บทที่ 7 ใช้ลิ้นของคุณ
บทเรียนแรกเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางเสียงฝนที่เริ่มตกลงมากระทบหน้าต่างด้านนอก ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศภายในห้องพักสลัวๆนี้ร้อนระอุขึ้นเป็นเท่าตัว
มิลินหน้าร้อนผ่าว ลมหายใจอุ่นร้อนที่จงใจเป่ารดข้างใบหูเมื่อครู่ ยังคงทิ้งความรู้สึกวูบวาบไว้บนผิวเนื้อสีน้ำผึ้งจนแทบควบคุมตัวเองเอาไว้ไม่อยู่
หัวใจของเธอเต้นรัวกระหน่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ในฐานะ ‘ควีน’ ที่อยู่เหนือทุกคนมาทั้งชีวิต เธอไม่มีวันยอมให้ ‘หุ่นฝึกหัด’ ราคาแพงคนนี้มาถือไพ่เหนือกว่าได้อย่างเด็ดขาด!
ควีนสาวฝืนยิ้มเยือกเย็นส่งกลับไป ดวงตาโตหวานฉายแววเย่อหยิ่งท้าทาย เธอเอนหลังพิงพนักโซฟาอีกครั้ง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อพยายามมองข้ามเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับอยู่
"งั้นก็เริ่มหน้าที่ของคุณได้แล้ว...‘อาเยี่ย’…"
น้ำเสียงของเธอยังคงนิ่งสนิท ทว่าซ่อนกระแสความเอาแต่ใจไว้อย่างเปี่ยมล้น ก่อนที่คำว่า 'อาเยี่ย' จะค่อยๆ หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มนุ่มน่าจูบ
น้ำเสียงแผ่วพร่าที่เอ่ยเรียกชื่อเขานั้น น้ำหนักของมันช่างแผ่วเบา ยั่วยวน และให้ความรู้สึกละมุนละไมเหมือนเนื้อผ้าไหมชั้นดีที่กำลังลูบไล้ไปตามผิวกายจนคนฟังรู้สึกวูบวาบในอก
มิลินขยับเรียวขาข้างซ้ายที่เพิ่งถูกถอดรองเท้าออก ยกลอยขึ้นแผ่วเบาก่อนจะแตะปลายเท้าลงบนหน้าอกแกร่งของชายหนุ่ม ดันเขาให้ออกห่างเบาๆ เป็นเชิงสั่งให้ถอยออกไป
ดวงตาคมเรียวยาวเป็นประกายวาบ เมื่อก้มลงมองฝ่าเท้านุ่มนิ่มที่ทาบอยู่บนอกของเขาอย่างไม่กลัวตาย
หากว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขาถูกใจมากขนาดนี้ ไม่แน่ว่าเธออาจจะต้องไปพบยมบาลแบบไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวแล้ว
แต่ในเมื่อเป็นเธอ เขากลับซ่อนความดุร้ายเอาไว้ภายใต้ใบหน้าของหนุ่มออฟฟิศที่จะต้องเจียมเนื้อเจียมตัว
เธออยากจะเล่นกับไฟ เขาก็พร้อมจะจัดให้แบบไม่ออมมืออีกต่อไป!
เสียงหวานเอ่ยคำสั่งแรกด้วยดวงตาถือดีขั้นสุด
"บทเรียนแรก... ฉันอยากรู้ว่าเงินมัดจำก้อนแรกที่จ่ายไป มันจะคุ้มค่ากับ ‘ลิ้น’ ของคุณไหม"
ริมฝีปากอิ่มที่เคลือบลิปสติกสีแดงก่ำขยับคลี่ยิ้มร้ายกาจ แววตาหวานบาดใจสะกดสายตาคมปลาบของพญามังกรในคราบแกะหนุ่มเอาไว้ได้ทั้งหมด
นิ้วเล็กเรียวยาวชี้ลงไปที่พื้นราวเจ้านายสั่งทาสบริวาร
"คุกเข่าลงไปเหมือนเดิม แล้วใช้ปากของคุณปรนนิบัติขาของฉัน... ตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นมา ห้ามใช้มือแตะโดนตัวส่วนอื่น ทำให้ฉันร้องครางออกมาให้ได้ และจำกฎเหล็กเอาไว้ให้ดี ห้ามทำอะไรเกินเลยถ้าฉันไม่ได้สั่ง!"
ฉินเยี่ยกระตุกยิ้มร้าย นัยน์ตาเรียวยาวฉายประกายดิบเถื่อนของพญามังกรออกมาวูบหนึ่ง เมื่อได้ยินคำท้าทายอันอาจหาญของแม่เสือสาวผิวสีน้ำผึ้ง
"ใช้ลิ้น... ทำให้เจ้านายร้องออกมาให้ได้งั้นเหรอครับ?"
ชายหนุ่มทวนคำสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าเลือน ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับไม่ได้มีความนอบน้อมหลงเหลืออยู่เลย มันเต็มไปด้วยกระแสแห่งความตื่นเต้นของนักล่าที่กำลังจะได้ขย้ำเหยื่ออันโอชะต่างหาก
เขาไม่ได้ขยับถอยห่างตามที่เธอเอาขาดันตัวของเขาเอาไว้ แต่ขยับตัวลงเข้าไปนั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางระหว่างเรียวขาของเธออย่างคุกคามทันที
มิลินใจหายวาบ รีบหดขากลับอย่างลืมตัว สัญชาตญาณร้องเตือนว่าเธอกำลังจะคุมสัตว์ร้ายตัวนี้ไม่อยู่ แต่ความทรนงในศักดิ์ศรีของควีนทำให้เธอยังคงเชิดหน้า จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมปลาบคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้
"ก็ลองดูสิ... อ๊ะ!"
ยังไม่ทันที่มิลินจะพูดได้จบประโยค ชายหนุ่มก็โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาทันที
แต่…
เขาไม่ได้รวบรัดรีบร้อนไปที่จุดสำคัญ แต่กลับเริ่มต้นบทลงทัณฑ์อันแสนเร่าร้อนจากจุดที่เธอคาดไม่ถึง!
ชายหนุ่มก้มลงไปที่ปลายเท้าเล็กงามปราณีต ก่อนที่จะแลบเรียวลิ้นร้อนชื้นแตะลงบนนิ้วเท้าเนียนนุ่มของเธอก่อนเป็นอันดับแรก!
“…!!!!”
เธอบอกให้เขาใช้ลิ้นปรนนิบัติตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นมา… แต่นี่เขากลับกล้าเลียนิ้วเท้าเธอ!!
นิ้วเท้าเรียวเล็กที่บัดนี้ถูกครอบครองด้วยสัมผัสอุ่นชื้นจากริมฝีปากของชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ
ฉินเยี่ยไม่ได้รีบร้อน เขาสบตากับดวงตาคู่สวยที่เบิกกว้างด้วยความตกใจระคนตื่นตระหนก ก่อนจะจงใจอ้าปากครอบครองนิ้วโป้งเรียวของเธอเข้าไปครึ่งหนึ่ง
สัมผัสเปียกชื้นและอุ่นจัดของโพรงปากบวกกับความนุ่มหยุ่นของเรียวลิ้นที่ตวัดวนรอบโคนนิ้วเล็กๆ ทำเอามิลินสะท้านเฮือก เผลอจิกปลายเล็บลงกับเบาะโซฟาจนแน่น
“อื้อ... อาเยี่ย...”
เสียงครางประท้วงหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มอย่างลืมตัว เมื่อชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วมือหยาบกร้านบีบคลึงน่องขาเธอเบาๆ เพื่อตรึงร่างเธอเอาไว้ ขณะที่ปากก็ยังคงละเลียดดูดดึงนิ้วเท้าของเธอทีละนิ้ว และทิ้งสายตาของผู้ชนะกลับมา
แม้เขาจะทำให้หญิงสาวร้องครางออกมาได้ในเวลาไม่ถึงสิบวินาที และจบบททดสอบแรกได้อย่างสวยงามแล้ว แต่เมื่อยังไม่มีคำสั่งให้หยุด เขาก็เดินหน้าต่อไปอย่างย่ามใจ
ฉินเยี่ยใช้ชั้นเชิงอันร้ายกาจละเลียดขยับปลายลิ้นตวัดวน หยอกเย้ากับนิ้วเท้าเรียวสวยทีละนิ้วอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังละเลียดชิมขนมหวานที่แสนดึงดูด
สัมผัสอุ่นชื้นสลับกับลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารด ทำให้นิ้วเท้าของมิลินเผลอจิกเกร็งไปมาด้วยความซ่านสยิวอย่างควบคุมไม่อยู่
เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า การถูกเลียนิ้วเท้าสดๆร้อนๆแบบนี้ มันให้ความรู้สึกวาบหวิวจนต้องลอบกัดฟัน
ปลายลิ้นร้ายกาจลากไล้จากซอกนิ้วก้อยขึ้นมาถึงหลังเท้า บดขยี้แผ่วเบาตรงจุดอ่อนไหวจนผิวเนื้อเนียนละเอียดขึ้นสีแดงระเรื่อ กระแสไฟฟ้าสายหนึ่งแล่นแปลบปลาบจากปลายประสาทสัมผัสพุ่งตรงดิ่งขึ้นสู่ท้องน้อยจนเธอสะดุ้งสุดตัว
จังหวะที่ใบหน้าคมคายซุกไซ้อยู่กับเรียวขาคู่สวย กลิ่นกายสาวหอมบริสุทธิ์เฉพาะตัวที่ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพง ทว่ามันคือกลิ่นผิวเนื้ออุ่นๆ ที่แสนยั่วยวนลอยเข้าสู่ฆานประสาทของนายพรานเข้าเต็มเปา
มาเฟียหนุ่มสูดดมความหอมละมุนนั้นเข้าปอดลึก ความบริสุทธิ์ของกลิ่นทำให้นักล่าอย่างเขาคลั่งไคล้จนแทบคลั่ง ชายหนุ่มนึกมันเขี้ยวจนทนไม่ไหว ฝังริมฝีปากลงไปแล้วจงใจออกแรง 'งับ' ลงบนเนื้อนุ่มบริเวณหลังเท้าเบาๆอย่างลืมตัว
"อ๊ะ! อาเยี่ย... เจ็บนะ!"
มิลินสะดุ้งสุดตัว ขนลุกซู่ไปทั้งร่างกับสัมผัสกึ่งหยอกเย้ากึ่งไม่ตั้งใจนั้น
ทว่านั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น... เพราะหลังจากนั้นพญามังกรหนุ่มก็เริ่มขยับลากไล้เรียวลิ้นร้อนชื้นผ่านข้อเท้าเพรียวบาง เลื่อนสูงขึ้นมาตามแนวหน้าแข้งและน่องเนียนนุ่มอย่างเชื่องช้าทว่าหนักหน่วง
ทุกสัมผัสที่ปลายลิ้นตวัดลากไล้ผ่าน ผิวเนื้อสีน้ำผึ้งเลอค่าจะขึ้นสีชมพูระเรื่อด้วยความเสียวซ่านที่ทวีตัวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
จังหวะที่ปลายลิ้นลากผ่านส่วนโค้งของน่องขึ้นมาถึงแอ่งชีพจรบริเวณข้อพับ และโอบล้อมไล้เลียมาถึงหัวเข่ามน มิลินก็สั่นสะท้านไปทั้งร่างแล้ว
ทุกครั้งที่เขาขยับริมฝีปากหยอกเย้า ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาก็เป่ารดผิวเนื้อเปลือยเปล่าจนเกิดเสียงเฉอะแฉะน่าอายคลอไปกับเสียงฝนด้านนอก
ความซ่านสยิวแล่นพล่านสั่นสะท้านไปถึงกึ่งกลางกายสาว ทั้งที่เขายังไม่ได้สัมผัสจุดอ่อนไหวเลยแม้แต่น้อย
แต่ชั้นเชิงการใช้ลิ้นปรนนิบัติที่ช่วงขา ประกอบกับกลิ่นกายหอมบริสุทธิ์ของหญิงสาวที่ปลุกเร้าอารมณ์ดิบในตัวเขาจนบรรยากาศยิ่งร้อนระอุ กลับกระตุ้นอารมณ์รัญจวนของเกมนี้ให้พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด
"อ๊ะ! อาเยี่ย... หยุด... !"
ในที่สุด ปราการความทระนงของควีนสาวก็พังทลายลงอย่างราบคาบ มิลินกรีดร้องครางออกมาเสียงหลงอย่างสุดกลั้น แผ่นหลังบอบบางหยัดลอยขึ้นจากเบาะโซฟา สะโพกกลมกลึงสั่นระริก สมองขาวโพลนเพลี่ยงพล้ำให้กับความเสียวซ่านที่จู่โจมจนร่างกายทุกส่วนกระตุกเกร็ง
ที่กลางกลายเกิดการบับรัดและตอดกระตุกก่อนจะปลดปล่อยหยาดน้ำหวานเยิ้มซึมออกมาจนชุ่มโชก ฝากรอยรักแห่งความพ่ายแพ้ไว้ตั้งแต่ถูกสัมผัสถึงเพียงแค่หัวเข่า!
ฉินเยี่ยผละใบหน้าออกอย่างเชื่องช้า สูดดมกลิ่นอายความหอมหวานรัญจวนของน้ำหวานที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศพลางกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์
แววตาคู่คมเต็มไปด้วยชัยชนะพลางจ้องมองราชินีผู้สิ้นฤทธิ์ทอดกายหอบหายใจถี่กระชั้นอยู่บนโซฟา ทั้งที่เขายังไม่ได้ทำอะไรเกินเลยไปกว่าหัวเข่าตามที่สั่งไว้เลยด้วยซ้ำ
สายตาของนักล่าช้อนขึ้นสบดวงตาหวานที่อ่อนเชื่อมระคนตื่นตระหนกอย่างใจเย็น
"ชอบมั้ยครับ…เจ้านาย"
ฉินเยี่ยเงยหน้าขึ้นส่งรอยยิ้มใสซื่อให้ราชินีผู้กำลังนั่งตัวสั่นเทิ้มด้วยความวาบหวิวไปทั้วตัว ก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากราวกับหมาป่าที่เตรียมจะขย้ำลูกแกะลงท้องจนหมดตัวอย่างช้าๆ
เลเวลแค่ศูนย์
แต่ริอ่านข้ามขั้นไปเล่นกับครูฝึกที่กวาดถ้วยรางวัลมานับไม่ถ้วน
แบบนี้เขาเรียกว่า
ไม่เจียมตัวนะน้อง
อิอิ BY ไรริล
