไปไล้ข้อเท้าเรียวบางของเธอเบาๆ สัมผัสถึงความสั่นเทาเล็กน้อยที่ทำให้เขาสุขใจจนแทบจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่
"ดูเหมือนเจ้านายจะกังวล... แต่ไม่ต้องห่วงนะครัย ผมเป็นพนักงานที่ซื่อสัตย์มาก และพร้อมจะทำตามคำสั่งของเจ้านายทุกอย่าง จนกว่าเจ้านายจะพอใจ"
เขาทอดสายตาที่ลึกซึ้งและร้อนแรงขึ้นสบตาควีนสาวตรงๆ ราวกับจะแผดเผาเสื้อผ้าชุดเดรสสีดำของเธอให้มอดไหม้สลายหายไปจากสายตา
เขากำลังสนุกที่ได้เห็นเธอพยายามรักษามาดราชินี ในขณะที่ร่างกายของเธอทรยศต่อสมองด้วยการตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างชัดเจน
มิลินพยายามสะกดลมหายใจที่เริ่มติดขัดของตัวเอง แกล้งชักเท้ากลับมาหลบสายตาโลมเลียชื่นชมอย่างร้ายกาจคู่นั้นอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ตัวเองเสียอาการ
เธอเปิดกระเป๋าถือใบหรู หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลและเช็คเงินสดปึกหนึ่งวางลงบนโต๊ะไม้เตี้ยตรงหน้า
"นี่คือข้อตกลงและเงินมัดจำก้อนแรกสำหรับค่าตัวของคุณ ‘อาเยี่ย’"
มิลินเชิดหน้าขึ้น พยายามดึงความเยือกเย็นกลับคืนมา
"ในสัญญาฉบับนี้ระบุชัดเจน... คุณมีหน้าที่สอนทฤษฎีบนเตียง การปรนนิบัติ และทำตามคำสั่งของฉันทุกอย่างห้ามขาดตกบกพร่อง แต่จำกฎเหล็กของเราไว้ให้ขึ้นใจ..."
เธอโน้มตัวลงมาข้างหน้า แววตาโตหวานสะกดจิตจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงคุกเข่าอยู่แทบเท้า
"ห้ามสอดใส่ และห้ามทำอะไรเกินเลยถ้าฉันไม่ได้สั่ง... เพราะบนกระดานนี้ ฉันคือคนคุมเกมเข้าใจไหม?"
ฉินเยี่ยปรายตามองเช็คเงินสดก้อนนั้น (ซึ่งสำหรับเขาแล้วมันมีค่าน้อยกว่าเศษเงินที่เขาใช้ทิปพนักงานในคลับเสียอีก) ก่อนจะเหลือบขึ้นมองใบหน้าสวยเฉี่ยวสีน้ำผึ้งงดงามที่พยายามทำตัวเป็นราชินีใจเด็ดอยู่เหนือเขา
มาเฟียหนุ่มกระตุกยิ้มละมุน แต่แอบซ่อนคมเขี้ยวไว้ด้านในอย่างมิดชิด
เขารู้ดีว่าข้อเสนอของเธอเกี่ยวกับ ‘การห้ามสอดใส่’ นั้นไม่ใช่คำสั่งห้ามที่น่ากลัว
แต่… มันคือ ‘คำท้าทาย’ ที่ทำให้เขาอยากจะทลายกฎบ้าๆนี่เพื่อเอาชนะ
ห้ามสอดใส่? งั้นเหรอ...
ฉินเยี่ยกระตุกยิ้มมุมปาก ความคิดร้ายกาจเริ่มก่อตัวภายใต้ใบหน้าซื่อๆ ที่เขาแกล้งปั้นแต่งอย่างจอมปลอม
เขาไม่ได้มองเธอเป็นแค่เป้าหมายที่จะต้องพิชิต แต่เขากำลังมองเธอเป็น ‘ของเล่นชิ้นโปรด’ ที่เขาตั้งใจจะค่อยๆละเลียดกินตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าเล็กๆนั่นต่างหาก
และทำให้เธอกลายเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ
เขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ชัยชนะในเกมนี้ แต่เขาต้องการเห็น 'ราชินี' สาวสุดเย่อหยิ่ง สิ้นฤทธิ์และยอมจำนนต่อเขาด้วยความเต็มใจภายใต้เกมกติกาที่เธอตั้งกฎขึ้นมาเอง
"รับทราบครับเจ้านาย..."
ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปประชิดโซฟาที่เธอนั่งอยู่จนเงาร่างสูงใหญ่ของเขาทาบทับร่างของเธอจนมิด
บรรยากาศภายในห้องพักแคบๆ พลันอัดแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็นจนทั้งห้องดูหดเล็กลงไปถนัดตา
เมื่อฉินเยี่ยโน้มตัวลงมาจนรัศมีคุกคามที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางนอบน้อมนั้น กลับแผ่ออกมาอย่างรุนแรงจนมิลินรู้สึกเหมือนกำลังถูกพญามังกรตัวใหญ่โอบล้อมไว้ในอาณาเขตของมัน
ยามเขาโน้มตัวก้มลงมาจนชิด ใบหน้าหล่อเหลาเฉียดผ่านแก้มเนียนหอมฟุ้ง ก่อนจะจงใจเป่าลมหายใจอุ่นร้อนรดข้างใบหูและนวลหน้างามแสนดึงดูด กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่ยั่วเย้าที่สุด
"ผมจะเชื่อฟังเจ้านายทุกอย่าง... จนกว่าเจ้านายจะเป็นฝ่ายร้องขอให้ผมทำมากกว่านั้นเอง"
“…!!??”
กินเลย !
มากินไรท์เลย ตอนนี้เหงาและเปลี่ยวมากกกก
อิอิ BY ไรริล
