บทที่ 3 ตอนที่ 2

HUSBAND - ตอนที่ 2

มหาวิทยาลัย SKT

ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ

" พะพาย ช้าๆ หน่อยสิ เราเดินตามไม่ทันแล้วนะ "

ฉันร้องเรียกยัยพะพาย เพื่อนสนิทในรั้วมหาวิทยาลัยเพียงคนเดียวของฉัน ที่ตอนนี้กำลังเดินนำฉันอยู่ด้วยด้วยน้ำเสียงกระหืดกระหอบ

คือมันใส่รองเท้าผ้าใบอ่ะ ส่วนฉันก็ดันใส่รองเท้าสนสูงมา ก็อุส่าห์ตั้งใจว่าจะมาเดินสวยๆเริดๆเชิดๆในมหาวิทยาลัยตั้งแต่วันแรก แต่ใครจะไปคิดละว่าไอ้การที่ฉันอยากจะจัดเต็มแบบสวยๆ มันจะทำให้ฉันรู้สึกโคตรจะเหนื่อยแบบนี้

ฮื่ออ ไม่น่าหาเรื่องเลยฉัน T_T

" ใครใช้ให้ใส่ส้นสูงมาล่ะ เตือนแล้วแท้ๆ "

พะพายพูดเสียงเนือยแต่ถึงอย่างนั้นยัยเพื่อนสุดที่รักก็ยังชะลอการเดินให้ช้าลง จนฉันสามารถก้าวขาเดินตามยัยนั่นทัน..

" ก็อยากสวยอ่ะ "

ฉันตอบกลับพะพายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก็เปิดเรียนวันแรก ฉันเลยอยากสร้างความประทับใจด้วยความสวยของตัวเองมันผิดตรงไหนล่ะ ฮุฮุ^^

" แล้วตอนนี้สวยไหม? "

พะพายกรอกสายตาใส่ฉันไปมาอย่างเอือมระอาด้วยความเซ็ง แต่แล้วไงอ่ะ ก็คนมันสวยแล้วฉันก็แค่อยากจะเพิ่มพูนความสวยให้มากขึ้นไปอีก ทำไมยัยนี่ถึงไม่เข้าใจฉันเลยเนี่ย เดี๋ยวแม่ก็จับฟาดก้นซะเลยนี่

" จ๊ะ สวยจ๊ะ งั้นก็เดินตามมาให้ทันเนอะ^^ "

พูดจบยัยพะพายก็รีบสาวเท้าเดินนำหน้าฉันไปด้วยความรวดเร็ว ส่วนฉันก็ได้แต่อ้าปากเหวออยู่กับที่ เพราะไม่คิดว่ายัยพะพายจะเดินจ้ำอ้าวหนีฉันไปจริงๆ

" เดี๋ยวสิ ยัยพายรอก๊อนนน.. "

ฉันรีบวิ่งตามยัยพะพายที่บังอาจมาเดินเร็วหนีฉันไปยืนอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่ง ด้วยความรวดเร็วเท่าที่ฉันจะเร็วได้

" เร็วๆ สิ เดี๋ยวก็เข้า "

พะพายแกล้งมองไปด้านในห้อง ก่อนจะหันมาเร่งฉันที่กำลังวิ่งไปหายัยนั่น เดี๋ยวนะทำไมต้องมองไปในห้องแล้วหันมาเร่งฉันด้วยล่ะ หรือว่าอาจารย์จะเข้าแล้ว ไม่นะ แบบนี้จะช้าไม่ได้แล้ว..

คิดได้ดังนั้นฉันเลยรีบวิ่งให้เร็วกว่าเดิมในทันที ทว่าในจังหวะที่ฉันกำลังวิ่งไปหายัยพะพายอยู่นั้น อยู่ๆก็ไม่ใครบางคนเดินออกมาจากจากทางแยกด้านหน้าก่อนที่จะถึงห้องเรียนที่ยัยพะพายเดินอยู่พอดี หลังจากนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหวว่ามันจะเป็นยังไงต่อ..

ปึก! พรึบ!

ฉันก็ชนเข้าแผ่นอกแข็งๆของอีกฝ่ายเข้าจังๆเลยน่ะสิ >_<

" อึก! / เฮ้ย! "

ฉันกับคนคนนั้น(คนที่ฉันเดินชน)อุทานออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจ เพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่ทันระวังด้วยกันทั้งคู่

คือมันเป็นช่วงหัวมุมที่เป็นทางแยกพอดีไง ฉันที่กำลังรีบด้วยเลยไม่ทันระวังว่าจะชนใครเข้า

"...."พอคิดว่าตัวเองก็เป็นฝ่ายผิด ฉันเลยเตรียมจะอ้าปากขอโทษเขาออกไปด้วยความรู้สึกผิด แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะทันได้เปล่งเสียงขอโทษผู้ชายตรงหน้าออกไป..

ใครอีกคนที่น่าจะมาพร้อมกันกับเขา ก็เอ่ยแทรกขึ้นมาซะก่อน

" อะไรวะ 'ไทเกอร์' "

" แมว วิ่งมาชนว่ะ "

คนที่ชื่อไทเกอร์(คนที่ฉันชน)หันไปพูดกับคนถามที่มีใบหน้าแบบเดียวกันกับเขาแวบหนึ่ง

หลังจากนั้นเขาก็หันมามองหน้าฉันด้วยใบหน้ากวนๆ จนฉันเริ่มขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ไหนจะอ้อมแขนที่กระชับอยู่ที่เอวของฉันไม่ยอมปล่อยนี่อีก

ตอนแรกฉันก็ว่าจะขอโทษดีๆเพราะกำลังรีบหรอกนะ แต่พอโดนยั่วประสาทเข้าต่อหน้าต่อแบบนี้ ฉันขอไม่ทนก็แล้วกัน

" ว่าใครเป็นแมวคะ ไข่หวานไม่ใช่แมวสักหน่อย คุณนั่นแหละเดินไม่ดูทางเลย "

ฉันรีบเบี่ยงตัวออกมายกมือเท้าเอวด้วยความไม่พอใจกับท่าทีคุกคามที่เขาแสดงออกมา

" เฮอะ! ใครกันแน่ที่ไม่ดู วิ่งดุ๊กดิ๊กมาขนาดนั้นยังจะมาโทษกันอีกหรือไงฮะ แล้วนี่อะไรปีหนึ่งใช่ไหม แต่งตัวขนาดนี้จะมาเรียนหรือมาอ่อยผู้ชายฮะ ยัยเด็กแก่แดด "

" กรี๊ดดด! ตาแก่ตาถั่ว ว่าใครแก่แดดฮะ! "

ฉันยกมือชี้หน้าเขาอย่างโมโห กล้ามาบู้บี้การแต่งตัวของฉันอย่างนั้นเหรอ ถึงจะหล่อแค่ไหนแต่ถ้าปากปีจอขนาดนี้ ฉันก็ไม่สนหรอกนะ ไอ้บ้าเอ้ย!

" ใครอยากรับก็รับไปดิ หึ! "

ฉันมองคนที่น่าจะเป็นรุ่นพี่(ที่โคตจะไม่น่านับถือ)ตรงหน้าแล้วเตรียมจะด่าอีกฝ่ายกลับไปให้เจ็บแสบ

แต่ยัยพะพายก็เดินเข้ามาหาฉันซะก่อน ฉันเลยหันไปมองยัยนั่นแทน..

" ไข่หวานเป็นไงบ้างแก ขอโทษนะคะพอดีพวกเรารีบไปหน่อย "

จะไปขอโทษทำไม ก็เห็นกันอยู่ว่า ไอ้รุ่นพี่นี่มันตั้งใจจะกวนประสาทฉันน่ะ

ฮึ่ย! โมโหแล้วขอพาลหน่อยเถอะ =_=

" เรานี่มีมารยาทดีนะ เจ้าตัวที่ชนนี่..... "

หมอนั่นพูดกับยัยพะพายแต่ทำไมต้องปรายตามองมาที่ฉันด้วย

"...."แล้วปรายตามองฉันแบบนั้นหมายความว่ายังไง จะไม่จบใช่ไหม?

คิดว่าเป็นรุ่นพี่แล้วฉันจะกล้วหรือไง! ' เฮอะ! รู้จักไข่หวานน้อยไปซะแล้ว '

ฉันกำลังจะอ้าปากพูดเอาคืนอีกฝ่ายให้แสบสัน แต่อยู่ๆ ผู้ชายที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆไทเกอร์มาตลอดก็เอ่ยปากห้ามเขาซะก่อน

" ไทเกอร์ พอเถอะ..."น้ำเสียงราบเรียบกับสายตานิ่งๆที่มองมา ทำให้ฉันที่กำลังจะอ้าต่อว่าไทเกอร์จำต้องหุบปากลงอย่างช่วยไม่ได้

ไม่รู้สิ ฉันแค่รู้สึกแปลกกับสายตาและความเฉยชาของเขายังไงก็ไม่รู้ มันเหมือนกับมีรังสีอันตรายแผ่ออกมาอย่างไรอย่างนั้นอ่ะ

หรือฉันจะคิดไปเองนะ!

และระหว่างที่ฉันกำลังตกอยู่ในความคิดของตัวเอง น้ำเสียงกวนประสาทของไทเกอร์ก็เอ่ยออกมาอีกครั้ง..

" เออๆ รอบนี้จะปล่อยไปก่อน ถ้ารอบหน้าเจออีกเมื่อไหร่ เธอเจอดีแน่ยัยแมวเหมียว "

พูดจบเจ้าตัวก็เดินฮัมเพลงเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋าอย่างอารมณ์ดี ส่วนฝ่ายแฝดของเขานั้นไม่ได้สนใจอะไร เขาเพียงแค่เหลือบสายตามองฉันกับยัยพะพายแวบหนึ่งก่อนที่เขาจะเดินตามไทเกอร์ไปเงียบๆ

คนที่โดนหยามอย่างฉัน ก็ถึงใบหน้าเห่อแดงลามไปถึงใบหูด้วยความโกรธแค้นอีกฝ่ายสุดๆ ฉันล่ะอยากจะวิ่งไปทึ่งหัวหมอนั่นแล้วตะโกนใส่ใบหูเจ้าตัวให้ดังลั่นไปเลยว่าฉันนั้นไม่ใช่เด็กแก่แดด ไม่ใช่แมวเหมียว แต่ฉันก็ทำอย่างนั้นไม่ได้อีก

โอ้ย! โคตรจะหงุดหงิดเลย!

" ฝากไว้ก่อนเถอะ เจอรอบหน้าไม่ยอมแน่ ตาแก่ปากปีจอ "

ฉันกัดกรามกำมือตัวเองแน่นด้วยความโมโหไม่หาย

โอ้ย! ทำไมต้องซวยไปชนไอ้บ้านั่นด้วยก็ไม่รู้ หงุดหงิดเป็นบ้าเลย!

แล้วดูเหมือนว่ายัยพะพายก็ดูออกแหละว่าฉันหงุดหงิดมากจริงๆ ยัยนั่นเลยหันมาพูดกับฉันด้วยเหตุผลแทน

" หยาบคายนะไข่หวาน เลิกเคียดแค้นได้แล้ว ตัวเองผิดแล้วยังจะไปโทษคนอื่นอีก ไปๆ รีบเข้าห้องเรียนได้แล้ว เดี๋ยวก็ไม่ทันอาจารย์เข้าสอนกันพอดี "

พอได้ฟังพะพายพูด ฉันก็ค่อยๆใจเย็นลงได้บ้าง ฉันก็รู้แหละว่าตัวเองผิด แต่จะให้ทำยังไงได้ ก็ดูปากของหมอนั่นสิ ไหนจะสายตาของฝาแฝดเขาก่อนที่จะเดินออกไปอีก

มองราวกับว่าฉันเป็นวัชพืชขนาดนั้นได้ยังไง นึกแล้วก็ยังอารมณ์เสียอยู่เลย...

' ฝากไว้ก่อนเถอะ '

ฉันบ่นกับตัวเองในใจก่อนจะเดินตามยัยพะพายเข้าไปในห้องเรียนแล้วเลิกคิดถึงเรื่องก่อนหน้านี้โดยการหันไปทำความรู้จักกับเพื่อนในห้องคนอื่นๆแทน

แต่ทำความรู้จักกับคนอื่นๆได้ไม่นาน อาจารย์ที่สอนก็เดินเข้ามา ฉันกับคนอื่นๆเลยหันไปสนใจอาจารย์ผู้สอนแทน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป